Loading
250x250 Free Watch

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารทางอีเมล์:

กรุณาตรวจสอบอีเมล์เพื่อยืนยันหลังจากทำการสมัคร

โพสล่าสุด

แบ่งปัน

รูปแบบเครื่องประดับสุดชิคฤดูใบไม้ผลิ 2010

เรายังเกาะติดการอัพเดตเทรนด์อัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลกกันอีกสักนิดคะ

ซึ่งในวันนี้เราก็นำมาจากนิตยสาร International Jewellery–www.CIJintl.com ฉบับ TRENDS & COLOURS 2010 ซึ่งในนิตยสารฉบับนี้เค้าได้สรุปแนวทางของเครื่องประดับเด่นๆ ในช่วงของ Sping/Summer 2010 ได้ถึง 12 รูปแบบด้วยกัน แต่เพื่อความเข้าใจง่ายและกระชับ เราสรุปได้รูปแบบของเครื่องประดับที่กำลังมาแรงได้ดังนี้ค่ะ

 ringoblog.com coach.comwww.jewelryimpressions.com

ฤดูกาลของสีสันสดใส

ผ่านพ้นปี 2009 มาแล้ว แต่สีสันแนวลูกกวาดของสีพาสเทลยังไม่จางหายไปค่ะ เพราะจะว่าไปแล้วในปี 2010 นี้ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ในเรื่องของเครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับนั้นมีสีสันที่ค่อนข้างหลากหลาย ราวกับสีสันของลูกกวาดเลยทีเดียว แต่ผิดจากการใช้สีสันอันจัดจ้าน เป็นสีสันที่ดูธรรมชาติ ซึ่งก็หนีไม่พ้นสีพาสเทล เพราะนอกจากจะดูอ่อนหวานแล้ว ยังให้ความรู้สึกของการเป็นผู้หญิง และยังทำให้รู้สึกสดชื่น สดใสอีกด้วย ตัวอย่างอัญมณีสีพาสเทลอ่อนหวานก็ต้องยกให้สีชมพูของโรสควอตซ์ สีม่วงอ่อนของอะเมทิสต์ หรือสีฟ้าน้ำทะเลของโทแพซ เป็นต้น และด้วยสีสันอันหลากหลายนี่เองที่เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ก่อเกิดการสร้างสรรค์และดีไซน์เครื่องประดับในลวดลายที่หลากหลายมากขึ้นนั่นเอง

 www.celebrityclothingline.com  jewelry.about.com www.fabsugar.com

แรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัว

ด้วยสภาวะที่ผู้คนต่างเห็นความสำคัญของธรรมชาติ และตระหนักถึงภาวะโลกร้อนนั้นมีมากขึ้น จึงทำให้ทั้งผู้คนต่างต้องการหวนกลับสู่ธรรมชาติอีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็ตาม นั่นเพราะคนเราต่างโหยหาความงามจากธรรมชาติ และความสดชื่น สดใสของสิ่งแวดล้อม ดังนั้นไม่ว่าจะมองไปทางใด เราจึงก็ยังคงเห็นดีไซเนอร์ต่างพร้อมใจหยิบยกแรงบันดาลใจจากดอกไม้ ต้นไม้ แมลง สิ่งมีชีวิตใต้ผืนน้ำ หรือสัตว์ต่างๆ มาใช้ในการออกแบบ รวมทั้งการคัดเลือกเอาวัสดุที่เป็นมิตรต่างสิ่งแวดล้อมมาผสมผสานในชิ้นงาน ทั้งวัสดุรีไซเคิล หรือการนำวัสดุเก่ามาประยุกต์ในรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจก็เป็นเครื่องประดับอีกรูปแบบหนึ่งที่มาแรงในปี 2010 นี้

 redcarpetvictim.com www.themodernjeweler.com www.buzzle.com

ทางเลือกของวัสดุแบบใหม่

ปี 2010 ที่ผ่านมาทั่วทั้งโลกต่างประสบภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย การใช้เครื่องประดับที่มีราคาแพงเกินไปจึงกลายเป็นการเลือกใช้สินค้าที่ค่อนข้างฟุ่มเฟือย ด้วยเหตุนี้จึงมีการเสาะหารูปแบบการทำเครื่องประดับในรูปแบบใหม่ๆ วัสดุใหม่ๆ ที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังต้องมีราคาที่ไม่สูงมากเกินไป การหาวัสดุใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ทดแทนทองคำ หรือแพลทินัมที่มีราคาสูง จึงมีการใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ซึ่งในขณะนี้เป็นโลหะจำพวกพาราเดียม ไทเทเนียม ทองแดง หรือเหล็กก็เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมจากดีไซเนอร์มากขึ้น อีกทั้งการนำวัสดุต่างๆ มาผสมผสานกันอย่างลงตัวก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจและแปลกใหม่ในการออกแบบเครื่องประดับในปัจจุบันอีกด้วย

 

blogs.modernjeweler.com jewelry.about.com 81627495

การกลับมาของเครื่องประดับสไตล์วินเทจ

ในยุคที่หลายๆ อย่างย้อนไปสู่อดีตทั้งเสื้อผ้า การแต่งกาย ที่ย้อนกลับไปราวยุค 60–70–80 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะการกลับไปสู่ในยุคแฟชั่นแนววินเทจที่นิยมความอ่อนหวานและหรูหรา การย้อนกลับไปของแฟชั่นเครื่องประดับอัญมณีก็เช่นกัน การเลือกใช้เครื่องประดับชิ้นโตไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน หรือเข็มกลัดที่มีรูปแบบเฉพาะตัว โดยเฉพาะการเลือกเครื่องประดับที่ตกแต่งอัญมณีที่มีการเจียระไนแบบเก่า หรือที่เรียกว่า Old–cuts ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีความระยิบระยับเหมือนการเจียระไนในปัจจุบัน แต่ทรงเสน่ห์ของความเป็นอัญมณีได้อย่างสมบูรณ์ด้วยสีสันและรูปแบบที่ไปกันได้ดีกับเสื้อผ้าแนววินเทจที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

