Loading
250x250 Free Watch

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารทางอีเมล์:

กรุณาตรวจสอบอีเมล์เพื่อยืนยันหลังจากทำการสมัคร

โพสล่าสุด

แบ่งปัน

ภูมิแพ้นิกเกิล : โรคขัดใจคน (อยาก) สวย

สาวๆ คนไหนไม่ใส่เครื่องประดับในชีวิตประจำวันบ้าง เอาล่ะ...สาวที่ยกมือหลบไปเพราะคุณไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง แต่ถ้าสาวคนไหนรักการใส่เครื่องประดับเป็นชีวิตจิตใจโดยเฉพาะโลหะทั้งหลาย ไม่ว่าจะเงิน จะทอง จะโรเดี่ยม จะนิกเกิล ฯลฯ ขอให้ตั้งใจอ่าน เพราะเจ้าโรคภูมิแพ้นิกเกิลกำลังระบาดหนัก เรียกว่าเป็นเมื่อไหร่ต้องขัดใจคน (อยาก) สวยเมื่อนั้น

ทำเป็นขำไป สาวมั่นอย่าง สาวกระแต ศุภักษร ไชยมงคลก็เป็นโรคนี้เหมือนกันนะจ๊ะ เอาล่ะ ถ้าไม่อยากเป็นโรคคนดัง เรามาดูกันดีกว่าว่าเจ้าโรคนี้น่ะ มันร้ายแค่ไหน

ภูมิแพ้นิกเกิล VS ภาวะโลกร้อน

เจ้าโรคภูมิแพ้นิกเกิล ก็เป็นโรคที่เป็นสาขาของภูมิแพ้ต่างๆ นั่นล่ะค่ะ ซึ่งแตกสาขาไปมากมายหลากหลาย เพราะร่างกายเรานั้นสามารถเกิดอาการแพ้สิ่งต่างๆได้ 108 บางคนประหลาดถึงขนาดแพ้น้ำก็มี เพราะฉะนั้นการแพ้นิกเกิล ซึ่งเป็นส่วนประกอบของโลหะแทบทุกชนิดจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร

เอ้า...แล้วเรื่องโลกร้อนมาเกี่ยวอะไรกันด้วย บ่ายนี้มีคำตอบ...เอ๊ย คุณหมอเค้ามีคำตอบค่ะ นพ.สุเทพ จิระสุทัศน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ ผู้อำนวยการสถานไลออนส์สุพรรณหงส์ กล่าวว่า “ภาวะโลกร้อนในปัจจุบันนอกจากจะมีผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศ ปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ความชื้นในอากาศก็เพิ่มขึ้น สภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปมาก ภาวะโลกร้อนยังส่งผลกระทบต่อผิวพรรณ ซึ่งเป็นด่านแรกของร่างกายที่สัมผัสกับชั้นบรรยากาศ รวมทั้งส่งผลต่อภูมิต้านทานของสิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างนึกไม่ถึง

“ทั้งปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นและความชื้นในชั้นบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างน่า กลัวในปัจจุบัน เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนบนโลกมีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้น หรือในกรณีผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว อาการแพ้ก็จะสวิงสวายมากขึ้น” นพ.สุเทพ กล่าว ฝนที่ (ตก) ผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสแพ้สารสัมผัสมากกว่าปกติ

“โดยเฉพาะสารนิกเกิล ซึ่งเป็นส่วนผสมที่สำคัญในโลหะเกือบทุกชนิด และถูกนำไปเข้าเป็นเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันและเครื่องประดับมากมาย เมื่อภาวะโลกร้อนทำให้เกิดการหลั่งเหงื่อมากขึ้น เหงื่อนั้นจึงเป็นตัวละลายสารนิกเกิลออกมาจากเครื่องประดับทั้งหลาย ก่อนให้เกิดผื่นภูมิแพ้ที่ผิวหนัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาวๆ ที่รักแฟชั่น อาจเป็นกลุ่มเสี่ยงกับอาการ “แพ้นิกเกิล” ได้ไม่รู้ตัว นั่นล่ะค่ะ

พูดง่ายๆ ว่าเพราะโลกร้อน อุณหภูมิสูงขึ้น เราก็เลยเหงื่ออกง่าย ทำให้สารละลายนิกเกิลออกมาทำปฎิกริยากับเหงื่อ ทำให้สาวๆ เกิดอาการแพ้นิกเกิลกันไปตามๆ กัน ทีนี้เรามาดูอาการเบื้องต้นกันดีกว่าว่ามีอาการอย่างไร สาวๆ จะได้สังเกตุอาการกันได้ได้ง่ายขึ้น


อาการแบบนี้ แพ้แล้วแน่นอน

อาการแพ้นิกเกิลนั้น สามารถสักเกตุได้ง่ายๆ ถ้าแพ้นิกเกิลในต่างหู จะพบรอยแดงหรือผื่นที่ติ่งหู แต่ถ้าแพ้ด้านหลังของหน้าปัดนาฬิกา ก็จะพบผื่นแดงเป็นวงกลมที่ด้านหลังของข้อมือ หากแพ้ตะขอกางเกงจะพบผื่นบริเวณสะดือ บางคนแพ้ล็อกเก็ตห้อยคอ ก็อาจพบผื่นแดงกลางหน้าอก ผื่นจะมีอาการคันร่วมด้วย

 

ผิวหนังที่สัมผัสจะเป็นผื่น แดง กระจายออกไปจากบริเวณนั้น มีอาการคัน ภายในเวลา 15-30 นาทีหลังจากที่สัมผัสนิกเกิล และหากเกาแรงๆ จะทำให้ผื่นกำเริบหรือขยายวงกว้างขึ้นได้ ต่อมาผื่นจะเป็นเม็ดตุ่มนูน และตุ่มน้ำพองใส อาจแตกออกเป็นน้ำเหลืองไหลเยิ้ม อาการคันจะยิ่งมากขึ้น ถ้าเป็นในระยะเรื้อรัง จะทำให้ผื่นผิวหนังหนานูนขึ้น มีสีคล้ำ ผิวไม่เรียบ มีขุย นอกจากนี้อาจทำให้เกิดผื่นกระจาย ตุ่มน้ำใส ลมพิษ หรือเป็นมากทั้งตัว

โอโห...น่ากลัวไม่เบา ว่าแต่เรามีวิธีไหนบ้างที่จะป้องกันอาการแพ้เจ้าสารตัวนี้ มาดูกันเลยค่ะ! หากรู้ตัวว่าคุณแพ้สารนิกเกิล ก็ควรหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้

• อย่าแตะต้องเครื่องประดับที่มีส่วนผสมของนิกเกิล แม้ว่าจะการเคลือบป้องกันก็ตามเพราะพอใช้ไปนานวันเข้า สารที่เคลือบไว้ก็จะหลุดลอกออกและปลอดปล่อยสารนิกเกิลออกมาโจมตีผิวโดยคุณ ไม่รู้ตัว

• เครื่องประดับสวยแต่ราคาถูกส่วนมากมักไม่ได้เคลือบสารป้องกันสารนิกเกิลไว้ ถ้าอยากใส่เครื่องประดับโลหะจริงๆ ให้พยายามเลือกเครื่องประดับสแตนเลสที่ปราศจากสารนิกเกิล

• ใช้ครีมที่มีสาร "คอติโซน" เพื่อไปหยุดชะงักระบบภูมิคุ้มกันไม่ให้ทำการต่อต้านมากนัก อาการจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ควรทาเพียงบางๆ เท่านั้น

• นอกจากทาครีมแล้ว ให้ใช้ผ้าเย็นๆ มาประคบอีกที

• ทาครีมสเตียรอยด์ ซึ่งตัวยาจะเข้มข้นมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่แพ้ หากเป็นที่ฝ่ามือ หรือฝ่าเท้า ซึ่งมีผิวหนากว่าบริเวณอื่นก็ต้องใช้ตัวยาที่เข้มข้นมากกว่าการใช้ในบริเวณ ที่ผิวบอบบาง

• หากเป็นมากควรไปพบแพทย์ผิวหนัง

โรคภูมิแพ้นิกเกิลก็เหมือนโรคภูมิ แพ้สารอื่นๆ ที่เป็นโรคเรื้อรัง ยากแก่การรักษาให้หายขาด นอกจากต้องหลีกเลี่ยงสารที่ก่อให้แพ้เท่านั้น แต่เมื่อสาวๆ อย่างเราไม่อาจทิ้งแฟชั่นความสวยความงามได้ ก็ขอแนะนำให้ใช้วัสดุที่เป็นพลาสติก คริสตัล แก้ว หรือไม้ ฯลฯ แทนไปก่อนนะคะ เชื่อแน่ว่าสาวๆ ก็หาทางสวยได้แม้ไม่มีเครื่องประดับโลหะอยู่บนร่างกาย เอาเป็นว่าสวยแบบสุขภาพดีนี่ล่ะ ดีที่สุดนะคะ

ข้อมูล Accessory Syndrome by Daaw Chonlada

12/15/2553 | Posted in , , , | Read More »

เลือกอัญมณีอย่างไรให้เหมาะกับสีผิว

การแต่งการให้เหมาะกับบุคลิกนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำให้ผู้หญิงสวยขึ้นมาได้ หรือแม้กระทั่งผู้ชายก็กลายเป็นคนดูดี เท่ ได้ในทันที ถ้ารู้จักเลือกสิ่งที่เหมาะกับตัวเอง แต่ปราการด่านสำคัญที่คุณควรรู้ในการเลือกอัญมณีและเครื่องประดับให้เหมาะสมกับตัวเอง นั่นคือ สีผิว ของคุณนั่นเอง

ด้วยลักษณะผิวพรรณที่แตกต่างกันของผู้คนในโลกนี้ อัญมณีแต่ละสีจึงเหมาะกับผิวบางสีเท่านั้น ใช่ว่าใครจะเลือกสวมใส่ตกแต่งร่างกายได้สวยไปทั้งหมด สีผิวแต่ละแบบ จึงมีผลต่อการเลือกอัญมณีให้เหมาะสมกับบุคลิกคนแต่ละคน ดังนี้

community.theknot.com www.andrewgrantphoto.com teenvogue.com

ผิวขาว-ผิวเหลือง
สำหรับคนผิวขาว อัญมณีที่มีสีสันเหมาะสมกับสีผิวของคุณ คือ อัญมณีสีเข้ม ๆ ทุกสี ไม่ว่าจะเป็น ทับทิม ไพลิน มรกต เพทายสีฟ้า อะเมทิสต์ หยก ถ้าเป็นบุษราคัมก็ควรเลือกสีเหลืองเข้มๆ ไข่มุก (ที่มีสีสันสดใสหรือเข้ม เช่น สีเหลือบทอง สีเหลือบชมพู)

