มลทินภายในหรือ Inclusion เป็นลักษณะเฉพาะตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นภายในอัญมณี เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยในการจำแนกชนิดของอัญมณี และจำแนกอัญมณีเทียมหรืออัญมณีสังเคราะห์ออกจากอัญมณีแท้ได้ และมีลักษณะพิเศษตรงที่ ในอัญมณีแต่ละเม็ดนั้น จะไม่มีเม็ดไหนที่มีมลทินภายในเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อเกิดการสูญหายหรือถูกขโมย เราจึงสามารถใช้มลทินภายในในการยืนยันความเป็นเจ้าของอัญมณีเม็ดนั้นๆได้
แต่ในบางครั้งมลทินภายในก็มีส่วนทำให้อัญมณีมีความสวยงามลดลงได้เนื่องจากแสงที่ตกกระทบจะถูกรบกวนจากมลทินภายใน หรือมลทินบางชนิดก็อาจทำให้เพชรแตกร้าวหรือเสียหายได้ง่ายขึ้น ซึ่งเพชรที่ปราศจากมลทินใดๆนั้นมีน้อยมาก และย่อมมีราคาที่สูงมากเช่นกัน เพชรที่มีจำหน่ายโดยทั่วไปนั้นจึงเป็นเพชรที่มีมลทินทั้งภายในและภายนอกในระดับที่ต่างๆกันไป แต่วิธีการเลือกซื้อเพชรนั้นไม่ได้ยากเลย เพียงแค่พิจารณามลทินภายในที่ไม่มีส่วนทำให้เพชรมีความแข็งแรงลดลงหรือลดค่าความงามลงก็เพียงพอแล้ว
มลทินภายในเพชร สามารถจำแนกได้ดังนี้
Crystal / Mineral Inclusion
บางครั้งเราอาจพบผลึกแร่หรือคริสตัลขนาดเล็กภายในเพชร เช่น garnet, dioside, olivine,spinel, calcite,iron oxides, silica ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่ก็มีบ้างที่พบผลึกขนาดใหญ่มาก หรือกลุ่มของผลึกขนาดเล็กๆ ที่ส่งผลต่อ clarity grade ของเพชร
(ซ้าย) ผลึก garnet (ขวา) ผลึก Diopside
มลทินเหล่านี้ใช่ว่าจะไม่ดีเสมอไป เพราะหากมองว่าเป็นสิ่งพิเศษที่สร้างความแตกต่างจากเพชรเม็ดอื่นๆ การเลือกเพชรที่มีผลึกโกเมน (garnet) เป็นมลทินภายในสำหรับผู้ที่มีโกเมนเป็นพลอยประจำเดือนเกิดก็อาจสร้างคุณค่าทางจิตใจได้
Pinpoint Inclusion
เป็นผลึกขนาดเล็กมากๆ มีทั้งที่เป็นผลึกใสและสีเข้ม พบในลักษณะเดี่ยวๆ หรืออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งกรณีที่เกิดรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ที่เรียกว่า cloud ซึ่งจะส่งผลต่อ clarity grade ของเพชร
Laser Lines
มลทินนี้ไม่ใช่มลทินตามธรรมชาติที่เกิดในเพชร แต่เกิดจากการที่ใช้แสงเลเซอร์ผ่านเข้าไปในเนื้อเพชรเพื่อนำผลึกคาร์บอนขนาดใหญ่ออกจากเพชร โดยมากแล้วมลทินนี้จะไม่ส่งผลต่อการแตกร้าวของเพชร
Feathers
รอยแตกภายในเพชรที่มีลักษณะคล้ายกับขนนก รอยแตกขนาดเล็กจะไม่ค่อยส่งผลกับความแข็งแรงของเพชร ในการซื้อเพชรให้พิจารณาดูว่ารอยแตกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่ผิวเพชร โดยเฉพาะบริเวณส่วน top ซึ่งเป็นส่วนที่สัมผัสกับหนามเตยเมื่อทำตัวเรือนเครื่องประดับ ซึ่งมีโอกาสเกิดความเสียหายได้ง่าย
Grian Lines / Growth Lines
เกิดจากผลึกที่มีลักษณะการเจริญผิดปกติ หากไม่มีสีจะไม่ส่งผลต่อ clarity grade ยกเว้นกรณีที่มีขนาดใหญ่มาก หรือมีสีขาวและสีอื่นๆ
นอกจากมลทินภายในแล้ว ยังมีตำหนิภายนอก (Blemish) ที่ต้องพิจารณาควบคู่กันไป ซึ่งจะนำเสนอในครั้งหน้าค่ะ
ข้อมูลและภาพประกอบ AllAboutGemstones.com, About.com, Aiyara Gems
10/27/2552 |
Posted in
Buying guide,
Database,
diamond,
October09
|
Read More »
ขึ้นชื่อว่า Vitoria’s Secret ย่อมเป็นเรื่องเซ็กซี่ๆแน่นอน ซึ่งก็คือ การเปิดตัวของ Fantasy Bra ปี 2009 ซึ่งในปีนี้ได้สาวสวย Marisa Miller มาเป็นนางแบบให้กับบราที่ตกแต่งด้วยเพชรเป็นลวดลายข้าวหลามตัดจำนวน 2,350 เม็ด น้ำหนัก 134 กะรัต และเพชรสีแชมเปญรูปหัวใจน้ำหนัก 16 กะรัต มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 3 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ!!!
บราตัวนี้เป็นรุ่น Very Sexy Convertible bra ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ถึง 5 แบบด้วยกัน คือ แบบปกติ ไร้สาย สายไขว้หลัง สายคล้องคอ และสายเดี่ยว โดยบราตัวนี้จะปรากฎโฉมให้ชมบนรันเวย์ของ Vitoria’s Secret ในวันที่ 1 ธันวาคม ทาง CBS
ข้อมูลและภาพประกอบ Luxist
10/26/2552 |
Posted in
diamond,
Fashion,
News,
October09
|
Read More »
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ขอเชิญร่วมโหวตแบบวาดที่คุณชื่นชอบจากผลงานของผู้เข้ารอบ 20 คนสุดท้าย จากงานประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 3 GIT Gem and Jewelry Design Award 2009 ในหัวข้อ "Thai Explosion – Passion of Thai Design" สำหรับผู้โชคดีที่ร่วมสนุกโหวตร่วมลุ้นสร้อยคอพร้อมจี้ประดับพลอย
โหวตที่นี่!