jewelry.about.com jewelry.about.com jewelry.about.com

การกลับมาของต่างหูแบบห่วง

การกลับมาของต่างหูแบบห่วงเป็นการกลับมาอย่างสง่างามของความงามในความเรียบง่าย เพราะรูปแบบของต่างหูแบบห่วงนั้นมีมากมาย และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ใส่ได้แทบทุกโอกาส ไม่ว่าจะใส่เดินตามท้องถนน หรือในงานเลี้ยงเลิศหรูก็ตาม ซึ่งจะเห็นได้ตามแมกกาซีนต่างๆ ขณะนี้

 jewelry.about.com jewelry.about.com

โฉบเฉี่ยวไปกับเครื่องประดับคู่ใจเรียวแขน

เครื่องประดับตกแต่งข้อมืออย่าง Cuff หรือสร้อยข้อมือ กำไลข้อมือ ยังคงครองตำแหน่งเครื่องประดับคู่กายสาวๆ ได้เป็นอย่างดีในปีนี้ สาเหตุก็จากแฟชั่นเครื่องแต่งกายที่ไปได้ดีกับการสวมใส่สร้อยข้อมือมากกว่าเครื่องประดับแบบอื่นๆ เพราะหากสังเกตให้ดี เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายในปัจจุบันนี้มักเน้นในรูปแบบของเสื้อผ้าที่เปลือยไหล่ ทั้งเสื้อเกาะอกตัวยาว ชุดเดรสผ้าพลิ้วไหว ซึ่งเหมาะมากกับนำสร้อยข้อมือ หรือกำไลวงใหญ่มาเติมเต็มเพื่อให้เกิดความงามที่สมดุลตามลุคสาวที่ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยค่ะ

jewelry.about.com magicaccessories.com jewelryfromthestars.com

เครื่องประดับเงิน

ความสวยงามของเครื่องประดับเงินที่มีมาตั้งแต่โบราณยังคงสามารถครองใจผู้คนได้เรื่อยมา และยิ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยแบบนี้ ทางเลือกของเครื่องประดับที่มีราคาไม่สูงมากจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และยิ่งผลักดันให้เครื่องประดับเงินมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการนำไปผสมผสานกับอัญมณีประเภทต่างๆ และรูปแบบการดีไซน์ที่น่าสนใจ

ข้อมูล Globalfashionreport

1/21/2553 | Posted in , , , , , , , , , , , , , , | Read More »

คุณสมบัติของแร่ที่เป็นอัญมณี - คุณสมบัติทางเคมี

โดย ผศ.ดร. กาญจนา   ชูครุวงศ์

การจำแนกชนิดของอัญมณีจะอาศัยความแตกต่างทางด้านกายภาพ ทางเคมี และทางแสง  ของอัญมณีแต่ละชนิด ซึ่งในครั้งที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้ถึง คุณสมบัติทางกายภาพ (Physical properties) กันไปแล้ว สำหรับในครั้งนี้จะเป็นส่วนของคุณสมบัติทางเคมี

คุณสมบัติทางเคมี (Chemical properties)

การที่แร่ชนิดต่าง ๆ มีสารประกอบทางเคมีและโครงสร้างผลึกแตกต่างกัน ทำให้แร่แต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพและทางแสงที่คงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในสาขาวิชาวิทยาแร่จะจำแนกประเภทลักษณะที่เหมือนกันของแร่ไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน เช่นเดียวกับนักชีววิทยาที่จำแนกพืชและสัตว์ออกเป็น genera, species และ varieties นักอัญมณี ศาสตร์และนักวิทยาแร่จำแนกแร่เป็น ตระกูล (group) , ประเภท (species) และชนิด (varieties)  ซึ่งในทางวิทยาแร่จะมีแร่มากกว่า 2000 ชนิด (varieties) ซึ่งจำแนกเป็นตระกูล (group) และประเภท (species)ต่าง ๆ

แร่อัญมณีส่วนใหญ่จะมีส่วนของสารประกอบเคมีอยู่ในกลุ่ม silicates ซึ่งได้แก่ beryl, topaz, quartz, tourmaline, zircon, garnets ทั้งหมด และ feldspars
กลุ่ม oxides ได้แก่ corundum อันได้แก่ ทับทิมและไพลิน chrysoberyl และ spinel
กลุ่ม phosphates ได้แก่ turquoise และ apatite
กลุ่ม corbonates ได้แก่ malachite, azurite, rhodochrosite และ calcite
ทั้งนี้กลุ่มของสาร ประกอบทางเคมี 4 กลุ่มนี้จะรวมอัญมณีเกือบทั้งหมดที่มีในวงการอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ยกเว้นเพชรซึ่งประกอบ ด้วยธาตุเพียงชนิดเดียว คือคาร์บอน

ตระกูล (Group)
แร่อัญมณีสองกลุ่มหรือมากกว่ามีโครงสร้างและคุณสมบัติตล้ายคลึงกัน แต่จะมีสมบัติทางเคมีที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย สมาชิกในตระกูลเดียวกันจะเรียกว่าประเภท (species) และชนิด(variety) ในอัญมณีชนิดเดียวกันจะมีโครงสร้างผลึกและสารประกอบทางเคมีเหมือนกัน จะแตกต่างกันที่สีของอัญมณี ซึ่งสีที่แตกต่างกันนี้เนื่องมาจากธาตุผ่านหรือสารเจือปน เช่น ทับทิม และไพลินเป็น varieties ที่มีสีแตกต่างกันของอัญมณีประเภท (species) corundum

นอกจากชนิด (varieties) ของอัญมณีจะแตกต่างกันที่สีแล้ว ยังจำแนกตามลักษณะของการกระจายสี (color distribution) การยอมให้แสงผ่าน (transparency) และปรากฏการณ์ทางแสง (optical phenomena)