สำหรับคนผิวเหลือง อัญมณีที่เหมาะกับสีผิวของคุณมากที่สุด คือ หยก และ มรกต ซึ่งมีสีเขียวหวานสดใส สีนี้จะช่วยขับผิวให้ดูสดใสนวลสวยงามมากยิ่งขึ้น รองลงไป คือ อัญมณีที่มีสีแดงส้มหรือสีแดงสด ได้แก่ หยกสีส้ม ทัวร์มาลีนสีแดงอมม่วง ทับทิมสีแดงสด ปะการังสีส้ม

แต่บางครั้งเราก็ไม่สามารถสวมใส่อัญมณีที่มีสีสันนี้ไปร่วมงานบางงานได้ ดังนั้น อัญมณีที่เหมาะสมที่สุด จึงเป็นเพชร หรือไข่มุก ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีผิวสีขาว หรือ ผิวสีเหลือง จะสวมใส่ได้ทุกโอกาส

ผิวคล้ำ-ผิวดำ
อัญมณีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนที่มีผิวสีโทนนี้ คือ บุษราคัม สีเหลืองน้ำทอง สีเหลืองน้ำแม่โขง เพชรและไข่มุกสีขาวนวล รองลงไปคือ อัญมณีที่มีสีแดงไม่จัดนัก ส่วนอัญมณีสีน้ำเงินมืด สีแดงคล้ำ สีน้ำตาลไหม้ สีเขียวคล้ำ สีที่ทำให้แลดูไม่สดใสก็ควรเว้นหรือหลีกเลี่ยง

สำหรับคนที่ชื่นชอบสีสันสดใส เช่น ส้มอ่อน เขียวอ่อน สีน้ำเงินสด สีแดงเลือกนก ก็สามารถใช้ได้เช่นกันแม้จะไม่เหมาะเท่าบุษราคัม เพชร และไข่มุกก็ตาม ส่วนอัญมณีที่เจียระไนแบบหลังเบี้ยนั้น ควรมีเนื้อพลอยที่โปร่งใสพอควร เช่น เนื้อแพร ไม่ควรทึบเป็นหิน ซึ่งจะช่วยลดน้ำหนักความคล้ำเข้มของผิวได้

ผิวแดง
สำหรับคนที่มีผิวโทนนี้จัดว่าเป็นคนที่มีเสน่ห์ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ผิวสีนี้มักจะเป็นสุดยอดปรารถนาของคนทั่วไป อัญมณีที่เหมาะกับคนที่มีผิวสีแดงนี้ ก็คือ บุษราคัม รวมถึงอัญมณีที่มีสีแดง สีส้ม สีขาวนวล สีเขียว ได้แก่ ทับทิม โกเมน สีส้ม เพชร ไข่มุก มรกต ไพทูรย์ รวมถึงทองคำด้วย

ข้อมูล สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ

12/26/2552 | Posted in , , , , | Read More »

เพชรสีแชมเปญ

เพชรสีแชมเปญมีหลากหลายเฉดสี ตั้งแต่น้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีเหล้าคอนยัค ซึ่งสีที่ได้เกิดจากมลทินปนเปื้อนหรือความผิดปกติภายในโครงสร้างของผลึกเพชร ส่งผลต่อการดูดกลืนแสงของเพชร ทำให้เรามองเห็นเพชรเป็นสีต่างๆ แหล่งผลิตเพชรสีแชมเปญที่ใหญ่ที่สุดนั้น อยู่ในเหมือง Kimberley ทางตะวันตกของออสเตรเลีย

Argle Diamond ได้จำแนกเพชรสีแชมเปญไว้ทั้งหมด 7 ลำดับด้วยกัน โดยใช้สัญลักษณ์แทนด้วย C1 – C7

 www.champagnediamondcenter.com/color_palette.asp

www.hsn.com/สีของเพชรสีแชมเปญจะเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดราคา ซึ่งใช้หลักการพิจารณาเช่นเดียวกับเพชรและพลอยสีอื่นๆ ได้แก่
Hue คือ เฉดสี เป็นสีที่แท้จริงของเพชร
Tone คือ ความเข้ม-อ่อน หรือ ความมืด-สว่างของสี ซึ่งมีตั้งแต่ very light – very dark
Saturation คือ ความอิ่มตัวของสี หรือความจัดจ้านของสี
สำหรับเพชรสีแล้ว ยิ่งมีสีเข้มและมีความอิ่มตัวของสีมากเท่าใด ก็จะยิ่งหายากและแพงขึ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความชอบและรสนิยมในเรื่องสีของแต่ละคนนั้นย่อมต่างกัน การเลือกเพชรสีแชมเปญไปใช้เป็นเครื่องประดับ วิธีง่ายๆคือ เลือกโทนสีของเพชรที่เข้ากับสีผิวของผู้สวมใส่ จึงจะช่วยเสริมความโดดเด่นได้เป็นอย่างมาก ซึ่งการทำตลาดของเพชรสีแชมเปญจะใช้สีของเพชรในการสื่อถึงอารมณ์ ความรู้สึก และตัวตนของผู้สวมใส่ ซึ่งมีหลากหลายเหมือนกับโทนสีของเพชรสีแชมเปญนั่นเองค่ะ

นอกจากสีแล้ว ไม่ควรละเลยที่จะพิจารณาปัจจัยสำคัญอื่นๆด้วย ได้แก่ Cut, Clarity, Carat ซึ่งใช้หลักการเดียวกับการพิจารณาเพชรโดยทั่วไป

ข้อมูลและภาพ Champagnediamondcenter

12/09/2552 | Posted in , , , , , , | Read More »

เรียนรู้....เครื่องประดับสำหรับเจ้าสาว

เครื่องประดับแต่งงานยังเป็นสินค้าต้านเศรษฐกิจถดถอย โดยสามารถดึงดูดผู้ค้าปลีก ลูกค้า รวมทั้งนักออกแบบแฟชั่นมากกว่าแต่เดิม

“เนื่องจากอย่างไรก็ตามคนก็ยังแต่งงานกัน” สำนวนซึ่งใช้สรุปสถานการณ์เครื่องประดับที่ถดถอยเช่นนี้ ผู้ขายเครื่องประดับหลายรายจึงมองเห็นว่าเครื่องประดับสำหรับเจ้าสาวในงานแต่งงานยังคงเป็นแสงสว่างเดียวในปีที่มีบรรยากาศอึมครึมเช่นนี้

www.simplyelegantbridalaccessories.com

ด้วยเหตุนี้นักออกแบบมากมายต่างก็ให้ความสนใจและหันมาออกแบบเครื่องประดับสำหรับงานเจ้าสาวมากขึ้น ซึ่งทำให้เครื่องประดับแต่งงานในฤดูใบไม้ผลินี้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น อย่างเช่น Penny Preville ได้เปิดชุดเครื่องประดับแต่งงานในฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา ซึ่งมีลักษณะที่เรียบหรูทันสมัยผสมผสานกับองค์ประกอบย้อนยุค อย่างเช่น การออกแบบแหวนหมั้น “Aphrodite” ซึ่งมีก้านแหวนเลื้อยพันกันและใช้เพชรจิกไข่ปลา 0.68 กะรัต ผสมผสานกันอย่างลงตัว

นักออกแบบบางรายก็เลือกที่จะออกแบบเครื่องประดับแต่งงานที่สวยงาม ดูเป็นผู้หญิง และที่สำคัญราคาไม่แพงนัก อย่างเช่น Greene นักออกแบบชื่อดังได้นำเสนอแหวนหมั้นโลหะดัด (Filigree) อันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวมาผสมผสานกับไข่มุกและแรงบันดาลใจจากเครื่องประดับย้อนยุค โดยวางตลาดให้เป็นของขวัญสำหรับเพื่อนเจ้าสาวในราคาที่ไม่สูงนัก

แม้ว่าจะมีเครื่องประดับสำหรับงานแต่งงานมากมาย หลากหลายดีไซน์นั้น แต่เทคนิคของการเลือกเครื่องประดับมาสวมใส่ในวันแต่งงานก็มีความสำคัญมากเช่นกัน เนื่องจากหากสังเกตดีๆ แล้วเครื่องแต่งกายของเจ้าสาว หรือชุดเจ้าสาวนั้นก็มีการประดับตกแต่งลงไปแล้วไม่ว่าจะด้วยการปักเลื่อม ปักมุก และการจับจีบผ้าด้วยเทคนิคต่างๆ การเลือกเครื่องประดับให้เข้ากับเสื้อผ้านั้นจึงเป็นสิ่งที่ห้ามลืมเด็ดขาดค่ะ

weddingbellsblog.com หากสังเกตเห็นว่าชุดเจ้าสาวเป็นแบบที่มีดีไซน์เก๋ และมีรายละเอียดไม่มากจนเกินไป เครื่องประดับที่ใช้ก็สามารถใช้เครื่องประดับที่ดูพิเศษกว่าปกติ และหรูหรามากได้ แต่หากว่าชุดเจ้าสาวมีรายละเอียดมากอยู่แล้ว จำเป็นต้องเลือกเครื่องประดับที่ช่วยเสริมให้เจ้าสาวดูงามสง่ามากกว่าแย่งความโดดเด่นของเจ้าสาว

การวางแผนการสวมใส่เครื่องประดับไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเพชร มุก ทองคำ หรืออัญมณีอื่นๆ เพื่อช่วยให้ตัวผู้สวมใส่เองมีความสง่างามอย่างลงตัวที่สุด นอกจากแบบชุดเจ้าสาวต้องเหมาะกับรูปร่าง ความสัมพันธ์ระหว่างความสูงกับรองเท้า ลักษณะของการจัดงานที่เกิดขึ้น แบบของคอเสื้อยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกเครื่องประดับเช่นกัน อย่างชุดเกาะอกหรือสายเดี่ยว ถือเป็นชุดที่เหมาะกับการโชว์เครื่องประดับทั้งสร้อยคอ ต่างหู แต่ชุดที่มีคอเสื้อสูงนั้น จะเหมาะกว่าเมื่อใส่เฉพาะต่างหูอย่างเดียว

การเลือกใช้เครื่องประดับต่างหู กำไล แหวน และสร้อย ที่ตั้งใจจะสวมว่าเป็นแบบไหนเป็นชุดมุกหรือเพชรนั้น มีส่วนสัมพันธ์กับสีของชุดเจ้าสาว ซึ่งควรอยู่ในโทนเดียวกัน ชุดสีขาวจะเหมาะกับทองคำขาวและไข่มุกสีขาว ชุดสีงาช้างจะเหมาะกับทองและไข่มุกสีงาช้าง หรือเครื่องประดับที่มีประกายทองแวววาว ในขณะที่เพชรและคริสตัลบนตัวเรือนสีเงินหรือทองคำขาว เป็นเครื่องประดับที่เข้าได้กับชุดแต่งงานทุกสี นอกจากนั้นแล้วการเลือกเครื่องประดับชิ้นอื่นๆ เราก็มีเทคนิคการเลือกมาให้สาวๆ ได้ทราบกันอีกด้วยค่ะ

www.bridalfashionmall.com มงกุฎ หรือเทียร่า เจ้าสาวที่ต้องการจะสวยราวกับเจ้าหญิง มงกุฎคือเครื่องประดับที่เหมาะที่สุด และเมื่อใส่มงกุฎแล้วก็ไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องประดับอื่นเพิ่มเติมอีก หรือหากอยากจะสวมชิ้นอื่นอีก ก็ต้องเลือกเป็นแบบเรียบๆ ชิ้นไม่ใหญ่ อย่างต่างหูมุกเม็ดเดียว สร้อยคอเส้นเล็กๆ เพื่อเสริมให้เทียร่าดูเด่นและสง่า