10/26/2552 |
Posted in
Design,
News,
October09
|
Read More »
Kirstie Kelly ดีไซน์เนอร์เสื้อผ้าชั้นสูง ซึ่งผลงานส่วนใหญ่ของเธอจะเป็นการออกแบบชุดแต่งงานที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากเจ้าหญิงในเทพนิยาย รวมถึงเจ้าหญิงในการ์ตูนคลาสสิคอย่างการ์ตูนของ Disney
และก็เหมือนๆกับดีไซน์เนอร์หลายๆคนค่ะ ที่หลังจากประสบความสำเร็จกับการออกแบบเสื้อผ้าแล้ว ก็จะเพิ่มไลน์ accessories ของตัวเองขึ้นมาด้วย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้ครบถ้วนมากขึ้น Kelly จึงได้ออกแบบแหวนหวั้นและแหวนแต่งงานภายใต้แบรนด์ "Kirstie Kelly for Disney by Mouawad" ซึ่งคอลเลคชั่นแรกนี้ได้เปิดตัวไปในงาน Bridal Fashion Week เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ณ โรงแรม Intercontinental Barclay ในนิวยอร์ค ประกอบด้วยแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานที่เข้าคู่กัน 6 ชุด ซึ่งแน่นอนว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากเจ้าหญิงของ Disney ได้แก่ Cinderella, Snow White , Sleeping Beauty , เจ้าหญิง Jasmine จาก Aladdin, Ariel จาก The Little Mermaid และ เงือกน้อย Belle จาก Beauty and the Beast
Belle - ได้รับแรงบันดาลใจจาก Belle ในเรื่อง Beauty and the Beast ประดับด้วยเพชรเหลี่ยมกุหลาบซึ่งเปรียบได้กับ Belle นางเอกของเรื่อง
แหวนคอลเลคชั่นนี้มีความพิเศษที่ลูกค้าสามารถเลือกเพชรเองได้ ราคาจำหน่ายจึงเป็นราคาเฉพาะตัวเรือน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1,200 – 6,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ มีจำหน่ายที่ร้านตัวแทนจำหน่ายของ Kirstie Kelly ทั่วสหรัฐอเมริกา และทางเวบไซต์ Mouawad
ข้อมูลและภาพประกอบ National Jeweler, DisneyBridal.com
10/23/2552 |
Posted in
Design,
designer,
diamond,
Fashion,
News,
October09,
Wedding Ring
|
Read More »
บริษัท Rio Tinto ได้เผยโฉมของเพชรสีเงิน หรือที่ได้ชื่อว่า “Silvermist” ซึ่งถูกค้นพบในเหมือง Argyle ประเทศออสเตรเลีย สีเงินที่เห็นนี้เป็นสีตามธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านการเพิ่มคุณภาพแต่อย่างใด
เพชรสีเงินสามารถนำมาสร้างสรรค์ชิ้นงานสไตล์วินเทจได้อย่างสวยงามและดูนุ่มนวลกว่าการใช้เพชรสีดำและเพชรสีขาว ซึ่ง ณ เวลานี้มีเพียงโรงงาน Interjewel ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้นเป็นผู้ผลิตเพียงรายเดียว
สำหรับราคาของเพชรสีเงินนั้น จะมีราคาสูงกว่าเพชรสีแชมเปญ (campagne diamond) เล็กน้อย เนื่องจากการเจียระไนเพชรสีเงินนี้ต้องการความสามารถของช่างที่มีทักษะสูง
ข้อมูลและภาพประกอบ National Jeweler
10/21/2552 |
Posted in
diamond,
gemstone,
Marketing,
natural gemstone,
News,
October09
|
Read More »
จากภาพที่เห็น อาจจะเข้าใจว่านี่คือ มุกน้ำเค็ม แต่จริงๆแล้วสร้อยเส้นนี้เป็นสร้อยมุกน้ำจืดค่ะ ซึ่งเป็นมุกที่มีประกายคล้ายโลหะ จึงได้ชื่อเรียกกันอย่างไม่เป็นทางการในขณะนี้ว่า “เมทัลลิค”
ไข่มุกเมทัลลิคนี้เป็นมุกเลี้ยงจากประเทศจีนค่ะ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 6-9 มิลลิเมตร รูปร่างกลมมน มีประกายคล้ายมุกน้ำเค็ม Akoya pearl และลักษณะพิเศษที่มีสีสันคล้ายกับมุกน้ำเค็ม Southsea pearl ซึ่งไม่สามารถพบได้ในมุกน้ำจืดทั่วไป
ซึ่งโอกาสที่จะเกิดมุกแบบนี้มีเปอร์เซนต์น้อยมากๆในแต่ละปี จึงทำให้การเกิดมุกชนิดนี้ดูจะเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่าที่จะเป็นความตั้งใจค่ะ แต่เนื่องจากปัจจุบันสามารถเก็บผลผลิตมุกชนิดนี้ได้ในปริมาณที่ค่อนข้างจะสม่ำเสมอ จึงอาจเป็นไปได้ว่าจะมีการบรรจุมุกชนิดนี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของมุกเลี้ยงน้ำจืดต่อไป
สำหรับผู้ขายในสหรัฐอเมริกา มีเพียงเวบไซต์ PearlParadise.com แห่งเดียวเท่านั้นค่ะ ซึ่งมุกทั้งหมดที่มีนั้นถูกรวบรวมจากฟาร์มเลี้ยงมุกหลายร้อยฟาร์ม โดยจะวางจำหน่ายในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ จำนวน 500 เส้น โดยมี 98% เป็นมุกคละสี และเพียง 2% เท่านั้นที่ทำการคัดให้มีสีเดียวกันตลอดเส้น ราคาจะอยู่ที่ 200 – 1,500 เหรียญสหรัฐต่อเส้น ซึ่งขึ้นกับขนาดของไข่มุก หลังจากที่ขายได้จนหมดแล้ว PearlParadise.com ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขายมุกชนิดนี้ให้ได้เดือนละ 200 เส้น จนกว่าจะไม่สามารถผลิตมุกชนิดนี้ได้
จากการที่ราคาของมุกเมทัลลิคนั้นเป็นเพียงแค่ 1 ใน 10 ของมุกน้ำเค็มคุณภาพดีจากญี่ปุ่นและเกาะตาฮิติ จึงทำให้ผู้เลี้ยงมุกน้ำเค็มรู้สึกหวั่นใจกับการเข้าสู่ตลาดของมุกเมทัลลิคเป็นอย่างมาก แต่ตราบใดที่ยังไม่สามารถคิดค้นวิธีการผลิตมุกชนิดนี้ได้อย่างถาวร มุกเมทัลลิคก็ดูจะมีค่ามากกว่านะคะ เพราะเปรียบเสมือนกับงานศิลปะที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นมานั่นเอง
ข้อมูลและภาพประกอบ Colored-Stone.com
10/20/2552 |
Posted in
Marketing,
News,
organic gemstone,
Pearl
|
Read More »
Silver Handcraft เกิดจากเจ้าของบลอคผู้ชื่นชอบในเครื่องเงินเป็นพิเศษ จึงได้รวบรวมเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องเงินไว้มากมาย ที่น่าสนใจมากๆคือ ประวัติความเป็นมาของเครื่องเงินจากแหล่งต่างๆในประเทศไทย เช่น เครื่องเงินศรีสัชนาลัย เครื่องเงินสุโขทัย เครื่องเงินวัวลาย ซึ่งคงจะรู้จักและเคยได้ยินชื่อกันดี แต่สำหรับเครื่องเงินชมพูภูคาของน่าน คงจะมีน้อยคนที่รู้จัก ดังนั้นควรรีบเข้าไปอ่านด่วนค่ะ