ตระกูล (group) ของแร่จะประกอบด้วย แร่ประเภท (species) ต่าง ๆ ที่มีสมบัติใกล้เคียงกัน เช่น ตระกูล garnet เป็นตระกูลของแร่ที่มีแร่ประเภทต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก tourmaline อยู่ในตระกูล tourmaline และ spinel ก็เป็นแร่ ประเภทหนึ่งใน spinel group แร่ประเภทต่าง ๆ ในตระกูล garnet, tourmaline และ spinel จะมีโครงสร้างผลึกเหมือนกันแต่มีสารประกอบทางเคมีที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ในตระกูล feldspar แร่ประเภท (species) จะมีสูตรทางเคมีเหมือนกันแต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยในผลึกโครงสร้าง

อัญมณีในตระกูลเดียวกัน มีสารประกอบทางเคมีที่ผสมกันในระหว่างอัญมณีประเภทต่าง ๆ ของตระกูลนั้น สารประกอบทางเคมีที่แตกต่างกันอาจแทนที่กันในโครงสร้างผลึกโดยยังคงรักษาลักษณะภายนอกไว้ได้ กล่าวคือมีการเปลี่ยนแปลงอะตอมภายในโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ทำให้ยังคงมีรูปผลึกเหมือนกัน แต่ส่วนประกอบต่างกันเล็กน้อย การแทนที่ในลักษณะเช่นนี้เรียกว่า isomorphous replacement หรือ isomorphous substitution ผลที่เกิดขึ้นจะได้ผลึกผสม mixed crystal หรือ solid solution การจำแนกอัญมณีในรูปแบบเช่นนี้ จึงเป็นไปได้ยากมากทำให้ในบางกรณีจึงจำเป็นต้องจำแนกลำดับของสารประกอบทางเคมีต่าง ๆ เป็น series

ตัวอย่างเช่น

ตระกูล garnet มี 2 series คือ Pyrope-almandite-spessartite series และ Grossular-andradite-uvarovite series

ภาพจาก Khulsey.com

Pyrope
Mg3Al2(SiO4)3
Almandite
Fe3Al2 (SiO4)3
Spessartite
Mn3Al2(SiO4)3

Grossularite
Ca3Al2(SiO4)3
Andradite
Ca3Fe2(Sio4)3
Uvarovite
Ca3Cr2(Sio4)3

Pyrope, Almandite และ Spessartite จะอยู่ใน series เดียวกัน ในขณะที่ Grossulsrite, Andradradite และ Uvarovite อยู่ใน series เดียวกัน

ประเภท (Species)  
สารประกอบทางเคมีและโครงสร้างผลึกจะเป็นเครื่องชี้ลักษณะเฉพาะของแร่ และเป็นลักษณะเฉพาะของประเภทแร่ (Species) นั้น ๆ ด้วย แต่ละประเภทของแร่จะมีชื่อเรียก เช่น Quartz เป็นต้น หากมีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นสารประกอบทางเคมีหรือโครงสร้างผลึก ก็จะได้ Species ของแร่ใหม่ ๆ ซึ่งมีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น

ความแตกต่างแม้เพียงสารเคมีหรือธาตุเพียงตัวเดียวก็จะให้แร่ต่างประเภทกัน เช่น สูตรทางเคมี Al2O3 คือ species Corundum แต่หากมีสูตรทางเคมี Fe2O3 ก็จะได้ specie  Hematite เป็นต้น

ความแตกต่างในสัดส่วนของสารประกอบทางเคมีและมีโครงสร้างผลึกเหมือนกันให้แร่ต่างประเภทกัน เช่น สูตรทางเคมี Cu2(CO3)(OH)2 ได้ species Malachite หากสูตรทางเคมีเป็น Cu3(CO3)2(OH)2 จะได้ species Azurite เป็นต้น

ความแตกต่างของโครงสร้างผลึกแต่มีสารประกอบและสูตรทางเคมีเหมือนกัน เช่น สูตรทางเคมี C มีเพชร และ graphite ที่ต่างกัน

ตัวอย่างของ group แร่ต่าง ๆ ที่เป็นแร่อัญมณีและ species ใน group ต่าง ๆ เหล่านี้ได้แก่

ภาพจาก Khulsey.com

-Garnet group:
Almandine, Andradite, Grossulsr, Hydrogrossulsr, Kimzeyite, Goldmanite, Pyrope, Schorlomite, Spessartine,Uvarovite, Knorringite และ Yamatoite

 ภาพจาก Khulsey.com

- Spinel group :
Chromite, Franklinite, Gahnite, Galaxite, Hercynite, Magesiochromite, Magnetite และ Spinel

ภาพจาก Khulsey.com

- Tourmaline group :
Buergerite, Dravite, Uvite, Elbaite, Schorl, Liddicoatite, Ferridravite, Chromdravite และ Tsilaisite

 

ชนิด (Varieties)
อัญมณีที่อยู่ในประเภท (species) เดียวกันมักจะต่างกันในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกที่มองเห็น ตัวอย่างเช่น มีสีต่างกัน การยอมให้แสงผ่านหรือความโปร่งต่างกัน หรือมีปรากฎการณ์ต่างกันซึ่งทำให้จำแนกเป็นอัญมณีชนิดต่าง ๆ กัน นอกจากนี้พบว่า แม้กระทั่งมลทินหรือตำหนิ (inclusion) ก็อาจทำให้เกิดชนิดของอัญมณีต่าง ๆ กันด้วย เช่น quartz ที่มีตำหนิเป็นผลึก rutile ทำให้เกิดชนิดของ quartz ที่เรียกว่า rutilated quartz และชนิดของอัญมณีมีการเรียกชื่อแตกต่างกันไป บางกรณีเรียงตามสีของอัญมณี บางกรณีเรียกตามลักษณะปรากฏการณ์ หรือเรียกชื่อเฉพาะ

rutilated quartz จาก Freewebs.com
ภาพ Rutilated quartz จาก Freewebs.com

ตัวอย่าง ชนิดของ (varieties) ของอัญมณีได้แก่

Variety

species

ลักษณะ

Alexandrite chrysoberyl มีปรากฏการณ์การเปลี่ยนสี (color change)
Amethyst                                     quartz สีม่วง
Aquamarine beryl สีฟ้าถึงฟ้าแกมเขียว
Citrine quartz สีส้มถึงสีเหลือง
Emerald beryl สีเขียว
Ruby corundum สีแดง
Sapphire corundum สีต่าง ๆ ยกเว้นสีแดง
Tiger’s-eye quartz ทึบแสง สีเหลืองถึงสีน้ำตาล มีปรากฏการณ์ตาแมว (cat’s eye effect)