ต่างหู การเลือกต่างหูในวันสำคัญแบบนี้ ต้องดูไปพร้อมกับองค์ประกอบของเสื้อผ้าและทรงผมของเจ้าสาว หากเจ้าสาวมีรูปหน้าค่อนข้างยาว ควรเลือกต่างหูทรงกลมมากกว่าแบบอื่นๆ เนื่องจากจะช่วยให้ใบหน้าได้รูป ส่วนเจ้าสาวที่หน้ารูปไข่นั้นสามารถเลือกต่างหูได้หลายรูปแบบ อาจจะเลือกต่างหูรูปไข่ที่มีขนาดยาวพอดีที่จะปิดติ่งหู หรือเลือกเป็นต่างหูสายยาวเลยคางลงมา หากไม่ชอบคู่ไหนก็เลือกคู่เล็กๆ รูปมาคีส์ หรือสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ส่วนต่างหูที่เป็นลูกตุ้มแกว่งไปมา ช่วยให้ใบหน้าแคบดูกว้างขึ้น และเหมาะกับผู้ที่มีต่างหูเล็ก สวยงาม แต่ถ้าหากเจ้าสาวมีใบหน้าสี่เหลี่ยมควรเลือกต่างหูรูปหยดน้ำ รูปไข่เสียบติดใบหู หรือแบบห้อยให้เลยติ่งหูมาเล็กน้อย สำหรับใบหน้าทรงสามเหลี่ยม หน้าผากกว้าง คางแหลมเรียว ควรเป็นต่างหูรูปกลม หรือรูปไข่ยาวปิดติ่งหู หรือแบบมีพลอยให้ตุ้งติ้งลงมาจากต่างหูก็ได้

สร้อยคอ เราขอแนะนำให้ดูรูปแบบของคอเสื้อชุดเจ้าสาว และลักษณะช่วงคอของเจ้าสาวผู้สวมใส่เป็นอย่างแรก เพราะช่วงคอที่ยาวระหงอาจใส่โชกเกอร์ที่เข้ากับชุด หรือเลือกสร้อยขนาดใหญ่กำลังเหมาะ สั้นเหนือไหปลาร้า อาจเป็นสร้อยเกลี้ยงๆ เก๋ๆ แต่ถ้าเป็นสร้อยเส้นใหญ่อลังการควรทำเป็นแผ่นกว้างๆ ประดับเพชรพลอยหรืออัญมณีที่เข้ากับสีของชุด หรือมีลวดลายคล้ายลูกไม้นำมาคาดลำคอ หรือาจสวมจี้อันใหญ่หรือริบบิ้นกำมะหยี่เส้นกว้างร้อยกับจี้ให้อยู่ติดลำคอและสูงเหนือไหปลาร้า

เพียงใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สักหน่อย คุณก็จะกลายเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในวันพิเศษของคุณแล้วล่ะค่ะ

ข้อมูล สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

11/16/2552 | Posted in , , , , | Read More »

การเลือกซื้อทับทิม - ข้อมูลที่ต้องถามจากผู้ขาย?

รายการ Good Morning America ได้ทำการเปิดเผยว่าร้านค้าจิวเวลรี่ชื่อดังบางแห่งมีการจำหน่ายเครื่องประดับทับทิมที่ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงแก่ลูกค้า หรือให้ข้อมูลที่คลุมเครือ

เนื้อหาของสกู๊ปดังกล่าวได้ถ่ายทำภายใต้ชื่อ “Gotcha! Caught on Tape” ซึ่งคล้ายกับการแอบถ่ายแบบรายการเรื่องจริงผ่านจอของไทยเรานั่นแหละค่ะ โดยให้หญิงสาวคนหนึ่งซึ่งสมมติให้เป็นผู้ซื้อ เข้าไปเลือกซืือเครื่องประดับทับทิมจากร้านค้าจิวเวลรี่ซึ่งมีการจำหน่ายทับทิมที่ผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลที่แท้จริงกับลูกค้า โดยพนักงานขายบอกกับผู้ซื้อว่า เป็นทับทิมแท้ ไม่ได้ผ่านการเพิ่มคุณภาพ และไม่ต้องดูแลเป็นพิเศษแต่อย่างใด

ทางรายการได้ซื้อแหวนทับทิมมาทั้งหมด 4 วง เพื่อนำไปทดสอบที่ American Gemological Laboratories (AGL) ซึ่งผลการทดสอบปรากฎว่า ทับทิม 3 เม็ด เป็นทับทิมที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยวิธี lead-glass filled ซึ่งเป็นการเติมรอยแตกภายในเม็ดทับทิมด้วย lead-glass ที่มีค่าดัชนีหักเหของแสงใกล้เคียงกับทับทิม ทำให้ทับทิมตามธรรมชาติที่มีราคาถูกเนื่องจากเต็มไปด้วยรอยแตก เปลี่ยนเป็นทับทิมเม็ดงามขึ้นมาได้ และจำแนกด้วยตาเปล่าได้ยากมาก แต่เมื่อมองภายใต้กล้องจุลทรรศน์จะเห็นฟองอากาศภายใน

image from Good Morning America image from Good Morning America
ซ้าย - ฟองอากาศภายใน lead-glass filled ruby เมื่อมองจากกล้องจุลทรรศน์
ขวา – lead-glass filled ruby ที่ผ่านการทดสอบด้วยกรดอ่อน

การที่ผู้ขายบอกว่าไม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษนั้น ตามความเป็นจริงแล้ว ทับทิมที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยวิธีนี้ เมื่อสัมผัสกับสารเคมีหรือแม้แต่กรดอ่อนๆอย่างน้ำมะนาว ก็สามารถทำอันตรายให้กับเม็ดทับทิมได้ ในขณะที่ทับทิมธรรมชาติที่ไม่รับการปรับปรุงคุณภาพ จะไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆเลย การสวมใส่เครื่องประดับทับทิมที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยวิธี lead-glass filled จึงต้องระมัดระวังมากขึ้นค่ะ

ดังนั้นทุกครั้งที่เลือกซื้อทับทิมหรืออัญมณีอื่นๆ ควรจะตั้งคำถามเหล่านี้กับผู้ขายและจะต้องได้คำตอบที่ทำให้เรามั่นใจได้ด้วยนะคะ

- ผ่านการเพิ่มคุณภาพหรือไม่?
- มีแก้วเป็นส่วนประกอบหรือไม่?
- ต้องการการดูแลเป็นพิเศษหรือไม่? อย่างไร?
และสุดท้ายก็คือ ทางร้านรับคืนสินค้าหรือไม่?

ต้องการชมสกู๊ปนี้ทั้งหมด เข้าไปชมได้ที่ http://abcnews.go.com/GMA/ConsumerNews/rubies-real-deal/story?id=8988951

ข้อมูล GemLab.net, Good Morning America
ภาพประกอบ Good Morning America

11/05/2552 | Posted in , , , , , , , , | Read More »

การเลือกซื้อเพชรกับการพิจารณาตำหนิภายนอก

ครั้งที่แล้วเราได้พูดถึงเกี่ยวกับการเลือกซื้อเพชรโดยพิจารณามลทินภายในกันไปแล้ว มาต่อเรื่องของตำหนิภายนอกกันค่ะ

ตำหนิภายนอก หรือ Blemish เป็นร่องรอยหรือตำหนิที่พบเห็นได้บริเวณผิวของเพชร ซึ่งอาจเกิดได้ตามธรรมชาติ เกิดในขั้นตอนของการเจียระไน หรือแม้แต่เกิดขึ้นมาใหม่จากการสวมใส่เครื่องประดับ และก็คล้ายๆกับมลทินภายในค่ะ ที่ตำหนิภายนอกอาจจะส่งผลต่อ clarity และราคาของเพชรได้ แต่ส่วนใหญ่แล้ว ตำหนิภายนอกมักจะไม่ส่งผลต่อความสวยงามของเพชรเท่าไหร่นัก

ชนิดของตำหนิภายนอกในเพชร

Scratch เป็นเส้นหรือรอยบางๆที่สามารถขัดออกไปได้ แต่หากเพชรอยู่ในตัวเรือนจะต้องแกะออกจากตัวเรือนก่อนทำการขัด (polish)

Nick รอยกระเทาะบริเวณผิวเพชร โดยมากเกิดจากการกระแทกเนื่องมาจากการสวมใส่เครื่องประดับ จึงพบมากบริเวณ girdle ถ้าเป็นรอยเล็กๆก็สามารถขัดออกไปได้ ส่วนที่ถูกขัดออกไปจะเป็นหน้าเจียระไนใหม่เพิ่มขึ้นมา แต่การแก้ไขโดยวิธีนี้ หากมีหน้าเจียระไนมากเกินไป อาจทำให้ความสวยงามของเพชรลดลงได้

Pit หลุมบนผิวเพชร มีทั้งที่สามารถสังเกตได้และไม่สามารถสังเกตได้ แต่หากพบบนหน้า table จะสังเกตได้ง่ายและทำให้เกรดของ clarity ลดลง แต่ก็สามารถขัดออกได้เฉพาะหลุมที่ตื้นๆ

Polish line เป็นรอยเส้นขนานที่เกิดจากขั้นตอนการขัด

Natural เป็นผิวเพชรส่วนที่ผ่านการเจียระไนแล้วแต่ไม่ได้ทำการขัดผิว เนื่องจากจุดประสงค์ในรักษาน้ำหนักของเพชร ส่วนใหญ่ Natural จะอยู่บริเวณ girdle ซึ่งจะไม่ส่งผลต่อความสวยงามของเพชร

www.diamondsourceva.com - Natural

Trigon รอยรูปร่างสามเหลี่ยมขนาดเล็ก มักปรากฎในลักษณะสามเหลี่ยมหลายๆอันซ้อนกัน ซึ่งเป็นตำหนิตามธรรมชาติของเพชร

AllAboutGemstones.com - Trigon

 

ข้อมูล About.com, Diamond Source of Virginia, Inc.
ภาพประกอบ
AllAboutGemstones.com , Diamond Source of Virginia, Inc.