ไม่เพียงแต่เรื่องของเครื่องเงินเท่านั้นนะคะ ไม่ว่าจะเป็นข่าวสารของเครื่องประดับอื่นๆ หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ ก็มีการสรุปข่าวและประมวลภาพให้ชมกันด้วย เป็นอีกบลอคหนึ่งที่ไม่ควรพลาดค่ะ

แหล่งรวมข่าว แฟชั่น เทคนิค ที่มา เรื่องเครื่องเงิน ทั่วไทย ทั่วโลก ที่คุณอยากรู้
ภาพประกอบ Silverhandcraft
10/15/2552 |
Posted in
Database,
Library,
October09,
precious metal,
Recommend,
sterling silver,
website
|
Read More »
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT โชว์ผลงานการออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 3 ได้รับความสนใจล้นหลาม ปลื้ม ….ผลงานปีล่าสุด สง่างามเผยเอกลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีความเป็นไทย
หลังจากที่สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ ประกวดออกแบบเครื่องประดับ ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Thai Explosion – Passion of Thai Design” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้เกิด “ การดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของไทย ” ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้แบรนด์ไทยเกิดได้อย่างมีศักดิ์ศรีในตลาดโลก และผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนให้นำไปผลิตเป็นชิ้นงานเครื่องประดับจริง
โดยล่าสุดหลังจากปิดการรับสมัคร มีนักออกแบบส่งผลงานเข้าประกวดมากมาย ทางสถาบันฯจะนำผลงานที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 20 ผลงาน ไปจัดแสดงระหว่างวันที่ 16 – 19 ธันวาคม 2552 ร่วมกับงานนิทรรศการแสดงผลงานผู้เข้าอบรมหลักสูตรการออกแบบเครื่องประดับ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน Fashion gallery 1 ชั้น 1
นางวิลาวัณย์ อติชาติ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า โครงการจัดประกวดออกแบบเครื่องประดับครั้งที่ 3 เป็นอีกหนึ่งนโยบายในการให้การส่งเสริมวงการออกแบบเครื่องประดับให้เติบโตขึ้น เพื่อรองรับการขยายตลาดของธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับในเมืองไทยสู่สากล การจัดการประกวดครั้งนี้ ทางสถาบันมิได้เน้นที่การค้นหาคนเก่งแค่เพียงเท่านั้น แต่เรายังต้องการให้เกิดการตื่นตัวและแข่งขัน เพื่อเติมไฟทางความคิดใหม่ให้เกิดขึ้นกับนักออกแบบไทยอย่างต่อเนื่อง
ผลงานทั้งหมดที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้ ถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีนักออกแบบส่งผลงานเป็นจำนวนมากกว่าปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นประเภทนิสิตนักศึกษาจำนวน 201 ชิ้น และประเภทประชาชนทั่วไป 81 ชิ้น ซึ่งดูจากผลงานการออกแบบทั้งหมด คณะกรรมการทุกท่านรู้สึกดีใจและหายเหนื่อยที่ได้เห็นถึงพัฒนาการทางความคิดของนักออกแบบไทย มีพัฒนาที่กว้างไกลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคนิคการออกแบบ การเลือกอัญมณีแต่ละชนิดมาใช้ได้อย่างลงตัวและดูเป็นสากลมากขึ้น และ ในปีนี้ถือเป็นมิติใหม่ที่นักออกแบบจะอยู่ในกลุ่มอายุที่น้อยลงทั้งสองประเภท แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่สดใสในวงการออกแบบเครื่องประดับของบ้านเรา จะเติบโตไปในทิศทางที่ดี สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดอัญมณีสู่สากลของประเทศไทย
ข้อมูลและภาพประกอบ Thaicatwalk
10/15/2552 |
Posted in
Design,
News,
October09
|
Read More »
ฝรั่งเศสถือเป็นประเทศผู้ผลิตเครื่องประดับอันดับสามของสหภาพยุโรปรองจากอิตาลีและอังกฤษ โดยมีศูนย์กลางการผลิตและออกแบบอยู่ที่กรุงปารีสและเมืองลิยง (Lyon) ทั้งนี้ผู้ผลิตแบ่งเป็นสองประเภท ได้แก่ ผู้ผลิตรายเล็กที่มีความชำนาญเฉพาะด้านและมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ หรือผู้ผลิตรายใหญ่ (จากการควบรวมกิจการ) ที่สามารถผลิตในปริมาณมาก เพื่อป้อนให้กับผู้ผลิตรายเล็กอีกทอดหนึ่ง
ปัจจุบันผู้ผลิตหันมาเพิ่มประเภทสินค้าเนื่องจากได้วัตถุดิบใหม่ๆ จากคู่ค้าชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก จนกระทั่งผู้ผลิตจำนวนไม่น้อยในฝรั่งเศสต้องปิดตัวไป นอกจากนี้ผู้ผลิตฝรั่งเศสยังจ้างผลิตในบางส่วน โดยเฉพาะบริษัทในเอเชียเพื่อลดต้นทุน
-
สินค้าเครื่องประดับหลัก ตลาดเครื่องประดับฝรั่งเศสถือว่าค่อนข้างอยู่ตัว แต่กระแสความนิยมต่างไปตามประเภทของเครื่องประดับ
ทอง
เครื่องประดับประเภททองรูปพรรณได้รับผลกระทบจากราคาทองที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบถึงอำนาจการซื้อของผู้บริโภค ส่วนเครื่องทองประดับพลอยยังไม่เป็นที่นิยมนัก
นอกจากนี้ เครื่องประดับประเภททองยังได้รับผลกระทบจาก
- การซื้อทองเพื่อการลงทุนที่ลดลง
- ผู้บริโภครุ่นใหม่หันไปเลือกซื้อสินค้าอื่นเพื่อเป็นของขวัญ แทนเครื่องประดับทองที่มีราคาแพง
อย่างไรก็ตาม สมาคมเครื่องประดับฝรั่งเศสออกมาตรการส่งเสริมการขายอย่างได้ผล ซึ่งรวมถึงกระตุ้นกลุ่มลูกค้าผู้หญิงให้ซื้อเครื่องประดับนอกเหนือจากโอกาสพิเศษ และแนวโน้มที่หันกลับมานิยมความหรูหรา โรแมนติก หรือของเก่า ก็ช่วยกระตุ้นการซื้อเครื่องประดับเช่นกัน
เงิน เครื่องประดับเงินมีแนวโน้มที่ดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะความนิยมในหมู่ผู้บริโภครุ่นใหม่ เนื่องจากสามารถออกแบบให้เข้าได้กับผู้บริโภคทุกประเภท รวมทั้งมีให้เลือกในระดับราคาที่หลากหลาย ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยอื่นช่วยหนุนตลาดด้วย ได้แก่
- สามารถวางจำหน่ายได้ในร้านค้าหลายประเภท
- ความนิยมในการประดับตามส่วนต่างๆ ของร่ายกาย (ห่วงจมูก เจาะสะดือ หรือส่วนอื่นๆ)