อัญมณีที่ไม่มีลักษณะเด่นชัดไม่มีชื่อเรียก varieties ก็จะใช้ชื่อ species และบอกชนิดของอัญมณีโดยใช้สีหรือปรากฏการณ์ เช่น red spinel, yellow beryl, blue topaz, cat’s eye chrysoberyl และ star diopside
ในอัญมณีบางประเภทจะไม่มีชื่อของ varieties เฉพาะ แต่ใช้ชื่อเรียกตามสี เช่น spinel, topaz และ zircon
อัญมณีบางประเภทใช้เรียกลักษณะสีเปรียบเทียบ เช่น quartz ที่มีสีน้ำตาลใกล้ดำโปร่งใสว่า smoky quartz หรือ quartz ที่มีลักษณะถึงโปร่งใสถึงโปร่งแสงชมพูว่า rose quartz

Smokey Quartz จาก crystalage.com rose quartz จาก ebay.com

ภาพ Smoky quartz quartz จาก crystalage.com

ภาพ Rose quartz จาก ebay.com

 
อัญมณี opal ที่มีลักษณะโปร่งใสมีเนื้อสีเหลืองส้ม หรือแดงซึ่งไม่มีการ เล่นสี เรียกว่า fire opal
ในบางครั้งเราเรียกชนิดของอัญมณีด้วยสีและปรากฎการณ์เพื่อให้เห็นลักษณะเด่นชัดเช่น ruby หรือ sapphire ที่มีสาแหรก (star) ว่า star ruby หรือ star sapphire หรือเรียก aquamarine ที่มีปรากฏการณ์ตาแมวว่า cat’s eye aquamarine เป็นต้น

star ruby จาก Palagems.com 
ภาพ Star ruby จาก Palagems.com

นอกจากนี้บางชื่อเรียก varieties ตามแหล่งของอัญมณีชนิดนั้น ๆ เช่น Tanzanite ซึ่งเป็นชื่อเรียก zoisite สีน้ำเงินแกมม่วงที่พบในประเทศ Tanzania เป็นต้น

 

ข้อมูล : วิชาปฎิบัติการวิเคราะห์อัญมณี สาขาวิชา วัสดุศาสตร์ (อัญมณีและเครื่องประดับ) คณะวิทยาศาสตร์   มหาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ภาพประกอบ : Khulsey.com

 
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติของแร่ที่เป็นอัญมณี - คุณสมบัติทางกายภาพ

3/14/2552 | Posted in , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , | Read More »

คุณสมบัติของแร่ที่เป็นอัญมณี - คุณสมบัติทางกายภาพ

โดย นายโพยม อรัณยกานนท์  , ผศ.ดร. กาญจนา   ชูครุวงศ์

อัญมณีส่วนใหญ่เป็นแร่ เราจึงสามารถศึกษาเรียนรู้และเข้าใจถึงโครงสร้างและคุณสมบัติในด้านต่างๆของอัญมณีได้อย่างค่อนข้างสะดวกและรวดเร็ว แร่ทุกชนิดจะจัดแบ่งแยกจากกันได้โดยลักษณะโครงสร้างทางผลึกและส่วนประกอบทางเคมี ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมาก เนื่องจากว่าจะไม่มีแร่หรืออัญมณี 2 ชนิดใดที่มีลักษณะโครงสร้างทางผลึกและองค์ประกอบทางเคมีที่เหมือนกันทุกประการ คือ อาจมีความแตกต่างในคุณสมบัติทางกายภาพ ทางแสง และทางเคมี ดังนั้น จึงสามารถใช้ความแตกต่างในคุณสมบัติดังกล่าว มาช่วยในการตรวจจำแนกชนิดและคุณค่าราคาของอัญมณีต่างๆ ได้

คุณสมบัติทางกายภาพ (Physical properties)

รูปแบบที่อะตอมต่างๆของธาตุที่ประกอบเป็นอัญมณี จัดเรียงตัวเกาะกลุ่มในโครงสร้างของผลึกของอัญมณีนั้นๆ เป็นตัวกำหนดถึงคุณสมบัติทางกายภาพที่แตกต่างกันของอัญมณีนั้นกับอัญมณีชนิดอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้ในการตรวจจำแนกชนิดของอัญมณีได้ โดยวิธีการที่ไม่ทำให้อัญมณีนั้นเสียหายหรือถูกทำลายไป บางวิธีอาจจะใช้การคาดคะเน หรือโดยการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ หรือเครื่องมือธรรมดาโดยทั่วไป คุณสมบัติทางกายภาพต่างๆ ได้แก่