11/03/2552 | Posted in , , , , | Read More »

การเลือกซื้อเพชรกับการพิจารณามลทินภายใน

มลทินภายในหรือ Inclusion เป็นลักษณะเฉพาะตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นภายในอัญมณี เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยในการจำแนกชนิดของอัญมณี และจำแนกอัญมณีเทียมหรืออัญมณีสังเคราะห์ออกจากอัญมณีแท้ได้ และมีลักษณะพิเศษตรงที่ ในอัญมณีแต่ละเม็ดนั้น จะไม่มีเม็ดไหนที่มีมลทินภายในเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อเกิดการสูญหายหรือถูกขโมย เราจึงสามารถใช้มลทินภายในในการยืนยันความเป็นเจ้าของอัญมณีเม็ดนั้นๆได้

แต่ในบางครั้งมลทินภายในก็มีส่วนทำให้อัญมณีมีความสวยงามลดลงได้เนื่องจากแสงที่ตกกระทบจะถูกรบกวนจากมลทินภายใน หรือมลทินบางชนิดก็อาจทำให้เพชรแตกร้าวหรือเสียหายได้ง่ายขึ้น ซึ่งเพชรที่ปราศจากมลทินใดๆนั้นมีน้อยมาก และย่อมมีราคาที่สูงมากเช่นกัน เพชรที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปนั้นจึงเป็นเพชรที่มีมลทินทั้งภายในและภายนอกในระดับที่ต่างๆกันไป แต่วิธีการเลือกซื้อเพชรนั้นไม่ได้ยากเลย เพียงแค่พิจารณามลทินภายในที่ไม่มีส่วนทำให้เพชรมีความแข็งแรงลดลงหรือลดค่าความงามลงก็เพียงพอแล้ว

มลทินภายในเพชร สามารถจำแนกได้ดังนี้

Crystal / Mineral Inclusion
บางครั้งเราอาจพบผลึกแร่หรือคริสตัลขนาดเล็กภายในเพชร เช่น garnet, dioside, olivine,spinel, calcite,iron oxides, silica ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ก็มีบ้างที่พบผลึกขนาดใหญ่มาก หรือกลุ่มของผลึกขนาดเล็กๆ ที่ส่งผลต่อ clarity grade ของเพชร

AllAboutGemstones.com

 AllAboutGemstones.com 

(ซ้าย) ผลึก garnet  (ขวา) ผลึก Diopside

มลทินเหล่านี้ใช่ว่าจะไม่ดีเสมอไป เพราะหากมองว่าเป็นสิ่งพิเศษที่สร้างความแตกต่างจากเพชรเม็ดอื่นๆ การเลือกเพชรที่มีผลึกโกเมน (garnet) เป็นมลทินภายในสำหรับผู้ที่มีโกเมนเป็นพลอยประจำเดือนเกิดก็อาจสร้างคุณค่าทางจิตใจได้

Pinpoint Inclusion
เป็นผลึกขนาดเล็กมากๆ มีทั้งที่เป็นผลึกใสและสีเข้ม พบในลักษณะเดี่ยวๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งกรณีที่เกิดรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ที่เรียกว่า cloud ซึ่งจะส่งผลต่อ clarity grade ของเพชร

AllAboutGemstones.com

Laser Lines
มลทินนี้ไม่ใช่มลทินตามธรรมชาติที่เกิดในเพชร แต่เกิดจากการที่ใช้แสงเลเซอร์ผ่านเข้าไปในเนื้อเพชรเพื่อนำผลึกคาร์บอนขนาดใหญ่ออกจากเพชร โดยมากแล้วมลทินนี้จะไม่ส่งผลต่อการแตกร้าวของเพชร

AllAboutGemstones.com 

Feathers
รอยแตกภายในเพชรที่มีลักษณะคล้ายกับขนนก รอยแตกขนาดเล็กจะไม่ค่อยส่งผลกับความแข็งแรงของเพชร ในการซื้อเพชรให้พิจารณาดูว่ารอยแตกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ผิวเพชร โดยเฉพาะบริเวณส่วน top ซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับหนามเตยเมื่อทำตัวเรือนเครื่องประดับ ซึ่งมีโอกาสเกิดความเสียหายได้ง่าย

AllAboutGemstones.com AllAboutGemstones.com

Grian Lines / Growth Lines
เกิดจากผลึกที่มีลักษณะการเจริญผิดปกติ หากไม่มีสีจะไม่ส่งผลต่อ clarity grade ยกเว้นกรณีที่มีขนาดใหญ่มาก หรือมีสีขาวและสีอื่นๆ

AllAboutGemstones.com

นอกจากมลทินภายในแล้ว ยังมีตำหนิภายนอก (Blemish) ที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไป ซึ่งจะนำเสนอในครั้งหน้าค่ะ

ข้อมูลและภาพประกอบ AllAboutGemstones.com, About.com, Aiyara Gems

10/27/2552 | Posted in , , , | Read More »

แหวนเสริมดวง

มีเรื่องราวเกี่ยวกับการใช้อัญมณีและเครื่องประดับสำหรับเสริมโชคลาภและเพื่อความเป็นศิริมงคลในด้านต่างๆมาฝากกันค่ะ เรื่องแบบนี้แล้วแต่วิจารณญานของแต่ละบุคคลนะคะ


เสริมดวงการเงิน
ควรสวมแหวนทอง แหวนเงิน แหวนหยกและแหวนหัวพลอยสีที่ถูโฉลก โดยจะต้องสวมไว้ที่นิ้วกลางมือขวา ซึ่งนอกจากจะเสริมดวงการเงินแล้ว ยังช่วยเสริมดวงด้านบารมีอีกด้วย

เสริมดวงความรัก
ให้สวมแหวนรูปหัวใจ รูปดาว เลือกแหวนเพชรหรือเทอร์ควอยส์ก็ได้ โดยนิ้วที่สวมไว้ต้องเป็นนิ้วนางหรือนิ้วก้อย

เสริมดวงเสน่ห์
สวมแหวนลูกปัดและหินสีต่างๆ

โดยการเลือกอัญมณีที่ประดับบนแหวนนั้น ก็ควรจะเลือกให้เหมาะหรือถูกโฉลกกับเราด้วย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

 


 

สีที่ถูกโฉลกเหล่านี้ ยังสามารถนำไปใช้กับการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ประจำวันของเราเองได้ด้วยค่ะ

 

อ้างอิง Crystal Magazine

8/23/2552 | Posted in , , | Read More »

เลือกเครื่องประดับให้ใช้ได้ทุกโอกาส

ภาพจาก photobucket

Q : ขอคำแนะนำในการเลือกใช้เครื่องประดับ ที่สามารถใช้ได้กับทุกสถานการณ์หน่อยค่ะ

A : ในเรื่องของการใช้เครื่องประดับ ไม่ว่าจะมีประสบการณ์ทางแฟชั่นแค่ไหน เราก็อาจหลงทางได้ง่ายๆ เวลาที่เห็นเครื่องประดับสวยๆ เด่นเด้งจนอยากเป็นเจ้าของ คำแนะนำโดยทั่วๆ ไป ที่เราอยากให้คุณยึดไว้ในการเลือกใช้เครื่องประดับในทุกโอกาสก็คือ

- เลือกเครื่องประดับที่เสริมเสื้อผ้าให้เด่นขึ้น มองดูสีสันและเท็กซ์เจอร์ของเสื้อผ้า และอารมณ์ของมัน แล้วเลือกใช้เครื่องประดับที่จะทำให้จุดเด่นของเสื้อผ้าเด่นขึ้นมา อย่าเลือกเครื่องประดับที่ข่มเสื้อผ้าตัวเอง เครื่องประดับควรเป็นของตกแต่ง ไม่ใช่ครอบงำเสื้อผ้าของคุณจนหมดความสำคัญไป

- เวลาจะเลือกซื้อเครื่องประดับ ควรเลือกโดยดูเทรนด์ของเครื่องประดับในขณะนั้นเป็นหลัก เพื่อที่คุณจะได้ใช้มันมาทำให้เสื้อผ้าเดิมที่มีอยู่ทันสมัยขึ้น แต่อย่าใส่เครื่องประดับตามเทรนด์ทุกชิ้นในครั้งเดียว มันจะดูเร่อร่ามากกว่าน่ามอง

- จงหาเครื่องประดับที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองสักชิ้น เช่น ผ้าพันคอ เข็มกลัด หรือสร้อยคอ ที่คุณจะใส่เป็นประจำ แต่ก็อย่าเลือกเครื่องประดับแบบเดิมๆ แบบเดียวตลอดเวลา และลองมองหาวิธีเอามันมาใช้ในแบบที่แตกต่างกันไปในแต่ละชุด เพื่อไม่ให้น่าเบื่อ เช่น ผ้าพันคออาจโพกศีรษะหรือเอามาผูกไว้ที่หูกระเป๋าบ้างก็ได้

ข้อมูล Lisaguru.com

8/11/2552 | Posted in , , , , | Read More »

ไซส์แหวนสำคัญอย่างไร

ก่อนหน้านี้เคยนำเสนอวิธีการวัดขนาดแหวนด้วยตัวเองโดยการใช้เชือก แต่วันนี้ขอนำเสนอวิธีที่แม่นยำและสะดวกกว่ามากมายค่ะ โดยการใช้ Printable ring sizer ที่ร้านค้าจิวเวลรี่ออนไลน์ต่างๆจะมีบริการให้กับลูกค้า เพื่อความสะดวกในการสั่งซื้อแหวน

วิธีการใช้ก็ง่ายดายค่ะ เพียงแค่สั่งพริ้นท์รูปออกมาเท่านั้น เวลาวัดขนาดแหวนก็ให้ใช้แหวนที่เราใส่อยู่วางทาบลงไปกับรูปที่มีขนาดเท่ากัน หรือเจาะรูกระดาษแล้วสวมเข้ากับนิ้ว เท่านี้ก็จะทราบขนาดแหวนที่เหมาะสมกับเราแล้วค่ะ

เลือกตัวอย่าง Printable ring sizer มาให้ทดลองกันด้วยค่ะ คลิกที่ภาพเพื่อขยายใหญ่และสั่งพรินท์ (อย่าลืม เช็คดูว่า ขนาดของรูปที่เซ็ทไว้ในพรินท์เตอร์เป็นขนาดรูปปกติ)

 

  
ภาพประกอบ moondance jewelry gallery 

 

ข้อควรคำนึงในการวัดขนาดแหวน
1. หากจะสั่งซื้อแหวนทางออนไลน์ ควรทราบด้วยว่าแต่ละประเทศจะเรียกขนาดแหวนแตกต่างกันออกไป เช่น ประเทศในแถบเอเชียใช้ตัวเลขเหมือนกันแต่ก็แตกต่าง เช่นแหวนไซส์ 7 ของเอเชียจะเท่ากับไซส์ 4 อเมริกัน เป็นต้น

2. ลักษณะรูปร่างของนิ้ว มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับการวัดขนาดแหวนให้แม่นยำ แหวนที่วัดออกมาพอดี เมื่อนำไปสวมมักจะติดข้อนิ้ว หากเป็นแหวนที่ใส่พอดีกับข้อ ก็จะหลวมหรือเลื่อนไหลไปมาบนนิ้ว ขณะที่คนนิ้วใหญ่มักมีขนาดของโคนนิ้วใหญ่กว่าข้อนิ้วจึงอาจมีปัญหากับแหวน ที่เลื่อนไหลผ่านข้อออกมา ปัญหานี้อาจจะแก้ไขได้ด้วยการเลือกรูปแบบของแหวนให้เหมาะกับลักษณะนิ้ว

