แม้ว่าเพชรไร้สี ปราศจากตำหนิ และได้รับการเจียระไนให้่ได้สัดส่วนที่สวยงามจะเป็นที่หมายปองของหลายๆคน แต่เพชรไร้สีอย่างที่กล่าวไปข้างต้นนั้นนับว่าหาได้ยาก เพชรที่พบส่วนใหญ่ราว 98% ของเพชรทั้งหมดจะมีสีออกเหลืองหรือน้ำตาล นอกจากนี้ยังมีเพชรสีที่เรียกว่า “สีแฟนซี” (fancy colored) ซึ่งการเกิดสีของเพชรนั้นเกิดขึ้นจากอนุภาคมลทินหรือความผิดปกติของโครงสร้างการเรียงตัวของผลึกเพชร ส่งผลต่อการดูดกลืนแสง ในทางตรงกันข้าม หากผลึกเพชรปราศจากการปนเปื้อนของอนุภาคมลทินใดๆ เพชรเม็ดนั้นก็จะเป็นเพชรไร้สีนั่นเอง
เราสามารถจำแนกเพชรได้เป็น 4 ชนิด โดยใช้หลักของการเจือปนจากอนุภาคมลทินในผลึกเป็นเกณฑ์
Type I มีไนโตรเจนเป็นอนุภาคมลทิน แบ่งเป็น Type Ia และ Type Ib
Type Ia มีอะตอมของไนโตรเจนรวมกันเป็นกลุ่มในโครงสร้างผลึกคาร์บอน (C) ซึ่งทำให้ดูดกลืนแสงสีน้ำเงินไว้ จึงเห็นเพชรเหล่านี้มีสีเหลืองอ่อน-น้ำตาล เป็นชนิดที่พบมากที่สุด คือ 98% ของเพชรทั้งหมด
Type Ib มีอะตอมของไนโตรเจนกระจัดกระจายภายในโครงสร้างผลึกคาร์บอน ซึ่งจะดูดกลืนแสงสีเขียวไว้ในปริมาณเท่าๆกับแสงสีน้ำเงิน ทำให้มีสีเหลืองเข้ม ส้ม น้ำตาล ขึ้นกับปริมาณและการกระจายตัวของอะตอมไนโตรเจน ปริมาณของเพชรชนิดนี้มีอยู่น้อยกว่า 0.1% จึงจัดเป็นเพชรหายาก
Type II เป็นเพชรที่มีอะตอมของธาตุชนิดอื่นๆที่ไม่ใช่ไนโตรเจน แบ่งเป็น Type IIa และ Type IIb
Type IIa เพชรไร้สีจะอยู่ในกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นเพชรที่มีความบริสุทธิ์ของคาร์บอนสูงที่สุด ไม่มีอนุภาคมลทินเจือปนอยู่เลย หรือมีน้อยมากๆ พบเพียง 1-2% ของเพชรทั้งหมด แต่ในกลุ่มนี้ยังสามารถพบเพชรสีเหลือง น้ำตาล ชมพู และแดง ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างผลึกเพชรที่เกิดการบิดและโค้งงอขณะที่ถูกดันขึ้นสู่ผิวโลก จึงมีการดูดกลืนแสงบางช่วงไว้ เกิดเป็นเพชรสีข้างต้น
Type IIb เนื่องจากมีอะตอมของโบรอนเจือปน จึงมีการดูดกลืนแสงสีแดง ส้ม และเหลือง ทำให้เพชรใน Type IIb มีสีน้ำเงิน ซึ่งพบเพียง 0.1% เท่านั้น
สำหรับเพชรสีเขียวนั้นเกิดจากกระบวนการฉายรังสี
ข้อมูล สทน., phuketdata.net
12/30/2552 |
Posted in
Database,
December09,
diamond,
Hope Diamond,
Library
|
Read More »
Wittelsbach-Graff Diamond เพชรสีน้ำเงินขนาด 31.06 กะรัต จะถูกนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสมิธโซเนียน ระหว่างวันที่ 28 มกราคม – 1 สิงหาคม 2553 ใน National Gem Collection สถานที่เดียวกับที่จัดแสดงเพชรโฮป (Hope Diamond)
สำหรับประวัติของเพชรเม็ดนี้ ถูกค้นพบที่เหมืองในอินเดีย เช่นเดียวกับเพชรโฮป ซึ่งเดิมเป็นสมบัติของกษัตริย์ฟิลิปส์ที่ 4 แห่งสเปน ซึ่งมอบให้กับพระธิดาในพิธีหมั้นระหว่างพระธิดากับจักรพรรดิลีโอโปลที่ 1 แห่งออสเตรีย ล่าสุด Laurence Graff เป็นผู้ชนะการประมูลเพชรเม็ดนี้ในเดือนธันวาคม 2551 และได้นำมาเจียระไนใหม่ให้มีสีสันที่สดใสกว่าเดิม
ข้อมูลและภาพ Nationaljeweler
12/28/2552 |
Posted in
December09,
diamond,
Hope Diamond,
News
|
Read More »
ถ้าเอ่ยถึงชื่อเพชรสีน้ำเงินขนาด 45.52 กะรัตที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง “เพชรโฮป” หรือ Hope Diamond คงจะมีน้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของเพชรอันเลื่องชื่อนี้ เพชรโฮปได้รับการขนานนามว่าเป็นเพชรต้องคำสาป เพราะไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่เคยได้ครอบครองเพชรเม็ดนี้ ต่างประสบกับหายนะทั้งสิ้น จนในที่สุดเมื่อเพชรเม็ดนี้ตกมาเป็นของ Harry Winston จึงได้ถูกมอบให้กับพิพิทธภัณฑ์สมิทโซเนียน (The Smithsonian Institution National Museum of Natural History) เมื่อ 50 ปีที่แล้ว
ในโอกาสที่ครบรอบ 50 ปีของการบริจาคเพชรให้กับพิพิทธภัณฑ์แห่งนี้ เพชรโฮปจะถูกนำมาประดับลงในตัวเรือนดีไซน์ใหม่ตามรูปที่เห็น โดยการผลิตของ Harry Winston ซึ่งดีไซน์นี้เป็นดีไซน์ที่ได้รับการโหวตสูงสุดจากทั้งหมด 3 ดีไซน์ด้วยกัน โดยได้รับคะแนนเสียง 45,000 คะแนน จากทั้งหมด 110,000 คะแนน
สำหรับขั้นตอนการผลิตและรูปลักษณ์ใหม่ของเพชรโฮป จะมีการเผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2010 ทางรายการสารคดีของพิพิทธภัณฑ์ในชื่อ “Mystery of Hope Diamond” และช่วงปลายปี 2010 ก็จะนำเพชรโฮปกลับไปประดับไว้ในตัวเรือนดั้งเดิมซึ่งเป็นแพลตินั่มล้อมรอบด้วยเพชรรูปหยดน้ำจำนวน 16 เม็ด เชื่อมกับสร้อยเพชรทรง cushion อีกจำนวน 45 เม็ด
ซึ่งแน่นอนว่า ขณะที่ตัวเรือนดีไซน์ใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการผลิตจนถึงการปรากฏโฉมของเพชรโฮปในรูปลักษณ์ใหม่นั้น ตัวเรือนดีไซน์ดั้งเดิมที่กล่าวมาจะถูกจัดแสดงไว้โดยปราศจากเพชรสีน้ำเงินไปจนถึงปลายปี 2010
ข้อมูลและภาพประกอบ www.luxist.com, www.msnbc.msn.com
9/27/2552 |
Posted in
Design,
diamond,
Hope Diamond,
News,
September09
|
Read More »