ความแข็ง (Hardness)  คือความสามารถของอัญมณีในการต้านทานต่อการขูดขีด ขัดสี สึกกร่อนบนผิวหน้าเรียบ เป็นสิ่งที่พิจารณาได้ว่า อัญมณีชนิดใดมีความสามารถต่อการสวมใส่เพียงใด อัญมณีชนิดสามารถนำมาจัดเรียงลำดับความสามารถต้านทานต่อการขูดขีด จัดเป็นชุดลำดับของความแข็งที่มากกว่าหรือน้อยกว่า ในการวัดหาค่าความแข็งของอัญมณี ทำได้โดยการทดสอบการขูดขีดด้วยแร่ หรือด้วยปากกา
วัดค่าความแข็ง ระดับค่าความแข็งที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในทุกวันนี้ เป็นค่าความแข็งสัมพัทธ์ของโมส์ (Moh's scale) ซึ่งจัดแบ่งเรียงลำดับความแข็งของแร่ที่เพิ่มขึ้นจาก 1-10 ดังนี้
          1. ทัลก์ (Talc)  ความแข็ง  1-2  สามารถขูดขีดได้โดยเล็บมือ
          2. ยิปซัม  (Gypsum) สามารถขูดขีดได้โดยเหรียญทองแดง
          3. แคลไซต์  (Calcite) ความแข็ง  2-3  สามารถขูดขีดได้โดยใบมีดหรือกระจกหน้าต่าง
          4. ฟลูออไรต์ (Fluorite) ความแข็ง  3.5-4.5
          5. อะพาไทต์ (Apatite) ความแข็ง 5-6.5 มีดเล็ก ๆ ไม่สามรถขูดขีดได้ง่าย
          6. ออร์โทเคลส (Orthocleas) เฟลด์สปาร์ (Feldspar)
          7. ควอตซ์ (Quartz)
          8. โทพาซ (Topaz) แข็งมาก ไม่สามารถขูดขีดได้ด้วยแท่งเหล็ก
          9. คอรันดัม (Corrundum)
          10. เพชร (Diamond)

Mohs Hardness Scale
ภาพประกอบ AllAboutGemstones.com

แร่แต่ละชนิดดังกล่าว จะสามารถขูดแร่ พวกที่มีเลขต่ำกว่าได้แต่จะไม่สามารถขูดขีดแร่พวกที่มีเลขสูงกว่าได้ ตัวอย่างเช่น เพชร สามารถขูดขีดแร่ได้ทุกชนิด คอรันดัมจะไม่สามารถขูดขีดเพชรให้เป็นรอยได้ แต่สามารถขูดขีดโทแพซ ควอตซ์ ออร์โทเคลส ที่มีความแข็งรองลงมาได้ เป็นต้น อัญมณีที่มีค่าความแข็งเท่ากันสามารถขูดขีดกันให้เป็นรอยได้ ความแข็งของอัญมณีชนิดเดียวกันอาจจะ มีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยได้ตามส่วนประกอบและลักษณะของการเกาะกลุ่มรวมกันของเนื้อแร่ หรือตามการผุเสื่อมสลายโดยธรรมชาติ ค่าความแข็งดังกล่าวนี้ เป็นค่าความแข็งที่เปรียบเทียบกันเท่านั้น มิใช่เป็นหน่วยวัดค่าความแข็ง ความแตกต่างของค่าความแข็งในแต่ละระดับก็ไม่เท่ากันเช่น ความแตกต่างของความแข็งระหว่างเพชร กับ คอรันดัม จะไม่เท่ากับความแตกต่างของความแข็งระหว่างคอรันดัมกับโทแพซ โดยทั่วไปแล้วอัญมณีที่มีค่าความแข็งตั้งแต่ 7 ขึ้นไปจะมีความคงทนเหมาะสมต่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ในการตรวจสอบชนิดของอัญมณีนั้นจะไม่นิยมใช้การทดสอบความแข็งกัน เนื่องจากจะทำให้อัญมณีที่ถูกทดสอบนั้นเสียหาย และอาจทำลายคุณค่าความสวยงามได้ แต่ในบางครั้งอาจจะใช้ได้ในกรณีจำเป็นสำหรับอัญมณีที่ยังไม่ได้เจียระไนหรือแกะสลัก ซึ่งมีความโปร่งแสงถึงทึบแสง แต่ไม่ควรใช้ทดสอบอัญมณีที่โปร่งใสเจียระไนแล้วเป็นอันขาด

ความแข็งของอัญมณีมีผลต่อการขัดเงาเมื่อเจียระไนคือ ความวาวและการสะท้อนของแสงที่ผิวหน้าของอัญมณีนั้น ๆ ซึ่งโดยทั่วไปอัญมณีที่มีความแข็งมากก็จะขัดเงาได้ง่าย มีความวาวสูงและสะท้อนแสงได้มาก การดูแลความวาวของอัญมณีก็จะคาดเดาความแข็งของอัญมณี และอาจเป็นแนวทางการวิเคราะห์อัญมณีได้

ในบางครั้งพบว่าอัญมณีจากแหล่งที่ต่างกันหรือมีสีต่างกัน มีความแข็งต่างกันด้วย ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากความแตกต่างของสารประกอบในตัวอัญมณีนั้น ๆ เพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อความแข็งของอัญมณีได้ เช่น ช่างเจียระไนพบว่าทับทิมเนื้อนิ่มกว่าแซปไพร์ (sapphire) สีอื่น ๆ หรือ เพชรที่มาจากแหล่ง Australia และ Bumeo มีเนื้อที่ผิดปกติจากเพชรจาก แหล่งอื่น ทำให้เจียระไนยากซึ่งช่างเจียระไนจะต้องหาแนวที่จะเจียระไนให้เหมาะสม

 
ความเหนียว (Toughness) คือ ความสามารถของอัญมณีในการต้านทานต่อการแตกหักแตกร้าว การเกาะเกี่ยว เกาะกลุ่มอยู่ติดกันแน่นมาก แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่มีบทบาทในการลดค่าความเหนียวของอัญมณี เช่น
การมีแนวแตกเรียบ (cleavage) เป็นการแตกอย่างมีทิศทางแน่นอน ขึ้นกับลักษณะโครงสร้างของผลึกแร่การแตกมีระนาบเรียบตามโครงสร้างอะตอมในผลึกแร่อาจเป็นแนวเดียวหรือหลายแนวก็ได้
การแตกแบบขนาน (parting) เป็นการแตกที่เกิดขึ้นในแนวโครงสร้างของแร่ที่ไม่แข็งแรงมักเป็นรอยต่อของผลึกแฝด
รอยแตกร้าว (fracture) เป็นการแตกที่เกิดขึ้นโดยไม่มีทิศทางที่แน่นอน มักมีลักษณะแตกต่างกันไปและเป็นลักษณะเฉพาะของแร่ เช่น แบบโค้งเว้าเหมือนก้นหอย หรือแบบเสี้ยนไม้ เป็นต้น

ความเหนียวไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับความแข็ง ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายและชัดเจน ได้แก่ เพชร ซึ่งเป็นวัตถุธรรมชาติที่มีความแข็งมากที่สุดในโลก  สามารถขูดขีด ตัดสลักวัตถุหรืออัญมณีใดๆ ได้ แต่เพราะมีแนวแตกเรียบ (cleavage) ที่สมบูรณ์ ซึ่งสามารถแตกละเอียดได้หากถูกกระแทกในรอยแยกแนวเรียบ ดังนั้นในการตำหรือบดเพชรให้ละเอียดเพื่อนำเอาผงเพชรมาทำเป็นผงขัดหรือประลงในผิวใบเลื่อยต่างๆจึงใช้เหล็กซึ่งมีความเหนียวมากกว่าเป็นตัวตำให้ละเอียดลงไป ในขณะที่หยกเจไดต์ (Jadite) หรือเนไฟรต์ (Nephrite) ซึ่งเป็นอัญมณีที่มีความเหนียวมากเป็นพิเศษ สามารถที่จะนำมาเจียระไนตัดเป็นแผ่นบาง หรือแกะสลักในรูปแบบที่ซับซ้อนได้โดยไม่มีการแตกร้าว นำมาทำเครื่องประดับได้อย่างคงทนสวยงามดี การจัดแบ่งระดับความเหนียวของอัญมณีโดยทั่วไปแบ่งได้ดังนี้

Jadite and nephriteexceptional ได้แก่ หยก jadeite และ nephrite
excellent ได้แก่ corundum
good ได้แก่ quartz และ spinel
fair ได้แก่ tourmaline
poor  ได้แก่ feldspar และ topaz

 

ความถ่วงจำเพาะ  หรือ ความหนาแน่นสัมพัทธ์ (Specific gravity) เป็นอัตราส่วนระหว่างน้ำหนักของวัตถุกับน้ำหนักของน้ำที่มีปริมาตรเท่ากัน (ในอุณหภูมิ 4°c) ตัวอย่างเช่นทับทิมที่มีน้ำหนัก 5 กะรัตและน้ำที่มีปริมาณเท่ากันมีน้ำหนัก 1.25 กะรัต ค่าความถ่วงจำเพาะของทับทิมจะเท่ากับ 4.00 หรืออัญมณีใดๆ ที่มีค่าความถ่วงจำเพาะเท่ากับ 3 อัญมณีนั้นๆก็จะมีน้ำหนักเป็น 3 เท่าของน้ำหนักของน้ำที่มีปริมาตรเท่ากันนั่นเอง โดยทั่วไปแล้วค่าความถ่วงจำเพาะของอัญมณีแทบทุกชนิด จะมีค่าอยู่ในช่วงระหว่าง 1-7
อัญมณีที่มีค่าต่ำกว่า 2 ถือว่าเป็นชนิดเบา เช่น อำพัน
พวกที่มีค่าอยู่ระหว่าง 2 และ 4 เป็นชนิดปกติ เช่น ควอตซ์
พวกที่มีค่ามากกว่า 4 เป็นชนิดหนัก เช่น ดีบุก
สามารถนำค่าความถ่วงจำเพาะมาใช้เป็นข้อมูลเสริมช่วยในการตรวจจำแนกชนิดของอัญมณีได้ โดยเฉพาะพวกที่ไม่ได้อยู่ในตัวเรือน เพราะค่าความถ่วงจำเพาะของอัญมณีแต่ละชนิดนั้นมักจะมีค่าที่ค่อนข้างคงที่และสามารถตรวจสอบได้ง่ายโดยไม่ทำให้อัญมณีเสียหายด้วย วิธีการตรวจสอบค่าความถ่วงจำเพาะที่ได้ผลดี และเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป มีอยู่ 2 วิธีคือ
1) วิธีการชั่งน้ำหนักอัญมณีแบบแทนที่น้ำในเครื่องชั่ง (ใช้หลักการของอาร์คีมีเดส)
2) การใช้น้ำยาเคมีหนัก เช่น เมทิลีนไอโอไดด์โบรโมฟอร์ม ฯลฯ เป็นหลักในการตรวจสอบ

แต่ก็ยังมีปัญหาไม่ว่าในวิธีใดๆ นั่นคือ การมีมลทินตำหนิภายในเนื้ออัญมณี หรือรอยแตกร้าวต่างๆ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะมีผลต่อการตรวจสอบเพราะอาจทำให้ค่าที่ได้มีความผิดพลาดไปจากความเป็นจริง ถึงแม้ว่าอัญมณีนั้นจะเป็นผลึกเดี่ยวก็ตาม จึงควรจะต้องพิจารณาดูอัญมณีให้ละเอียดถึงลักษณะผิวเนื้อภายนอกและภายในทำความสะอาดอัญมณีให้หมดจด ระมัดระวังในการเตรียมตัวอย่างและเครื่องมือ มีการควบคุมอุณหภูมิขณะทำการตรวจให้คงที่ มีความละเอียดและทำการตรวจหลายๆ ครั้ง เพื่อนำมาสรุปผลให้ได้ค่าที่ถูกต้องมากขึ้น