3. บางคนอาจเชื่อว่า เลือกแหวนขนาดใหญ่กว่านิ้ว 1 หรือ 2 ไซส์ดีกว่า เพราะการตัดลดขนาดแหวนง่ายกว่าไปเพิ่มขนาด แต่ถ้าหากนิ้วของเรามีขนาดระหว่างแหวน 2 ไซส์ให้เลือกขนาดที่ใหญ่กว่า จำไว้ว่านิ้วของคนเราจะเปลี่ยนขนาดตามอุณหภูมิคือ ถ้าอากาศหนาวจะหดตัว อากาศร้อนจะขยายการวัดขนาดนิ้วที่ดีที่สุด ควรวันในตอนเย็น เพราะนิ้วจะขยายตัวเต็มที่แล้ว จึงควรพิจารณาเรื่องนี้ด้วยนะคะ แต่ว่าทางที่ดีควรเลือกแหวนที่พอดีกับนิ้วดีที่สุดค่ะ

ข้อมูล All Best Wedding

7/24/2552 | Posted in , , , | Read More »

“เพชร” ทรงใด สะท้อนในความเป็นคุณ

สำหรับสาวๆ แล้ว หากให้เลือกเครื่องประดับชิ้นงามสักชิ้น คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ที่จะเลือก “เพชร” เพราะเป็นอัญมณีที่สาวๆ ทุกคนใฝ่ฝันอยากจะครอบครอง และหากมีโอกาสได้เลือกเพชรเป็นเครื่องประดับสักชิ้น สิ่งที่สาวๆ ควรพิจารณา คือ การเลือกรูปทรงที่เหมาะสมกับบุคลิกของตนเอง…เราลองมาสำรวจกันสักนิดซิว่า เพชรในแต่ละรูปทรง บ่งบอกและสะท้อนบุคลิกสาวๆ อย่างไรกันบ้างdiamond_shape

ภาพประกอบจาก Steward Dawsons Jewellery

  • เพชรทรงกลม (Round)
    ด้วยความที่เป็นเพชรรูปทรงคลาสสิก จึงเป็นที่นิยมของผู้หญิงจำนวนมาก ซึ่งเพชรทรงกลมนี้ สื่อถึงความโรแมนติก และความสื่อสัตย์
  • เพชรเหลี่ยม (Retangular)
    เพชรแห่งความหรูหรา ทำให้ผู้ที่ประดับกายด้วยเพชรรูปทรงนี้ ดูดี มีเสน่ห์ดึงดูดใจ แลดูเป็นหญิงสาวที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีความเป็นผู้นำ กล้าได้กล้าเสีย
  • เพชรเหลี่ยมมรกต (Emerald)
    เพชรที่สวยงามตลอดกาล สื่อถึงความสงบ สง่างาม สมกับเป็นผู้ดี มีใจกว้างขวาง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
  • เพชรรูปไข่ (Oval)
    รูปทรงไข่ สื่อถึงความเป็นผู้หญิง เป็นที่รักของเด็กๆ มีความมั่นคง ซื่อสัตย์ และสาวที่ช่างคิดสร้างสรรค์
  • เพชรรูปหยดน้ำ (Pear)
    บ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงที่แข้มแข็ง มีความมั่นใจ แฝงไปด้วยเสน่ห์ และโรแมนติก ในทางตรงกันข้าม เธออาจจะเป็นสาวเจ้าน้ำตา ขี้สงสาร ได้ในบางครั้ง
  • เพชรรูปหัวใจ (Heart)
    “หัวใจ” สัญลักษณ์ ของ ความรักแท้ หวานโรแมนติค
  • เพชรมาคีย์ (Marquise)
    บ่งบอกถึงความมั่งคั่ง เลิศ หรูหรา สง่างาม

ข้อมูล ASTVผู้จัดการออนไลน์

7/24/2552 | Posted in , , , | Read More »

การเลือกซื้อพลอยทับทิม

ทับทิมที่ถือว่ามีสีแดงสวยงามมากที่สุดมาจากแหล่งในประเทศพม่า เรียกว่า “สีเลือดนกพิราบ” ซึ่งจะมีสีแดงสดบริสุทธิ์และมีสีน้ำเงินปนเล็กน้อย เป็นสีที่นิยมและเป็นที่ต้องการมาก สำหรับชนิดสีที่รองลงมาเป็นสีแดงอมม่วงมีความมืดพอสมควร และบางครั้งมีสีแดงอมดำซึ่งจะมาจากแหล่งในประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามทับทิมที่มีขายในตลาดปัจจุบันนี้ มาจากหลายแหล่ง เช่น แอฟริกาตะวันออก เวียดนาม ศรีลังกา ฯลฯ ซึ่งบางครั้งอาจมีสีที่ไม่สวยเท่าทับทิมจากแหล่งพม่า หรือไทย ทับทิมที่มีสีสวยงามคุณภาพสูง โปร่งใสจะมีราคาสูงพอๆ กับเพชรในระดับคุณภาพเดียวกันบางที่อาจจะแพงกว่าอีก ทับทิมคุณภาพสูง และมีขนาดน้ำหนักมากจะหาได้ยากมาก และแน่นอนว่าราคาก็จะยิ่งแพงมหาศาลเลยทีเดียว ซึ่งหลักเบื้องต้นในการพิจารณาเลือกซื้อทับทิมมีดังนี้

1. สี เป็นหลักสำคัญ เนื่องจากบุคคลแต่ละคนมีความนิยมชมชอบสีแตกต่างกันไป บ้างชอบสีเข้ม บ้างชอบสีอ่อน บ้างชอบสีสด บ้างชอบสีขรีม บ้างชอบสีหวาน เปรียบเหมือนกับการเลือกซื้อผ้าตัดเสื้อนั้นแหละ ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน แต่สีของทับทิมที่จัดว่ามีราคาคุณค่าสูงก็คือ สีแดงบริสุทธิ์ หรืออาจจะเป็นสีแดงที่มีม่วงปนน้อยมาก และจะต้องเป็นสีแดงที่มีความเข้มสูงคือ แดงโชติช่วง ต้องไม่เป็นสีแดงคล้ำมองดูดำ ถ้าแดงมีส้มปนราคาจะตกลง และราคาจะตกลงไปอีกถ้ามีสีม่วงปนมาก ทับทิมสีที่ราคาถูกที่สุด คือแดงอมน้ำตาลหรือแดงดำคล้ำ โทนสีของทับทิมที่ดีคือสว่างปานกลาง หรือมืดปานกลาง ไม่ดำมืดหรือสว่างจนเกินไป และมีเข้มของสีแดงสูง ราคาจะลดลง ถ้าสีในทับทิมไม่สม่ำเสมอ
2. มลทิน ตำหนิ จะหาทับทิมที่ใสไร้มลทินเลยย่อมยาก ส่วนใหญ่แล้วจะมีรอยแตก ร่องรอยขุ่นมัว พร่า ฝ้า และมลทินแร่ชนิดอื่นๆ หรือมลทินของไหลพบอยู่เสมอ และอาจจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ถึงแม้ทับทิมที่มองดูใสไร้มลทินด้วยตาเปล่าเมื่อใช้แว่นขยาย 10 เท่าส่องดูก็จะมองเห็นมลทินเสมอ ทับทิมที่มีมลทินเล็กน้อยแต่สีสวยมากจะมีราคามากกว่าทับทิมที่ค่อนข้างใสแต่ไม่สวย
3. การเจียระไน มีความสำคัญต่อความสวยงามมาก หากเจียระไนโดยมีส่วนก้นพลอยลึกเกินไปจะทำให้ทับทิมดูมืดทึบ หากก้นพลอยตื้นเกินไปจะทำให้แสงรั่วออก หรือส่องผ่านก้นพลอยขึ้นมาทำให้ไม่มีน้ำไฟประกาย การเจียระไนที่ไม่ดีมีผลต่อสี ความแวววาว และราคาอีกด้วย นอกจากนี้ให้ดูฝีมือการเจียระไนด้วยว่า เรียบร้อยขนาดไหน เหลี่ยมคมชัดหรือไม่ นอกจากนี้การเจียระไนทับทิมให้มีสัดส่วนถูกต้อง ยังไม่เพียงพอที่จะดึงเอาความสวยงามออกมาให้เห็นเด่นชัด จุดใหญ่ที่จะต้องระวังก็คือ ให้มีการวางตัวของโต๊ะหน้าของพลอยให้ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ได้พลอยสีสวยที่สุด ในทับทิมนั้นมีการหักเหของแสงสองทิศทางให้สีต่างกันคือ แดง - ม่วง และ แดง - ส้ม เนื่องจากสีแดงมีม่วงปนเล็กน้อยคือ สีที่ดีที่ต้องการที่สุด ดังนั้นจะต้องเจียระไนให้ทางด้านหน้าของทับทิมให้สี แดง - ม่วง ปรากฏ ส่วนสีแดง - ส้มจะปรากฏในทิศทางด้านข้างซึ่งมองไม่เห็น ถ้าทับทิมสีสวย มลทินน้อย ขนาดใหญ่ แต่การเจียระไนไม่ดีก็ควรจะยอมเสียน้ำหนักเจียระไนใหม่ เพราะถึงจะได้ทับทิมเม็ดขนาดเล็กลง แต่ก็จะได้ราคาดีกว่าเม็ดใหญ่ซึ่งไม่สวย จำไว้ว่าความงดงามของทับทิมจะไม่ปรากฏให้เห็นหาก ไม่มีการเจียระไนที่ดี

การเลือกซื้อพลอยทับทิมเหลี่ยมเจียระไนruby

1. เลือกทับทิมที่มีสีแดงจัดสดใส สีไม่คล้ำมืด หรือหลายๆ ท่านอาจจะเลือกทับทิมสีชมพูหวานใสก็ย่อมได้เช่นกัน
2. ใช้กล้องขยายขนาดกำลัง 10 เท่าส่องดูเนื้อพลอย เนื้อพลอยที่มีคุณภาพดีนั้นไม่ควรมีริ้วรอยแตกร้าว เพราะจะทำให้เสียคุณค่า ความงาม และความคงทนในการใช้สอย
3. เนื้อพลอยควรใส ไม่ขุ่นทึบ มีความฉ่ำวาวเหมือนมีน้ำอยู่ภายใน ซึ่งจะทำให้ดูมีประกายสดใสสวยงาม
4. เม็ดพลอยทับทิมควรมีสัดส่วนที่เหมาะสม ได้สัดส่วนทั้งหน้าพลอยและก้นพลอย ก้นพลอยต้องไม่ลึกหรือตื้นจนเกินไป
5. พลอยจะงดงามได้ต้องมีการเจียระไนที่ดีด้วย เพราะพลอยเหลี่ยมเจียระไนทั้งเม็ด เมื่อเจียระไนได้สัดส่วน มีความประณีตละเอียด ก็ย่อมจะสะท้อนแสงไปมาได้ระยิบระยับสวยงามมาก
พลอยที่มีเนื้องามใส ถ้าได้รับการเจียระไนหยาบไม่ได้สัดส่วนที่ประณีต จะเห็นได้ชัดว่าด้อยความงามอย่างน่าเสียดาย ฝีมือของช่างเจียระไนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากเช่นกัน