- ความนิยมเครื่องประดับรูปแบบตะวันออก (ประเภทเครื่องรางต่างๆ) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องเงิน
- เพศชายให้ความนิยมเครื่องประดับเงิน
- ความนิยมให้เป็นของขวัญในโอกาศพิเศษ
ดังนั้น ผู้ผลิตและผู้ออกแบบจึงหันมาเน้นตลาดเครื่องประดับเงิน ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองก็เริ่มให้ความ สำคัญกับตราสินค้า เช่นเดียวกับรูปแบบและการออกแบบ มากกว่าราคา
Costume jewelry ฝรั่งเศสเคยเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปด้าน Costume jewelry แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมลดลงเป็นอย่างมาก เนื่องจากการแข่งขันจากจีนและประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม
ตลาดนี้ยังมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ จากปัจจัยเหล่านี้
- รูปแบบของ costume jewelry เข้ากันได้ดีกับโอกาสลำลอง
- ผู้หญิงรุ่นใหม่ที่นิยมแฟชั่นและวัยรุ่นนิยมซื้อเครื่องประดับราคาไม่สูงนัก
- ราคาที่ไม่สูงนักของ costume jewelry สามารถตอบสนองกระแสความนิยมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้
- ห้างสรรพสินค้าและร้านค้านิยมจำหน่ายเครื่องประดับประเภทนี้เนื่องจากสามารถทำกำไรส่วนต่างได้มากกว่าเครื่องประดับประเภทอื่น
- กลุ่มผู้บริโภคขยายไปยังกลุ่มวัยรุ่นและเด็กซึ่งต้องการเลือกซื้อด้วยตัวเอง
- costume jewelry ตลาดบน เริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง
จะเห็นได้ว่าเครื่องประดับประเภทนี้ น่าจะมีแนวโน้มดีในกลุ่มตลาดล่างราคาไม่สูง และตลาดบนที่เน้นการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์
-
ลักษณะและความนิยมของผู้บริโภค 
เครื่องประดับยังเป็นสินค้าที่นิยมซื้อเพื่อเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ เช่น งานแต่งงาน วันเกิด หรือคริสมาสต์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มาตรการส่งเสริมการขายรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะโฆษณา ทำให้การซื้อเครื่องประดับในกลุ่มผู้หญิงกลายเป็นซื้อเพื่อตัวเองมากขึ้น ซึ่ง
ปัจจุบันร้อยละ 25-30 ของการซื้อเครื่องประดับ เป็นการซื้อให้ตัวเอง ซึ่งหมายความว่าผู้หญิงเหล่านี้เป็นผู้ไปเลือกซื้อเองที่ร้าน ทำให้ผู้ผลิตเครื่องประดับหันมาให้ความสำคัญกับการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น
การซื้อเครื่องประดับเพื่อการลงทุนมีแนวโน้มชะลอตัวลง แม้ว่าในด้านมูลค่าสินค้าที่ไม่เคยตก น่าจะเป็นปัจจัยหนุนก็ตาม
โดยทั่วไป ผู้บริโภคนิยมเครื่องประดับและอัญมณีขนาดเล็ก เช่น ผู้หญิงนิยมสวมแหวนหลายวงในนิ้วเดียวกัน มากกว่าที่จะสวมวงใหญ่เด่นๆ เพียงวงเดียว ทั้งนี้เนื่องจาก
ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมใช้เครื่องประดับเป็นเครื่องบ่งบอกฐานะ แต่เพื่อเสริมบุคลิกหรือบ่งบอกถึงตัวตนของผู้สวม -
เครือข่ายการจัดจำหน่าย ทั้งที่ตลาดมีแนวโน้มชะลอตัว แต่บรรดาร้านที่มีชื่อเสียงเก่าแก่ยังสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้ได้ โดยเฉพาะเครื่องประดับประเภททอง (เกือบร้อยละ 50) ขณะที่เครื่องประดับเงินมีส่วนแบ่งประมาณร้อยละ 30 ส่วนกลุ่มร้านเครื่องประดับในห้างสรรพสินค้าเข้ามามีส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มขึ้น (ประมาณร้อยละ 15 ในช่วงปีล่าสุด) ตัวอย่างเช่น ร้าน Manège à Bijoux ของกลุ่มเครือข่ายค้าปลีกขนาดใหญ่ E. Leclerc ที่กลายมาเป็นนายหน้าจัดจำหน่ายเครื่องประดับทองในฝรั่งเศสด้วย ด้านส่วนแบ่งของห้างค้าปลีกขนาดใหญ่และกลุ่มห้างค้าปลีกอื่นๆ ยังอยู่ในระดับคงที่ (ไม่ถึงร้อยละ 15 สำหรับเครื่องประดับทอง และกว่าร้อยละ 30 สำหรับเครื่องประดับเงิน)
ขณะเดียวกัน ร้านจำหน่ายอื่นๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านจำหน่ายเสื้อผ้ารายใหญ่ๆ หรือการสั่งซื้อทางไปรษณีย์ เป็นต้น มีส่วนแบ่งตลาดค่อนข้างคงที่เช่นกัน คือประมาณร้อยละ 8 สำหรับเครื่องประดับทอง และร้อยละ 25-30 สำหรับเครื่องประดับเงิน ด้านผู้ผลิตเครื่องประดับหลายรายหันมาเปิดร้านของตนเองเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างตราสินค้าให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่ผู้บริโภคแล้ว หลังจากที่ตลาดเริ่มหันกลับไปนิยม Costume jewelry ร้านค้าจำหน่ายเครื่องประดับก็ขยายตัวตามไปด้วย ทั้งในแง่จำนวนและความหลากหลาย เนื่องจากเป็นสินค้าประเภทที่ทำกำไรได้มากกว่าเครื่องประดับประเภทอื่น ผู้ผลิตสินค้าประเภทอื่น เช่น เสื้อผ้า จึงหันมาผลิตและจำหน่ายสินค้านี้มากขึ้น โดยถือเครื่องเสริมการแต่งกาย
ทั้งนี้ส่วนหนึ่งของตลาดเครื่องประดับในฝรั่งเศสมาจากสินค้านำเข้า(ที่ไม่มีตราสินค้าของตัวเอง) ผ่านเครือข่ายผู้นำเข้า ผู้ค้าส่ง หรือนายหน้า ซึ่งผู้นำเข้าเหล่านี้มีทั้งที่ขายตรงให้กับร้านจำหน่ายปลีกที่มาเลือกซื้อที่สำนักงาน หรือขายให้กับร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ผ่านตัวแทนติดต่อของตนเอง ที่สำคัญการขายและจัดส่งสินค้าต้องมีเป็นไปตามกำหนดแน่นอน เนื่องจากร้านค้าปลีกมักจะสั่งสินค้าต่อเนื่องตลอดปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงฤดูร้อนหรือฤดูหนาวตามการออกคอลเล็กชันเสื้อผ้าเท่านั้น ไม่เช่นนั้นอาจจะเสียลูกค้าได้ แม้ว่าคุณภาพสินค้าและราคาจะดีแค่ไหนก็ตาม
-
ประเทศคู่ค้ารายสำคัญ
อิตาลียังคงเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญ แม้ว่าส่วนแบ่งตลาดจะค่อยๆ ลงลงในเครื่องประดับทุกกลุ่มประเภท ส่วนประเทศสหภาพยุโรปอื่นๆ ยังรักษาตำแหน่งทางการตลาดที่ดีในฝรั่งเศส เมื่อเทียบกับผู้ผลิตเครื่องประดับต้นทุนต่ำรายอื่น เช่น คู่ค้าจากเอเชีย อย่างไรก็ดี ตัวเลขการนำเข้าเครื่องประดับทองจากอังกฤษสู่ฝรั่งเศสที่เพิ่มสูงขึ้นมาก เป็นผลจากวิธีการคำนวนสถิติการค้า