ค่าความถ่วงจำเพาะยังช่วยในการคาดคะเนน้ำหนักและขนาดของอัญมณีได้ด้วย เช่น เพชรที่มีน้ำหนัก 1 กะรัตจะมีขนาดเล็กกว่าอะความารีนที่มีน้ำหนัก 1 กะรัตและเจียระไนแบบเดียวกัน ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากเพชรมีค่าความถ่วงจำเพาะหรือมีความหนาแน่นมากกว่าอะความารีน อัญมณีต่างชนิดกันแม้ว่ามีน้ำหนักเท่ากันแต่จะมีขนาดที่แตกต่างกันเสมอและอีกประการหนึ่ง อัญมณีที่มีค่าความแข็งสูงก็มักจะมีค่าความถ่วงจำเพาะสูงด้วย

รูปแบบของผลึก (Forms)  เป็นรูปร่างลักษณะผลึกภายนอกของแร่ที่เป็นอัญมณีชนิดต่างๆ ที่มองเห็นและพบได้โดยทั่วๆ ไปส่วนใหญ่มักจะเกิดเป็นผลึกเดี่ยวและมีการเติบโตขยายออกเป็นรูปร่างเห็นเด่นชัดเฉพาะตัว เช่น โกเมน (Garnet) มักจะพบในลักษณะรูปร่างแบบกลมคล้ายลูกตะกร้อ เพชร และ สปิเนล มักจะพบในรูปร่างลักษณะแบบแปดหน้ารูปพีระมิดประกบฐานเดียวกัน รูปแบบของผลึกยังอาจหมายถึง ชนิดของลักษณะผลึก (habits) ซึ่งอาจจะเป็นลักษณะแผ่นแบน รูปเข็มเล็กยาว แผ่นเรียวยาว แท่งหกเหลี่ยม แผ่นหนาก้อน กลุ่ม คล้ายเข็มคล้ายต้นไม้ คล้ายพวงองุ่น คล้ายไต เป็นต้น ในธรรมชาติจริงๆ แล้ว ผลึกอัญมณีที่เกิดขึ้นเป็นผลึกเดี่ยวและมีรูปร่างครบทุกหน้าผลึกที่ได้สัดส่วนหรือรูปร่างสมบูรณ์จะพบได้ยากมาก โดยมากจะพบเป็นผลึกขนาดเล็กละเอียดเกาะกลุ่มรวมกันเป็นผลึกแฝด หรือเป็นผลึกแฝดซ้ำซ้อน ชนิดของอัญมณีที่เป็นแร่ประเภทเดียวกันถ้าเกิดอยู่ในแหล่งหรือบริเวณที่แตกต่างกัน ก็อาจจะมีรูปร่างลักษณะผลึกภายนอกที่ต่างกันได้ โดยสรุปแล้วความรู้และความเข้าใจถึงความแตกต่างที่หลากหลายของรูปแบบของผลึก และรูปร่างลักษณะภายนอกของอัญมณีอาจมีประโยชน์ช่วยในการตรวจจำแนกชนิดอัญมณีที่เป็นผลึกก้อนได้อย่างง่ายๆ หรือบางครั้งอาจสามารถบอกแหล่งกำเนิดได้ด้วย


ภาพผลึกของโกเมน จาก www.khulsey.com

ข้อมูล : วิชาปฎิบัติการวิเคราะห์อัญมณี สาขาวิชา วัสดุศาสตร์ (อัญมณีและเครื่องประดับ) คณะวิทยาศาสตร์   มหาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 20

3/13/2552 | Posted in , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , | Read More »

Jewelry trends for winter 2008-2009

คำแนะนำในการเลือกใช้เครื่องประดับสำหรับหนาวนี้ โดยกูรูแฟชั่นจาก Millionlooks.com

สี (Color)

…เครื่องประดับสีพาสเทล
โดยปกติแล้ว สีพาสเทลจะถูกใช้ในช่วงหน้าร้อนหรือใบไม้ผลิ แต่สำหรับหนาวนี้เครื่องประดับสีพาสเทลจะช่วยสร้างลุคของหญิงสาวแสนหวานได้เป็นอย่างดี โดยสีที่แนะนำ ได้แก่ เครื่องประดับที่มีส่วนผสมของสีม่วงลาเวนเดอร์ ชมพู และขาว หรืออาจจะเป็นเครื่องประดับสีเข้มที่มีสีพาสเทลผสมอยู่ก็ได้

การใช้เครื่องประดับสีพาสเทลให้ดูโดดเด่นก็คือ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีเข้มในโทนสีอบอุ่น โดยสีที่จะมาแรงก็คือ สีน้ำตาลเข้มชอคโกแลต และสีงาช้าง

black onyx and blue chalcedony necklace เครื่องประดับพลอยสีสด
เลือกใช้พลอยสีสดๆอย่างเหลืองเข้มและส้ม จากเพชรสีcanary (Canary diamond) ซิทริน (Citrine) เพทายสีเหลือง (Yellow zircon) บุษราคัม (Yellow sapphire) หรือบราซิลเลี่ยน โทพาซ (Brazilian topaz)

สีฟ้าจากความารีน (Aquamarine) และโทพาซ (Topaz) ก็เหมาะที่จะเลือกใช้

สีที่อมตะสำหรับแฟชั่นอย่างสีดำก็สามารถนำมาใช้ได้ ตัวอย่างของอัญมณีสีดำ ได้แก่ โอนิก (Black onyx) และเพชร (Black diamond)

 


 

 

rebecca norman hammered disk earrings โลหะ (Metal)

เครื่องประดับเงินเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับฤดูหนาว เนื่องจากไปกันได้ดีกับสีที่เป็นทางการอย่างสีขาวและดำ แต่สำหรับในปีนี้ทองคำจะได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะเครื่องประดับทองที่มีพลอยสีเข้มขนาดใหญ่

นอกจากทองแล้ว ยังมีทองแดงและเฮมาไทต์ (Hematite) ที่อยู่ในรูปทรงที่หลากหลาย เช่น หกเหลี่ยม สี่เหลี่ยม กลม ห่วง รูปไข่ และรูปทรงอสมมาตรต่างๆ หรือเป็นเครื่องประดับที่ทำจากโลหะชนิดต่างๆผสมผสานกัน