การเลือกซื้อพลอยทับทิมเจียระไนแบบหลังเบี้ย (หลังเต่า)ภาพจาก ebay.com

1. การเลือกสีพลอย ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับการเลือกทับทิมเหลี่ยมเจียระไน และมีสีแดงสม่ำเสมอทั่วทั้งเม็ด
2. เนื้อพลอยควรเรียบงามทั้งเม็ด ไม่มีริ้วรอยแตกร้าว
3. ใช้ไฟฉายขนาดเล็กมากๆ ส่องย้อนเข้าไปใต้ก้นพลอยจะเห็นความโปร่งใสของเนื้อพลอย ถ้ามีริ้วรอยแตกก็จะเห็นได้ชัดเจนอีกด้วย
ถ้าแสงจากไฟฉายลอดเข้าไปในเนื้อพลอยได้มาก ก็แสดงว่าพลอยเม็ดนั้นมีเนื้อที่ค่อนข้างโปร่งใส ซึ่งเมื่อนำมาทำเครื่องประดับก็จะดูฉ่ำนวลงดงาม ยิ่งใสมากเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น 4. รูปทรงของเม็ดพลอย ควรโค้งนูนงามได้สัดส่วน ไม่แบนราบจนเกินไป เพราะเมื่อนำไปขึ้นตัวเรือนจะไม่สวยเท่าที่ควร

เนื้อพลอยทับทิมที่เจียระไนแบบหลังเบี้ยหรือหลังเต่านี้นิยมกันอยู่หลายลักษณะ ได้แก่
เนื้อแก้ว เนื้อพลอยจะวาวงามใสคล้ายแก้ว
เนื้อแพร เนื้อพลอยจะมีความขุ่นหรือซึมมากกว่าเนื้อแก้ว (ราคาถูกกว่าเนื้อแก้ว)
เนื้อเทียน เนื้อพลอยจะขุ่นทึบมากกว่าเนื้อแพร แต่ยังดูมีประกายวาวแววอยู่ในเนื้อพลอยบ้าง (เนื้อเทียนราคาถูกกว่าเนื้อแพร)
ส่วนเนื้อพลอยทับทิมที่ทึบมากจนแสงส่องไม่ทะลุนั้น ความงดงามย่อมจะสู้พลอยเนื้อแก้ว หรือเนื้อแพรไม่ได้ (เนื้อทึบราคาถูกที่สุด)
ถ้าต้องพิจารณาดูเนื้อพลอยอย่างปัจจุบันทันด่วน และหาไฟฉายส่องดูเนื้อพลอยไม่ได้ วิธีง่ายๆ คือ หยิบพลอยเม็ดนั้นขึ้นส่องดูกับแสงแดดก็ได้ผลดีใกล้เคียงกับไฟฉายเช่นกัน

ธรรมชาติของพลอยทับทิมนั้น มักจะมีตำหนิริ้วรอยในเนื้อเป็นส่วนใหญ่เช่นเดียวกับมรกต โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลอยทับทิมพม่า แทบจะหาเนื้อพลอยที่สะอาดได้ยากเหลือเกิน ดังนั้นกฎเกณฑ์นี้จึงอาจต้องอะลุ้มอล่วยบ้าง โดยพิจารณาดูว่า เนื้อพลอยภายในนั้นอาจมีรอยตำหนิได้บ้าง แต่ไม่ใช่แตกร้าวเป็นแนวยาว หรือแตกร้าวจนขึ้นมาถึงหน้าพลอย เพราะต่อไปเมื่อใช้สอยไปนานๆ เนื้อพลอยอาจแตกร้าวมากขึ้น จนแตกหลุดออกไปในที่สุด

การเลือกซื้อทับทิมกินบ่เซี่ยงภาพจาก sanook shopping

ทับทิมกินบ่เซี่ยง เป็นความเชื่อของชาวไทยทางภาคเหนือว่า ใครมีไว้ในครอบครองก็จะโชคดี เพราะชื่อมีความหมายที่ดีว่ากินไม่หมด การเลือกทับทิมกินบ่เซี่ยงนั้น อาศัยหลักเกณฑ์เดียวกับการเลือกทับทิมเจียระไนแบบหลังเบี้ย ส่วนสีพลอยของกินบ่เซี่ยงจะมีความสำคัญอยู่ที่สีขาวและสีแดงในเนื้อทับทิมเม็ดเดียวกันนั้น ส่วนใหญ่พลอยกินบ่เซี่ยงเม็ดเดียวจะมีสีขาวเป็นพื้นและมีสีแดงประปราย หรือกระจายไปทั่วอย่างงดงาม หรือมีสีแดงเป็นพื้นและมีสีขาวอยู่ประปราย หรืออาจมีสีแดงอยู่ด้านหนึ่ง และมีสีขาวอีกด้านหนึ่ง แบ่งแยกกันไปอย่างเห็นได้ชัด และส่วนใหญ่พลอยทับทิมกินบ่เซี่ยงมักจะมีสตาร์อยู่บนหน้าพลอยด้วย

การเลือกซื้อทับทิมหลังเบี้ยมีสตาร์ภาพจาก Palagems.com

ทับทิมหลังเบี้ยมีสตาร์ หรือรูปดาว 6 แฉกอยู่บนหน้าพลอยนั้น เป็นที่นิยมมากอีกเช่นกัน หัวใจความงามของทับทิมสตาร์นี้อยู่ที่ขาของสตาร์ทั้ง 6 ขา ขาต้องคมชัดยาวจรดขอบข้างของหน้าพลอย และขาทั้ง 6 ต้องมีจุดตัดกันอยู่ตรงกลางหน้าพลอยพอดี เมื่อต้องกับแสงไฟขาทั้ง 6 ก็จะสะท้อนเหลือบกลิ้งไปมาได้อย่างสวยงามมาก

นอกจากนี้ยังมีทับทิมบางเม็ดที่มีสีขาวล้วน เรียกกันว่า ทับทิมขาว การเลือกซื้อใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับทับทิมหลังเบี้ยและทับทิมหลังเบี้ยสตาร์ ส่วนสีของทับทิมขาวนั้นควรจะขาวนวลงามสมชื่อ

 

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อ

1. อย่าดูสีของทับทิมภายใต้ไฟสีเหลืองหรือไฟจากหลอดมีไส้ (incandescent light) เพราะจะทำให้พลอยดูสีแดงสวย ให้ใช้แสงธรรมชาติหรือแสงผสมระหว่างไฟนีออนและไฟเหลือง
2. ไม่ต้องสนใจว่าเป็นทับทิมจากแหล่งไหนให้เลือกสีที่ถูกใจ มีโทนสีปานกลางไม่เข้มหรืออ่อนเกินไป ไม่ดำคล้ำมืดเกินไป และให้มองดูแล้วมีน้ำ มีความสุกใส ประกาย
3. เวลาซื้อให้ระวังข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการเลือกซื้อผิดชนิด เพราะอาจเข้าใจผิดถูกหลอกขายโกเมนสปิเนลแดง ทัวร์มาลีนแดง ในนามของทับทิมได้เพราะพลอยเหล่านี้ ถ้ามีการเจียระไนที่ดี จะมีลักษณะคล้ายทับทิมคุณภาพปานกลาง
4. ให้ระวังทับทิมสังเคราะห์หากทับทิมนั้นใสสะอาดมากจนผิดสังเกต ให้ผู้ชำนาญตรวจสอบให้ก่อนตัดสินใจซื้อ รวมทั้งให้ระวังทับทิมประกบด้วย
5. อย่าคิดเอาเองว่าทับทิมที่อยู่ในตัวเรือนที่สวยงามจะต้องเป็นของแท้เสมอไป ให้ตรวจสอบให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ยังมีทับทิมสาแหรกซื้อขายกันในตลาดด้วย การเลือกซื้อให้สังเกตดูสีเช่นเดียวกับทับทิมธรรมดา และให้ดูว่าความสมบูรณ์ของขาดาวมีครบ มีความแหลมคมวางอยู่กลางพลอย และมีการกลิ้งไปมาของดาวอย่างงดงามหรือไม่ ทับทิมสาแหรกจะไม่โปร่งใสเหมือนทับทิมที่เจียระไนแบบเหลี่ยม เพราะมีมลทินคล้ายเข็มอยู่มากมาย ซึ่งเรียกว่า "ไหม" ไหมจะทำให้ทับทิมมีสีเทาเพิ่มขึ้น และสว่างขึ้น นอกจากนี้ ให้สนใจส่วนสัดของการเจียระไน เป็นกรณีพิเศษ ในการเลือกซื้อทับทิมสาแหรก เนื่องจากทับทิมสาแหรกมักจะมีการเจียระไนให้ก้นพลอยมีความหนามากเพื่อรักษาน้ำหนัก ทำให้ไม่ได้ประโยชน์เพราะไม่ได้เพิ่มความสวยงามขึ้นมาเลย ทับทิมสาแหรกที่โปร่งใส และมีขาดาวเด่นชัดสวยงาม จะมีราคาดีกว่าทับทิมที่มีความมัวหมอง และให้ระวังทับทิมสาแหรกสังเคราะห์ด้วย สังเกตได้ง่ายคือ ขาของดาวจะคมชัดเกินความจำเป็น ลักษณะของดาว ดูเหมือนลอยขึ้นมาจากเนื้อพลอย

 

ข้อมูล ไอยราเจมส์
ภาพประกอบ ebay.com, Palagems.com, Sanook Shopping

3/18/2552 | Posted in , , , , | Read More »

10 ต้องมี “ตัวช่วยและทีเด็ด” ปรับหลากอารมณ์สไตล์

โดย แดงส์ ตักสิลา ASTV ผู้จัดการออนไลน์


เพื่อให้เหมาะสมกับยุคเศรษฐกิจพอเพียง ที่สาวๆยังต้องคงไว้ซึ่ง “ความพอเพียงที่พอใจ พอดี พองาม และใช่คุณ” อยากแนะนำ “10 ต้องมีติดตัว” จะใส่ไว้ในกระเป๋าท้ายรถ หรือกระเป๋าใบโตหิ้วติดตัวไปทำงาน ซึ่งถือเป็น “ตัวช่วยและทีเด็ด” เสริมพลังภาพลักษณ์การแต่งกายของสาวยุคนี้ได้