ด้านผู้ผลิตชาติเอเชียโดยรวมมีส่วนแบ่งในตลาดฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น ด้วยรูปแบบสินค้าที่แตกต่างไปจากประเทศกลุ่มอื่นๆ แต่ในส่วนของประเทศจีนเริ่มประสบปัญหาด้านคุณภาพสินค้าและการลอกเลียนแบบ อย่างไรก็ตาม ผู้นำเข้าฝรั่งเศสสามารถหาแหล่งผลิตที่ได้คุณภาพ ซึ่งน่าจะทำให้เครื่องประดับจากจีนกลับมาเติบโตในตลาดฝรั่งเศสได้ต่อไป ส่วนผู้ผลิตที่ส่งสินค้าเข้าสู่ฝรั่งเศสรายใหม่ๆ ได้แก่ อินเดีย เวียตนาม และฟิลิปปินส์ (ประเภท costume jewelry) ซึ่งประเทศเหล่านี้ได้เปรียบในด้านต้นทุนการผลิตที่ต่ำ
สำหรับประเทศไทยไม่สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องประดับทองคำในตลาดฝรั่งเศสเอาไว้ได้ โดยประสบปัญหาเช่นเดียวกับประเทศจีน (แต่ส่วนใหญ่ไทยประสบปัญหาสินค้าราคาสูงมากกว่าสินค้าไม่ได้คุณภาพ) แต่ผู้ผลิตฝรั่งเศสรายใหญ่ที่มาลงทุนโรงงานผลิตในประเทศไทยเริ่มเพิ่มปริมาณนำเข้าเครื่องประดับทองจากไทยอีกครั้ง ปัจจุบันการนำเข้าจากประเทศไทยกระจุกตัวอยู่ในมือของผู้ผลิตไทยไม่กี่ราย โดยเฉพาะผู้ผลิตตัวแทนของฝรั่งเศส และกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าสู่ตลาดของผู้ผลิตไทยรายอื่น โดยเฉพาะในแง่ความเชื่อถือต่อคุณภาพสินค้าและความน่าเชื่อถือของตัวผู้ผลิตเอง แต่ในกลุ่มเครื่องประดับเงินและเครื่องประดับมีค่าชนิดอื่น ผู้ผลิตไทยค่อนข้างประสบความสำเร็จในตลาดฝรั่งเศส ขณะเดียวกัน costume jewelry ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับผู้ผลิตและส่งออกเครื่องประดับไทย จากแนวโน้มความนิยมรูปแบบสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์
-
โอกาสสำหรับผู้ส่งออกไทย
ไทยถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกเครื่องประดับรายหลักสู่ฝรั่งเศส เทียบกับทั้งในกลุ่มประเทศยุโรปหรือประเทศนอกกลุ่มยุโรปด้วยกันเอง แม้ว่าไทยจะประสบปัญหาการส่งออกในหมวดเครื่องประดับทองคำ แต่ไทยยังมีโอกาสทางการตลาดที่ดีในหมวดเครื่องประดับอื่นๆ โดยเฉพาะเครื่องประดับเงิน นอกจากนี้ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche market) ที่กำลังขยายตัวก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ไทยมีโอกาสเจาะเข้าไป เช่น ในกลุ่มเครื่องประดับสำหรับผู้ชาย หรือเครื่องประดับส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ผู้ส่งออกไทยต้องระวังปัจจัยเหล่านี้
- ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในฝรั่งเศส ทำให้ราคากลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
- ผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสให้ความสำคัญต่อแนวโน้มและกระแสความนิยมเป็นอย่างมาก ผู้ผลิตไทยต้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ทันกระแสความนิยมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- ผู้นำเข้าและร้านจำหน่ายปลีกคาดหวังงวดการชำระเงิน (Credit terms) และบริการสั่งซ้ำ เช่นเดียวกับที่ได้จากประเทศผู้ส่งออกสหภาพยุโรปอื่นๆ ขณะเดียวกันก็ต้องสามารถส่งสินค้าได้ตามที่กำหนดไว้ได้ด้วยเช่นกัน
- ผู้ผลิตต้องรักษามาตรฐานคุณภาพและการส่งมอบ เพราะความเชื่อถือเป็นปัจจัยสำคัญในการค้ากับร้านจำหน่ายปลีกฝรั่งเศส
บริษัทฝรั่งเศสจำนวนไม่น้อยที่ย้ายฐานการผลิตมาตั้งอยู่ในประเทศไทย ดังนั้นกฎระเบียบด้านการลงทุนที่จูงใจจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบหรือสินค้าเพื่อผลิตต่อ เพื่อการส่งออก ตัวอย่างล่าสุด ได้แก่ กรณีที่บริษัทฝรั่งเศสยกเลิกโครงการลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากภาษีนำเข้าสินค้าเพื่อผลิตต่อมีอัตราสูงเกินไป แม้ว่าบริษัทจะเป็นบริษัทร่วมทุนกับคนไทยและตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมก็ตาม
-
ระเบียบทางการค้า
ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ตัวแทนจำหน่าย ที่ประกอบธุรกิจสินค้าเครื่องประดับในฝรั่งเศสต้องขึ้นทะเบียนต่อ Bureau de Garantie ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงเศรษฐกิจ การเงิน และอุตสาหกรรม ของฝรั่งเศส นอกจากนี้เครื่องประดับที่ผลิตในประเทศไทยและต้องการส่งออกสู่ฝรั่งเศสต้องส่งเอกสารข้อมูลสินค้าและบริษัทโดยละเอียดต่อ Bureau de Garantie เพื่อการตรวจสอบว่าสินค้าเป็นไปตามระเบียบของฝรั่งเศส โดยเฉพาะมาตรฐานน้ำหนักของเงินและทอง
เครื่องประดับทุกชิ้นที่จำหน่ายในฝรั่งเศสต้องมีตรารับรองสองชนิด (เรียกว่า ‘Poincon’)
- ‘Poincon d’Etat’ หรือตรารับรองจากทางการ ที่แสดงชนิดและลักษณะของโลหะมีค่า ซึ่งหลักๆ ได้แก่
* ตราหัวอินทรีย์สำหรับทอง 750/1000 หรือทอง 18K
* ตราหัว (Minerva) สำหรับเงิน 925/1000
* ตราดอกจิกสำหรับทองผสม 375/1000 หรือทอง 9K
* ตรา ‘V’ สำหรับเงินชุบ
- ‘Poincon Responsabilite’ ตรารูปวงรีแทนความรับผิดชอบ สำหรับผู้นำเข้าฝรั่งเศส
เครื่องหมายเหล่านี้อาจจะได้รับผ่านบริษัทตัวแทนที่มีอำนาจเต็ม ได้เช่นกัน ทั้งนี้การตรวจสอบ ได้แก่ การตรวจสอบหมายเลขเครื่องประดับ ชั่งน้ำหนัก และตรวจสอบมาตรฐานโลหะมีค่า
-
ภาษีนำเข้าสำหรับเครื่องประดับ มีดังนี้
- ภาษีศุลกากร ตั้งแต่อัตราร้อยละ 0-4 ตามรายละเอียดดังนี้
* เครื่องประดับโลหะมีค่า ร้อยละ 2.5
* เครื่องประดับแผ่นโลหะมีค่า ร้อยละ 4
* เครื่องประดับมุก พลอยเนื้อแข็ง พลอยเนื้ออ่อน ร้อยละ 0
- ภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรามาตรฐานร้อยละ 19
- ค่าธรรมเนียมตรารับรอง 8 ยูโรต่อชิ้น สำหรับเครื่องประดับประเภททอง และ 4 ยูโรต่อชิ้นสำหรับเครื่องประดับประเภทเงิน