Zircon gold pumps, Rupert Sanderson Suede flat, Taryn Rose 

1. รองเท้าคัทชูส์หุ้มส้น สไตล์ Pumps อาจหัวแหลม หัวมน หัวเหลี่ยม เลือกส้นสูงแนวคลาสสิก สูงหน่อย เป็นตัวช่วยให้ดูเท่ห์เวลาทำงาน และดูเซ็กซี่ลึกๆ เมื่อใส่ไปงานตอนค่ำ
2. รองเท้าส้นแบน (Flats) แบบเรียบๆ แต่หุ้มส้นสไตล์รองเท้าบัลเล่ต์ คล่องตัวคล้ายใส่รองเท้าแตะ เป็นตัวสำรองเวลาเมื่อยจากการใส่รองเท้าคัทชูส์ เมื่อยามเดินไปไหนๆ คล่องตัวแต่ยังดูดี

14K White Gold Diamond Bangle by TJK Superstore HOLLYWOOD GLAMOUR RING by hollywoodjewel.com Pearl earrings by Minawala Jewellers

3. แหวน ต่างหู สร้อยชิดคอ และกำไลข้อมือเพชร (Diamonds) (จะเพชรแท้ หรือเทียมก็แล้วแต่) แสงวูบวาบเล็กๆ ยามเจอแสง เมื่อใส่ มันสร้างเสน่ห์เสริมอารมณ์ให้ดูหรูเรียบ แม้จะใส่ยีนส์กับเสื้อยืด
4. ไข่มุก (Pearls) ตรงนี้เอาไว้เสริมอารมณ์ความเป็นหญิง มันคลาสสิกแบบโรแมนติก เงามันเหลือบของมุก มันไปเจอกับชุดเรียบ เสื้อเบสิค ทำให้ดู Elegance มาก

    Heloise Hobo Bag by Chloe      Large Suede Tote by YSL      Laverne Raffia Clutch by Anya Hindmarch
5. กระเป๋าที่มีโครงสร้างเรียบ รายละเอียดไม่เยอะ (Structured Bag) ขนาด Medium แบบหิ้ว ใส่สัมภาระได้เยอะ สีดำ หรือน้ำตาลไหม้เข้ม เป็นตัวกลางกับทุกสไตล์ที่คุณแต่ง
6. กระเป๋าหนีบติดมือแบบเก๋ (Clutch) สำหรับเสริมเสน่ห์ยามออกงาน แบบบอบบาง ใบกะทัดรัด สำหรับใส่ของติดตัวเล็กๆน้อยๆ เดินยืนเก๋ในงานที่ไปตอนค่ำ ดีกว่าสไตล์สะพาย หรือหิ้ว
MARC BY Marc Jacobs  M.C.L by Matthew Campbell Laurenza
7.
เข็มขัด (Belt) เลือกแบบเรียบ บางกว้าง เป็นทีเด็ดกับการเปลี่ยนชุดติดกันทรง Sac รัดรวบหย่อนๆ ทั้งระดับเอว หรือใต้เอว ทำให้ดูดีมีสไตล์ น่าจะมีเอาไว้ในตู้หลายเส้น
8. แหวนเด่นออกงาน (Cocktail Ring) งานตอนเย็นส่วนใหญ่เป็น Cocktail แบบยืนเดิน จิ้มชิมอาหาร คุยกัน กรีดกราย นิ้วมือต้องสร้างจุดเด่น แหวนวงโตๆ อาจเป็นพลอยเทียม หิน โลหะ สีสันหลากหลาย แต่ให้เด่นและเห็นชัดๆ

by Ice.com Rose Gold Watch by GC watches
9. กำไลแนวหนีบติด แบบกว้างใส่ระดับข้อมือคล้าย Cuff ควรเป็นทอง หรือเงินแนวด้าน หรือมีการสลักลวดลาย ไม่มีสีอื่น เป็นสีพื้นๆ อันนี้ชะงัดครับ ใส่แล้วดูขลัง
10. นาฬิกาโลหะ (Metal Watch) จะสายหนัง หรือสายโลหะ คงต้องเลือกประเภทมีคุณภาพ ประณีต ใส่เป็นเครื่องประดับบอกเวลา จะเป็นโลหะแนวทอง หรือ Stainless steel ก็แล้วแต่ จำง่ายๆ สไตล์นาฬิกาชายนั่นแหละ

ลองไปจัดหาที่มีอยู่ หรือจัดซื้อเพิ่มนะครับ เชื่อว่าจะเป็น “ตัวช่วยและทีเด็ด” ยามจนมุม หัวหมุน กับสไตล์ที่กำลังสับสนนะครับ

ภาพประกอบจาก ELLE, Stylefinder

3/02/2552 | Posted in , , , , , , | Read More »

เราจะเลือกซื้อทองคำและทองรูปพรรณอย่างไร

หากคุณเป็นผู้นิยมในการซื้อทองรูปพรรณ คุณจะรู้มันเป็นเรื่องยากในการจ่ายเงินออกไปเพื่อชื้อทองรูปพรรณที่ชื่นชอบ หลายๆท่านอาจจะสงสัยว่าแล้วมีองค์ประกอบใดบ้างที่นำมาใช้ในการพิจารณาในการเลือกซื้อทองรูปพรรณแล้วองค์ประกอบอะไรที่มีผลทำให้ราคาทองรูปพรรณมีความแตกต่างกัน ซึ่งองค์ประกอบเหล่านั้นก็ได้แก่ ขนาดกะรัต  น้ำหนัก การออกแบบ  ความประณีตและคุณภาพของทองรูปพรรณ

ขนาดกะรัตของทองรูปพรรณ

เป็นที่ทราบกันดีว่าทองรูปพรรณจะอยู่ในรูปของทองกะรัตไม่ว่าจะเป็น 10 k , 14 k , 18 k และอื่นๆอีกมากมายซึ่งทั้งหมดก็จะมีคุณสมบัติของสีแตกต่างกันไปและด้านราคาก็จะเพิ่มขึ้นตามขนาดกะรัตของทองรูปพรรณเช่นกัน โดยราคาของทองรูปพรรณ 10 k อยู่ในช่วงประมาณ 14-20 $ ต่อกรัม , ทองรูปพรรณ 14 k อยู่ที่ 20-30 $ ต่อกรัม และทองรูปพรรณ 18 k อยู่ที่ 27-37 $ ต่อกรัม โดยเราสามารถสังเกตกะรัตของทองรูปพรรณนั้นได้จากตราประทับบนตัวทองรูปพรรณชิ้นนั้นได้เลย

ภาพจาก Gold Fellow น้ำหนักของทองรูปพรรณ

คุณรู้บ้างไหมทำไมน้ำหนักจึงเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในการพิจารณาเลือกทองรูปพรรณนั้นก็เพาระว่าน้ำหนักนี้และจะเป็นตัวบอกถึงปริมาณของทองคำที่ใส่ลงไปในทองกะรัตต่างๆ ซึ่งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นทำให้ราคาและความแข็งแรงของทองรูปพรรณสูงตามไปด้วยเช่นกันนั้นก็เพราะว่าน้ำหนักทองที่เพิ่มขึ้นจะไปช่วยลดการโค้งงอและการหักได้

 

ลักษณะการออกแบบ

การออกแบบทองรูปพรรณนั้นจะเน้นถึงความพิเศษ  ความประณีต  การสลักลวดลายและความเรียบร้อยอีกทั้งยังมีการเพิ่มลักษณะของพื้นผิวเข้าไปอีกไม่ว่าจะเป็นแบบผิวเงา  แบบผิวด้านและแบบผิวซาติน ซึ่งจากลักษณะการออกแบบที่แตกต่างกันออกไปทำให้ท่านต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นตามการออกแบบ  ตามสีต่างๆ ของทอง และรูปแบบใหม่ๆ ที่ผู้ผลิตใส่เข้าไป โดยเฉพาะงานฝีมือจะมีราคาที่สูงกว่างานทั่วๆไป

ภาพจาก Chainz & Pendantz ความประณีตและคุณภาพ

ปัจจุบันการผลิตทองรูปพรรณส่วนใหญ่จะผลิตด้วยเครื่องจักรเพราะจะได้ทองรูปพรรณที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานแต่ก็มีการฝีมือที่ผลิตออกมาให้เราได้เลือกซื้อกันอย่างมากมายเช่นกันเนื่องจากงานฝีมือเป็นที่นิยมของท้องตลาดเพราะมีลวดลายที่สวยงามกว่าทองรูปพรรณที่ผลิตโดยใช้เครื่องจักร ดังนั้นเราควรสังเกตให้ดีเวลาเลือกซื้อทองรูปพรรณจุดแรกที่ควรสังเกตคือบริเวณจุดเชื้อมต่อ  ข้อต่อ และตัวสลักเพราะว่าทั้งสามจุดนี้มักจะแตกหักได้ง่ายดังนั้นควรตรวจสอบดูให้แน่ใจว่ามีความแข็งแรงทนทานรวมทั้งตรวจสอบแหล่งที่มาของทองที่นำมาผลิตทองรูปพรรณซึ่งอาจมีการประทับตราบนตัวทองรูปพรรณซึ่งแหล่งที่มาต่างกันราคาก็จะต่างกันไปด้วย

ข้อมูล GIT
ภาพประกอบ
Chainz & Pendantz, GoldFellow

2/20/2552 | Posted in , , , , , | Read More »

ปัจจัยที่ใช้พิจารณาในการซื้อนาฬิกาจักรกลดีๆ สักเรือน

1 ขยันศึกษาหาข้อมูลจากทุกๆ แหล่ง (ให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้) ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ร้านค้านาฬิกาต่างๆ หรือแม้แต่นิตยสารนาฬิกาทั้งหัวนอก หัวไทย ซึ่งในปัจจุบันนิตยสารนาฬิกาเหล่านี้มีมาตรฐานการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำไม่ต่างจากนิตยสารนาฬิกาเมืองนอกเลยทีเดียว (เพราะฉะนั้นอย่าเสียดายแค่ควักเงินซื้อหาข้อมูลมาเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง)เพราะยิ่งเรารู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ การตัดสินใจของเราก็จะถูกต้องมากขึ้นเท่านั้นเอง

2 อย่าซื้อเพราะแบรนด์ แต่ให้ซื้อเพราะนาฬิกา เช่นเดียวกับการซื้อเพราะความชอบที่เกิดจากตัวเราจริงๆ ไม่ใช่ซื้อเพราะคนรอบข้างชอบ ชื่นชม หรือยุให้เราซื้อ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น คุณก็จะไม่รู้สึกถึงคุณค่าของนาฬิกาที่คุณมีอยู่อย่างแน่นอน และไม่นานคุณก็คงจะเบื่อและลืมมันไปนั่นเอง

3 วิเคราะห์ปัจจัยและองค์-ประกอบพื้นฐานต่างๆ ของนาฬิกาเรือนนั้นเป็นหลัก อาทิ ประวัติศาสตร์ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ คุณสมบัติฟังก์ชันการใช้งานได้จริง ดูว่าฟังก์ชันที่มีบนนาฬิกาเรือนนั้น เราได้มีโอกาสใช้บ้างหรือเปล่า (ถ้าไม่ได้ใช้เลย ก็แสดงว่าเรากำลังจะสูญเงินไปกับสิ่งที่สูญเปล่านั่นเอง) พิจารณาจากความเหมาะสมของข้อมือกับรูปแบบดีไซน์ของนาฬิกาเรือนนั้นว่าเข้ากับตัวเราหรือไม่ ถ้าใส่แล้วไม่เป็นตัวคุณ สู้เก็บเงินไว้รอเรือนที่เหมาะกับข้อมือเราดีกว่าไหม (เพราะถ้าคุณซื้อไปแล้วไม่กล้าใส่ ก็ถือว่าเสียเงินเปล่าเช่นกัน)เว้นแต่ว่าคุณจะรวยมากเลยไม่สนใจว่าอะไรเหมาะกับตัวเรา แบบว่าสบายใจก็เลยซื้อ

4 สุดท้าย เมื่อกดเครื่องคิดเลขคำนวณแล้วว่าคุ้มค่าทั้งทางด้านจิตใจและเงินตรา ก็ตัดสินใจซื้อไปเถอะ (เอาน่ะ...สักเรือน)

อุณหภูมิเกี่ยวข้องกับการทำงานของเรือนเวลาจักรกลได้อย่างไร

ความจริงแล้วนาฬิกาจักรกลสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ก็คือในสภาวะอากาศอุณหภูมิห้อง เปรียบเสมือนร่างกายของมนุษย์ที่ชอบอาศัยอยู่ในสภาวะอุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อให้ระบบการทำงานภายในสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติมากที่สุดนั่นเอง

อุณหภูมิที่สูงหรือต่ำเกินไป ยังสามารถส่งผลต่อความเที่ยงตรงในการทำงานของกลไกอัตโนมัติด้วยเมื่ออยู่ภายใต้สภาวะอากาศที่ร้อนเกินไป จะส่งผลให้น้ำมันหล่อลื่นภายในกลไกเหนียวเยิ้ม เนื่องจากไอความร้อนภายในที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อความเที่ยงตรงในการบอกเวลา เช่นเดียวกับการที่เราปล่อยให้นาฬิกาอยู่ในสภาวะอากาศที่เย็นนานๆ จะส่งผลให้เฟืองจักรภายในเครื่องเกิดความฝืดและทำงานได้อย่างติดขัด และในขณะเดียวกัน การอยู่ในสภาวะที่มีสนามแม่เหล็กที่มีค่าความแรงเป็นเวลานานๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลต่อการทำงานของกลไก หรือแม้กระทั่งการปรับเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว ก็ล้วนส่งผลต่อการทำงานของกลไกในระยะยาวได้ทั้งสิ้น ดังนั้น การเก็บนาฬิกาไว้ในอุณหภูมิที่เหมาะสม คือหนทางรักษาระยะเวลาให้นาฬิกาคู่ใจของคุณอยู่กับข้อมือของคุณไปนานๆ

ข้อมูลและภาพประกอบ 247 Free Magazine

2/13/2552 | Posted in , , , , , | Read More »

How to buy a watch?

 นาฬิกาเรือนต่อไปจะเป็นอะไรดี

จุดเริ่มต้นของความคิดที่จะเริ่มสะสมนาฬิกาดีๆ ไว้เป็นคอลเลกชั่นส่วนตัวนั้น เขาเริ่มกันอย่างไร เราได้รวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์กันถึงไอเดียต่างๆ จากผู้มีประสบการณ์ในวงการนาฬิกาให้ได้เป็นเกร็ดความรู้คร่าวๆ เอาไว้ศึกษาเป็นไอเดียก่อนที่จะตัดสินใจลองผิดลองถูกกับการเลือกซื้อหา นาฬิกามาเป็นเจ้าของกันสักเรือน

สำหรับก้าวแรกซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการเลือกซื้อนาฬิกาก็คือ การเริ่มต้นค้นหาความชอบของตัวเองให้เจอเสียก่อน โดยสอบถามตัวเองก่อนว่าความชอบของเรานั้น เป็นความชอบในรูปแบบไหน เป็นความชอบผลงานในรูปแบบที่เน้นนวัตกรรมล้ำสมัยในเชิงเทคนิค หรือรูปแบบเชิงศิลป์ที่เน้นดีไซน์ร่วมสมัย เพราะคุณลักษณะของนาฬิกาแต่ละแบรนด์ แต่ละเรือน ก็มักจะมีเอกลักษณ์หรือจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ถ้าเราค้นหาความชอบของตัวเองได้ การจะเลือกซื้อนาฬิกาสักเรือนก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ปัจจัยต่อมาที่เป็นส่วนประกอบในการเลือกซื้อนาฬิกาสักเรือนก็คือ คุณ ต้องทราบว่านาฬิกาเรือนนี้คุณต้องการซื้อมาเพื่อใช้งานจริงๆ ซื้อมาเพื่อสะสม เพื่อเก็งกำไร หรือเพื่อการลงทุน

เมื่อคุณพบคำตอบให้กับตัวเองแล้วว่าคุณต้องการซื้อมาเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริง ดังนั้น เราจะมาวิเคราะห์กันถึงแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน อันได้แก่ ความเที่ยงตรง ความทนทาน ความสะดวกในการใช้งาน และการซ่อมแซม

1 ความเที่ยงตรง
แน่นอนว่านาฬิกาควอตซ์ย่อมมีความเที่ยงตรงกว่านาฬิกาจักรกลหลายเท่านัก จะสังเกตได้ว่าหน่วยวัดความคลาดเคลื่อนของกลไกระบบควอตซ์นั้นจะวัดค่ากันเป็นวินาทีต่อเดือน หรือต่อปี (ถ้ากลไกควอตซ์ชุดนั้นมีความเที่ยงตรงสูงมาก) แต่สำหรับนาฬิกาจักรกลแล้ว โดยส่วนใหญ่เราจะวัดค่าความคลาดเคลื่อนกันเป็นวินาทีต่อวัน ดังนั้น แม้ว่าจะเป็นนาฬิกาจักรกลที่ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ ก็ยังรักษาความเที่ยงตรงได้ไม่ดีเท่านาฬิกาควอตซ์ซึ่งมีราคาถูกกว่า อันที่จริงแล้ว การที่คุณต้องควักกระเป๋าจ่ายให้กับนาฬิกาจักรกลในราคาที่แพงกว่านั้น ก็มีสาเหตุมาจากความยากในกระบวนการผลิตที่คุณๆ หลายท่านคงจะยอมจ่ายให้กับเรือนเวลาแห่งศิลป์กันอย่างแน่นอน

2 ความทนทาน
เนื่องจากแต่ละบุคคลมักจะมีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันไป ดังนั้น การใช้งานของแต่ละคนก็ย่อมต่างกัน แต่ในหลักทฤษฎีทั่วไปแล้วนาฬิกาควอตซ์นั้นจะมีความทนทานต่อสภาพการใช้งานมากกว่านาฬิกาจักรกล ด้วยเพราะตัวเครื่องภายในระบบควอตซ์นั้นไม่มีอะไรที่ซับซ้อนเท่ากับกลไกภายในนาฬิกาจักรกล จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมนาฬิกาจักรกลจึงมีราคาแพงกว่านาฬิกาควอตซ์หลายเท่าตัวนัก

3 ความสะดวกในการใช้งาน
แน่นอนว่าถ้าพูดถึงในแง่ของความสะดวกแล้ว นาฬิการะบบควอตซ์ย่อมกินขาด เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เราหยิบมาใส่ เราสามารถใส่ออกไปข้างนอกได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องมาเสียเวลาปรับ ตั้งค่าใหม่ทุกครั้ง ต่างจากนาฬิกาจักรกล ซึ่งหากบางเรือนไม่สามารถสะสมพลังงานสำรองได้นานพอที่เราจะวางนาฬิกาไว้เฉยๆ ตลอดวันหยุดเสาร์-อาทิตย์แล้วละก็ บอกได้เลยว่าเช้าวันจันทร์คุณต้องมาเสียเวลาจูนนาฬิกาบนข้อมือของคุณใหม่ (เว้นเสียแต่ว่าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์คุณจะหยิบมาใส่อยู่บ้านด้วย) เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า นาฬิกาจักรกลเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยพลังงานจากการเคลื่อนไหวข้อมือของเราเพื่อขับเคลื่อนกลไกภายในของตัวเอง

4 การซ่อมแซม
หากพิจารณาถึงการซ่อมแซมแล้ว สำหรับอะไหล่ของนาฬิกาควอตซ์นั้นก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่หมดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ตัวนั้นเราก็ต้องเปลี่ยน แต่ประเด็นสำคัญก็คือ คุณต้องไม่ปล่อยทิ้งไว้นานเป็นปีๆ เพราะเมื่อแบตเตอรี่เหล่านั้นถูกเก็บไว้นานจะเริ่มมีปฏิกิริยา ทำให้ตัวเครื่องกลไกภายในของนาฬิกาแสนรักของคุณเสียหายได้ หรือถึงขั้นเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นเพียงแค่ใส่ใจกับระยะเวลาที่แบตเตอรี่จะหมด เพื่อเปลี่ยนใหม่ได้ทันเวลา เท่านี้นาฬิกาของคุณก็สามารถใช้งานได้นานเฉกเช่นนาฬิกาจักรกลเลยทีเดียว

อะไรคือความต่างระหว่างนาฬิกาไขลานและนาฬิกาออโตเมติก

นาฬิกาไขลาน (Manual Winding) จะต้องขึ้นลานผ่านการหมุนด้วยมือทางเม็ดมะยม เพื่อให้นาฬิกามีพลังงานสำรองสำหรับใช้ในการขับเคลื่อนกลไก ส่วนนาฬิกาออโตเมติกนั้นคือ นาฬิกาที่มีกลไกขึ้นลานได้ด้วยตัวเอง (Self-winding)อยู่ภายในตัวเครื่อง เราไม่จำเป็นต้องไขลานผ่านทางเม็ดมะยมอีก ซึ่งระบบออโตเมติกนี้ ก็เปรียบเสมือนการต่อยอดของวิวัฒนาการในการพัฒนาและคิดค้นจากช่างนาฬิกา เพื่อต้องการช่วยลดปัญหาที่จะต้องมาเสียเวลาไขลานทุกวัน ทุกครั้งที่หยิบมาใส่ ทั้งนี้ผู้ผลิตบางรายยังออกแบบชุดไขลานแบบเดิมมาไว้ที่เม็ดมะยมด้วย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถขึ้นลานด้วยมือเพื่อรักษาพลังงานสำรองไว้ในขณะที่ไม่ได้สวมใส่นาฬิกา

ข้อมูลและภาพประกอบ 247 Free Magazine

2/12/2552 | Posted in , , , , , | Read More »

ความคิดเห็นล่าสุด

บทความล่าสุด