-
งานแสดงสินค้า งานแสดงสินค้าสำคัญสำหรับเครื่องประดับที่จัดในฝรั่งเศส ได้แก่ งาน ‘Eclat de Mode - Bijorhca’ ซึ่งจัดปีละสองครั้ง ในเดือนกุมภาพันธ์และเดือนกันยายน
ข้อมูลเพิ่มเติม
www.bijorhca.com ข้อมูลจาก http://www.depthai.go.th
10/14/2552 |
Posted in
Database,
Library,
Marketing,
October09
|
Read More »
สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (จีไอเอ) ซึ่งเป็นสถาบันอัญมณีระดับโลกผู้คิดค้นมาตรฐาน 4Cs จัดสัมมนาพิเศษหัวข้อ “An Evening with Tom Moses, Senior VP GIA” ซึ่งได้รับเกียรติจาก มร.ทอม โมเสส รองประธานอาวุโส สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา ผู้คร่ำหวอดในแวดวงอุตสาหกรรมอัญมณีโลก จะมาบรรยายเรื่อง “HPHT เทคโนโลยีปรับปรุงคุณภาพเพชร” ที่กำลังอยู่ในความสนใจของแวดวงอัญมณีในขณะนี้ รวมทั้งอัพเดทข้อมูลใหม่ๆ เกี่ยวกับนวัตกรรมและงานวิจัยของวงการพลอยสีงานสัมมนาในครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2552 เวลา 18.00-21.00 น. ณ ห้องศาลาแดง โรงแรมดุสิตธานี
ผู้สนใจสามารถสำรองที่นั่งโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ได้ที่ 02 634 4090 ภายในจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2552
10/14/2552 |
Posted in
Course,
diamond,
October09
|
Read More »
การอนุรักษ์ประการังในท้องทะเลนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่และทำได้ยากลำบาก เนื่องจากประการังเป็นสัตว์ที่อ่อนไหวมากต่อมลภาวะและตายได้อย่างรวดเร็วเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งไม่ใช่แค่ปัญหาภาวะโลกร้อนเท่านั้น การเก็บประการังขึ้นมาจากท้องทะเลซึ่งคาดว่ามีปริมาณ 30 –50 ตันในแต่ละปี เพื่อผลิตของแต่งบ้านและเครื่องประดับก็เป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้จำนวนประการังลดลงอย่างน่าใจหาย มีนักวิทยาศาสตร์ประมาณการณ์ไว้ว่า 20% ของประการังทั้งหมดในโลกนี้ถูกทำลายไปแล้ว อีก 24% อาจจะสูญเสียเนื่องมาจากมนุษย์หากเรายังไม่สามารถลดพฤติกรรมการทำร้ายโลกอย่างทุกวันนี้
ประการังสีแดงมีจำหน่ายอยู่ที่ 100 – 900 เหรียญสหรัฐ/กิโลกรัม และเมื่อนำไปทำสร้อยคอราคาจะพุ่งสูงถึง 20,000 เหรียญสหรัฐ ซึ่งจากสถิติของการจำหน่ายเครื่องประดับจากประการังสีแดงในปี 1999 มีมูลค่าประมาณ 174 ล้านเหรียญสหรัฐ นี่เป็นเหตุผลที่แม้ว่าจะมีการผลิตประการังเลียนแบบขึ้นมา กลับกลายเป็นส่งผลให้ประการังแท้มีราคาสูงและเป็นที่ต้องการมากขึ้นตามไปด้วย ผู้ผลิตเครื่องประดับจากประการังจึงเริ่มเข้ามาเสาะหาประการังจากเอเชียและแปซิฟิคแทนเมดิเตอเรเนียนที่จำนวนประการังลดลงไปมากแล้ว
Too Precious to Wear เป็นชื่อของโครงการรณรงค์การอนุรักษ์ประการังสีชมพูและสีแดงในท้องทะเล โดยการสนับสนุนของ Tiffany&Co บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการจิวเวลรี่ร่วมกับผู้ขายรายย่อยและดีไซน์เนอร์อีกหลายคนที่ล้วนแต่มีอุดมการณ์เดียวกัน เป้าหมายของโครงการนี้คือ การสร้างความตระหนักและผลักดันให้สหรัฐอเมริกาออกกฎหมายห้ามนำประการังสีชมพูและสีแดงมาทำเครื่องประดับ โดยจะนำเสนอในการประชุมของ The Convention on International Trade in Endangered Species (CITES) ในปี 2010 ที่ประเทศกาตาร์
ปัจจุบันประการังมากกว่า 2,000 ชนิด ได้รับการสงวนไว้แล้ว ซึ่งรวมถึง ประการังแข็ง (stony coral) ประการังสีดำ (precious black coral) และประการังสีน้ำเงิน (blue coral) แต่ประการังสีแดงและสีชมพูนั้นยังไม่ได้รับการคุ้มครอง ด้วยเหตุผลที่ว่าประการังสีแดงเป็นประการังน้ำลึก ซึ่งไม่ได้เอื้อประโยชน์กับสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลอย่างเช่น สาหร่าย เหมือนกับประการังน้ำตื้นอย่างประการังแข็ง แต่เป็นที่น่าเสียดายเนื่องจากประการังน้ำลึกนั้นใช้เวลาเติบโตนานกว่าประการังน้ำตื้นมาก ประการังที่นำมาทำเครื่องประดับบางชิ้นจึงอาจมีอายุมากกว่า 2,000 ปีด้วยซ้ำไป
ข้อมูล NationalJeweler
ภาพประกอบ About.com
10/08/2552 |
Posted in
Coral,
News,
October09,
organic gemstone
|
Read More »
American Elements บริษัทผู้ผลิตโลหะหายากเพื่อใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงต่างๆ อาทิเช่น ชิ้นส่วนของยานอวกาศ ได้ทำการจดสิทธิบัตรในการผลิตเครื่องประดับจาก Iridium ซึ่งเป็นผลงานจากการร่วมมือของบริษัทฯและผู้ผลิตเครื่องประดับในนิวยอร์คและลอสแองเจลิส โดยเครื่องประดับทั้งหมดที่ผลิตขึ้นจาก iridium บริสุทธิ์ ได้แก่ แหวน สร้อยข้อมือ ต่างหู สายนาฬิกา และสร้อยคอ
Iridium เป็นโลหะใน platinum group ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีความวาวมากที่สุดและเกิดความหมองได้น้อยที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมดที่มีการค้นพบในโลกนี้ จึงเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นโลหะที่มีค่ามากที่สุดในอนาคตสำหรับวงการเครื่องประดับก็เป็นได้ แต่เนื่องจาก iridium มีจุดหลอมเหลวที่สูงมากถึง 2,466 องศาเซลเซียส จึงต้องการเทคโนโลยีในการผลิตเครื่องประดับที่เหมาะสม
ข้อมูลและภาพประกอบ NationalJeweler
10/08/2552 |
Posted in
iridium,
News,
precious metal
|
Read More »
เชิญผู้สนใจเข้าร่วมฝึกอบรมการดูอัญมณีแท้ เทียม และการปรับปรุงคุณภาพ ในหัวข้อ Workshop เรียนรู้ดูพลอยใน 1 วัน ซึ่งจัดโดยสถาบันิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ในวันที่ 30 ตุลาคม 2552 เวลา 9.00 –16.00 น. ณ ห้องฝึกอบรมชั้น 3 อาคารวิจัยและตรวจสอบอัญมณี
ค่าใช้จ่ายในการอบรมท่านละ 500 บาท รับจำนวนจำกัดเพียง 24 ท่านเท่านั้น!
รายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลดใบสมัคร (สมัครภายใน 22 คุลาคม 2552)
10/06/2552 |
Posted in
Course,
gemstone,
natural gemstone,
October09,
synthetic gemstone
|
Read More »
“Beauty Gems”(บิวตี้ เจมส์) ผู้ผลิตอัญมณีส่งออกอันดับหนึ่งของเมืองไทย ร่วมกับ “สมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ” จัดงาน “Hollywood Night in Bangkok” เพื่อต้อนรับนักแสดงฮอลลีวู้ดที่มาร่วมงาน “บางกอก ฟิล์ม เฟสติวัล 2009” และส่งเสริมอุตสาหกรรมอัญมณีไทย รวมถึงภาพยนตร์และการท่องเที่ยวเมืองไทย ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2552 เวลา 18.30 น. ณ โรงแรมชาเทรียม สวีท แบงค็อก-ล็อบบี้ ริเวอร์ บาจ ถนนเจริญกรุง
ในคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดของบิวตี้ เจมส์ ประกอบด้วยเครื่องประดับอัญมณี 5 เซ็ตไฮไลต์ ซึ่งล้วนแต่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดชื่อก้องโลก ไม่ว่าจะเป็นเซ็ต Moulin Rouge รังสรรค์ขึ้นจากเรื่องราวความงาม เสรี-ภาพ และความรักของภาพยนตร์เรื่องมูแรง รูจ ถ่ายทอดเป็นชุดเครื่องประดับทับทิมล้อมเพชรสุดวิจิตรงดงาม เข้าชุดกับเข็มกลัดดอกกล้วยไม้ และต่างหู มูลค่ารวมกว่า 65 ล้านบาท
ส่วนเครื่องประดับเซ็ต Chicago หยิบความยิ่งใหญ่ตระการตาของภาพยนตร์เพลงเรื่องดังชิคาโก นำเสนอเป็นชุดสร้อยคอเพชรดีไซน์แปลกตาเหมือนพลุสว่างไสวนำมาร้อยเรียงกัน มีแหวนและต่างหูเข้าเซ็ต
อีกหนึ่งเครื่องประดับเซ็ตพิเศษยังรวมถึงชุดสร้อยคอมรกตโคลัมเบียเม็ดใหญ่เบ้งสลับกับเพชรดูงดงามชวนหลงใหล สมกับชื่อ Dream Girl มีสร้อยข้อมือ และต่างหูเข้าชุด มูลค่า 20 ล้านบาท อวดให้เห็นฝีมือประณีตละเอียดอ่อนของช่างไทย
ขณะที่หนังดังเรื่อง Diamonds are a girls best friend ถูกใช้เป็นอินสไปเรชั่นสร้างสรรค์ชุดเครื่องประดับเพชรงามระยิบระยับเซ็ตใหม่ อวดเส้นสายความอมตะเหนือกาลเวลาของเพชร
และที่สุดแห่งที่สุดของคอลเลกชั่นนี้ ต้องยกให้เครื่องประดับไพลินล้อมเพชรสวยสง่าราวกับดวงดาวส่องประกายยามรัตติกาล ตั้งชื่อว่า Hollywood Night เป็นงานดีไซน์แบบสามมิติ ที่ไม่เคยปรากฏ ณ ที่ใดมาก่อน ทั้งเซ็ตประกอบด้วยสร้อยคอ ต่างหู และเข็มกลัด ราคาไม่ต่ำกว่า 25 ล้านบาท
ชมภาพเครื่องประดับสุดอลังการอีกมากมายได้ที่ Hollywood Night in Bangkok
ข้อมูล ไทยรัฐ
ภาพประกอบ Thaicatwalk
10/06/2552 |
Posted in
Design,
Event,
Fashion,
News,
October09
|
Read More »
Kristen Bell เป็นดาราสาวที่ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงและสร้างชื่อเสียงได้อย่างรวดเร็ว สำหรับในบ้านเราก็คงจะคุ้นเคยกันดีกับเสียงพากษ์ของสาวปริศนาในซีรีย์เรื่องฮิต Gossip Girl นั่นเอง คริสเทนมีสไตล์การแต่งตัวที่หลากหลายมากๆ แต่ทุกครั้งเธอก็เลือกเครื่องประดับได้เหมาะสมและมีสไตล์เป็นที่สุด แม้แต่เครื่องประดับเรียบๆอย่างจี้คริสตัลสายหนัง เมื่อนำมาใส่ด้วยกัน 2 เส้น ก็สร้างความเก๋ไก๋เพิ่มขึ้นมาได้อีก และจะสังเกตเห็นได้ว่าทุกครั้งที่เธอเลือกต่างหูชิ้นใหญ่ๆมาใส่ เธอจะรวบผมขึ้นเพื่อโชว์ความโดดเด่นของต่างหู ซึ่งจากภาพคงพอมองออกว่า คริสเทนมั่นใจสุดๆกับเครื่องประดับทุกชิ้นที่เลือกมาใส่ออกงาน
ชมภาพทั้งหมดได้จาก Kristen Bell Style
ภาพประกอบ About.com
10/03/2552 |
Posted in
Accessories,
Celebrity,
Fashion,
October09
|
Read More »
เลล่าร์ “Leila” เป็นแบรนด์เครื่องประดับ ที่เกิดขึ้นจากน้องรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่ต้องเริ่มต้นการทำงานด้วยการก้าวเข้าสู่การเป็นเถ้าแก่หน้าใหม่ หลังจากเรียนจบ เพราะด้วยเศรษฐกิจที่รัดตัว ทำให้การหางานทำในช่วงนี้ เป็นไปค่อนข้างยาก การสร้างอาชีพของตนเองน่าจะเป็นทางออกที่ดี
บุณวรา วรรณพิน (เตย) และ ลัษมณ ผาติพิพัฒน์ (เบล) เล่าว่า หลังจากเรียนจบคณะสถาปัตยกรรม สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตนเองและเพื่อนอีก 2 คน “ภูริตา ธิติกุลมาศ” และ “ธนวรรณ ธนากรพิพัฒนกุล” ได้ออกแบบเครื่องประดับที่ทำจากทองเหลืองและอะคริลิก ออกมาจำหน่าย ภายใต้แบรนด์ “เลล่าร์”
สาเหตุที่เลือกวัสดุทั้ง 2 ชนิด เพราะในตลาดยังไม่มีคนให้ความสนใจกับการเลือกวัสดุดังกล่าวมาใช้ทำเครื่องประดับ โดยเริ่มต้นจากการนำทองเหลืองมาใช้ก่อน เพราะทองเหลืองนั้นมีความแข็งแรงทนทาน และราคาถูก เนื่องจากเราเพิ่งเริ่มทำธุรกิจ จำเป็นต้องเลือกใช้วัสดุที่ราคาไม่แพง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงิน หรือทอง ทองเหลืองจะราคาถูกหลายสิบเท่า ทำให้เราไม่ต้องใช้ทุนในการทำงานสูงมากนัก และจำหน่ายได้ง่ายเพราะราคาไม่แพง และทองเหลืองยังสามารถนำชุบให้เกิดสีตามที่ต้องการได้
“การผลิตเครื่องประดับเลล่าร์ขายในครั้งนี้ เราไม่ได้มีเงินทุนมากนัก เพราะเราใช้เงินเก็บสะสมของทุกคนในระหว่างเรียนมาใช้เป็นต้นทุนในการทำงาน ซึ่งในช่วงเริ่มต้นได้ใช้เงินไปแล้วประมาณ 20,000 บาท และยังไม่คิดว่าจะคืนทุนเมื่อไหร่ เพราะช่วงนี้เป็นเพียงแค่เริ่มต้น ยังต้องใช้ทุนเพื่อการขยายตลาดและการพัฒนาการผลิต และก็คงต้องดูผลตอบรับจากลูกค้าด้วย”
ในส่วนของเครื่องประดับที่ทำจากอะคริลิกเช่นเดียวกัน คือ ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน และเป็นวัสดุที่ราคาถูก หาซื้อได้ทั่วไป งานทุกชิ้นจะเน้นขายงานดีไซน์ที่แปลกใหม่ ซึ่งในคอลเลคชั่นแรกนี้ ได้แนวคิดมาจากการนำของใช้ที่อยู่รอบตัวมาใช้ออกแบบเป็นเครื่องประดับในรูปของสร้อย ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา กุญแจ หมวก กระเป๋า ฯลฯ
ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย เริ่มจากการออกงานแสดงสินค้าตลาดนัดนักออกแบบ ในงานปล่อยแสง ที่ศูนย์แสดงสินค้า TCDC ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม และยังได้ร่วมออกงานแสดงสินค้ากิ๊ฟแอนด์พรีเมี่ยม ที่จัดโดยสมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน ซึ่งจัดที่เดอะมอลล์บางกะปิ ที่ผ่านมา ส่วนแผนในอนาคตมีโครงการที่จะนำสินค้าไปวางขายในร้าน Loft ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการนำสินค้าไปแนะนำ และการขายผ่านทางเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องการขายสินค้าด้านงานออกแบบ และอยู่ในระหว่างการทำเว็บไซต์ของตนเอง
การขายผ่านทางเว็บไซต์ที่เป็นเว็บขายสินค้านานาชาติ เป็นช่องทางหนึ่งช่วยให้ลูกค้าจากทั่วโลกได้รู้จักเรา และเป็นช่องทางในการขยาตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตสินค้าหน้าใหม่ ที่ขายงานดีไซน์เช่นเดียวกับเราก็ใช้วิธีการดังกล่าวนี้เช่นกัน
ส่วนการตั้งราคาขาย ให้ความสำคัญกับเรื่องของการขายความคิด พอกับต้นทุนในเรื่องของวัสดุ ซึ่งเชื่อว่าถ้าลูกค้าพึ่งพอใจ ราคาก็ไม่น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งราคาของเราก็ไม่แพงเป็นราคาที่สมเหตุสมเหตุ โดยราคาเครื่องประดับทองเหลืองเริ่มต้นที่ 590 บาท ขึ้นไป ส่วนสร้อยที่ทำจากอะคิลิก ราคา 250 บาท รูปแบบของเครื่องประดับประกอบไปด้วย สร้อย แหวน สร้อยข้อมือ เข็มกลัด ต่างหู ฯ โดยได้มีการออกแบบมาแล้วทั้งหมดกว่า
“จุดเด่นของเราอีกอย่างหนึ่งคือ แต่ละแบบจะทำออกมาไม่ให้ซ้ำกันมากนัก เพื่อว่าลูกค้าจะได้สินค้าที่ไม่ซ้ำกับใคร ในส่วนของคอลเลคชั่นที่ทำจากอะคิลิก ผสมผสานกราฟฟิค กับศิลปะเข้าด้วยกัน ทำให้งานออกมาดูมีมิติ เป็นสามมิติ ซึ่งในส่วนของแบรนด์เลล่าร์นั้น ไม่ได้ติดอยู่ที่ตัววัสดุต้องเป็นทองเหลือง หรือ อะคิลิก แต่เราจะให้ความสำคัญกับงานดีไซน์”
สำหรับกลุ่มลูกค้าเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบการแต่งตัวทันสมัย และสนใจงานดีไซน์ที่แปลกใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าของเราจะมีอยู่ทุกกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวัยเริ่มต้นทำงาน เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ส่วนวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา เป็นกลุ่มเป้าหมายของเราเช่นกัน แต่จากยอดขายในกลุ่มนี้ยังไม่มากเพราะเป็นกลุ่มที่ยังไม่มีรายได้
ในส่วนของขั้นตอนการผลิตของทองเหลือง และอะคริลิก จะแตกต่างกันมาก การผลิตชิ้นงานที่เป็นทองเหลือง จะต้องขึ้นรูปด้วยมือทุกขั้นตอน ทำให้การทำงานแต่ละชิ้นต้องใช้เวลา เป็นเหตุผลให้งานทองเหลืองมีราคาแพง ในขณะที่งานอะคริลิกสามารถขึ้นรูปได้ครั้งละจำนวนมากๆ จากการใช้เลเซอร์คัท มาเป็นตัวตัด และนำมาประกอบที่ละชิ้นจนได้ออกมาเป็นชิ้นงานดังกล่าว
“การรวมตัวกันมาทำตรงจุดนี้ เกิดขึ้นมาจากเราต้องการมีกิจการเป็นของตัวเอง เพื่อสะสมประสบการณ์ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเข้าไปเป็นลูกจ้างในบริษัท หรือ การจะลงทุนทำธุรกิจของตัวเองอย่างจริงจังมากกว่า ซึ่งการเริ่มต้นธุรกิจครั้งนี้จะเป็นงานอดิเรก หรือเป็นงานประจำในอนาคตก็ต้องขึ้นอยู่กับการตอบรับของลูกค้าว่ามีมากน้อยแค่ไหนด้วย”
โทร.08-6052-5888
ข้อมูลและภาพประกอบ ASTVผู้จัดการออนไลน์
10/01/2552 |
Posted in
Accessories,
Design,
designer,
Fashion,
News,
October09
|
Read More »