 

 

 

 

 

Handmade Charoite & Genuine Amethyst Sterling Silver Designer Pendant หิน (Stones)

กระแสฮิตของเครื่องประดับหินชิ้นใหญ่ๆยังคงมาแรงอยู่ โดยเฉพาะจี้ชิ้นใหญ่สีสันสดใสที่จะดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี และกำไลหรือสร้อยข้อมือเส้นใหญ่ๆ ที่ทำมาจากหินหรือพลอยเนื้ออ่อน

หลักการของการใช้เครื่องประดับชิ้นใหญ่ก็คือ เลือกชิ้นที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น

สไตล์ธรรมชาติ (Natural style)

ธรรมชาติจะมีอิทธิพลต่อการกำหนดรูปแบบของเครื่องประดับ อย่างเช่น สี ลวดลาย และวัสดุที่ใช้ เช่น สีฟ้า สีฟ้าน้ำทะเล สีน้ำตาล สีทราย ซึ่งได้จากพลอยเนื้ออ่อน เปลือกหอยต่างๆ เทอร์ควอยซ์ (Turquoise) อาเกต (Agate) หยก (Jade)

ลูกปัดที่ทำจากแก้ว ไม้ กระดูก ก็จะถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องประดับด้วยเช่นกัน

 

ข้อมูลจาก Millionlooks.com

12/24/2551 | Posted in , , , , , , , , , , , , , , | Read More »

พลอยประจำเดือนเกิด พฤศจิกายน - โทพาซ (Topaz)

YellowTopaz โทแพซ (Topaz) มาจากภาษากรีก โทแพเซียน "topazian" หมายถึงการเสาะแสวงหา คนโบราณ เรียกหินหรือแร่ทุกชนิดที่มีสีเหลืองและสีเขียวว่าโทแพซ ต่อมากลายเป็นชื่อเกาะที่พบพลอยสีดังกล่าว "โทแพโซส (Topazos)" ซึ่งเป็นเกาะหนึ่งในทะเลแดง ปัจจุบันเกาะนั้นมีชื่อว่า ซีเบอร์เกต (Zebirget)  

โทพาซสีเหลือง นอกจากจะเป็นพลอยประจำเดือนเกิดของคนที่เกิดในเดือนพฤศจิกายนแล้ว ยังเป็นอัญมณีประจำของคนธาตุไฟด้วย ตามความเชื่อที่ว่า แม้โทพาซสีเหลืองจะเป็นพลอยที่ให้ความสงบ แต่ก็ช่วยเพิ่มพลังให้แก่ผู้สวมใส่ นอกจากนี้ยังให้ความกระตือรือร้น ตรงข้ามก็ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ซ้ำยังให้ความสว่างกับจิตวิญญาณ ในเชิงธุรกิจจะช่วยสร้างมิตรภาพและมีพลังดึงดูดผู้คน ส่วนในเรื่องสุขภาพ จะช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่าย เช่นตับ ถุงน้ำดี กระเพาะปัสสาวะ และต่อมหมวกไต

สมบัติของโทพาส
สูตรโมเลกุล Al2(SiO4)(OH,F)2 จัดอยู่ในหมู่ซิลิเกตที่มีองค์ประกอบของอลูมิเนียม ฟลูออรีน และหมู่ไฮดรอกซิล
ระบบผลึก Orthorhombic โดยทั่วไปมักพบทั้งรูปทรงปริซึมแบบแท่งยาว ถึง สั้น มีหลากหลายสี เช่น สีขาว สีเหลือง-เหลืองทอง-เหลืองอมส้ม-ส้ม น้ำตาล ฟ้า ส่วนสีชมพูและแดงค่อนข้างหายาก

ความแข็ง จัดอยู่ในระดับ 8 ของโมห์สเกล
ความถ่วงจำเพาะ อยู่ระหว่าง 3.52 - 3.56 g/cm3
ค่าดัชนีหักเห อยู่ระหว่าง 1.638 - 1.610 ซึ่งจะมีค่าสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมี โดยถ้ามี หมู่ไฮดรอกซิลมาก ค่าความถ่วงจำเพาะจะต่ำ แต่ค่าดัชนีหักเหจะสูง ขณะที่ถ้ามีธาตุฟลูออรีนสูง จะมีค่าความถ่วงจำเพาะจะสูง แต่ค่าดัชนีหักเหจะต่ำ
แหล่งกำเนิด พบมากในประเทศบราซิล รองลงมาคือ เม็กซิโก อเมริกา ศรีลังกา ญี่ปุ่น ไนจีเรีย และรัสเซีย (บริเวณแถบไซบีเรีย และเทือกเขาอูราล)
อัญมณีที่เลียนแบบ ได้แก่ ซิทริน เบริลสีเหลือง คริสโซเบริลสีเหลือง และแก้วสังเคราะห์สีเหลือง เป็นต้น
การปรับปรุงคุณภาพ ส่วนมากอาบรังสีในโทพาซสีฟ้า ส่วนสีเหลืองนั้นเป็นสีธรรมชาติอยู่แล้ว

 

พลอยอีกชนิดหนึ่งที่เปิดโอกาสให้เลือกเป็นพลอยประจำเดือนพฤศจิกายน คือ ซิทริน (Citrine) มาจากภาษาฝรั่งเศส "Citron" แปลว่า มะนาว เป็นการตั้งชื่อตามสีเพราะมีสีเหลืองมะนาว  แต่ในความเป็นจริงแล้ว ซิทรินมิได้มีสีเหลืองอย่างผลมะนาว แต่จะมีสีอยู่ในช่วงเหลืองอ่อนจนถึงน้ำตาลทองมากกว่า และส่วนมากจะมีสีเหลืองจางๆสีของมันอาจเหลือง เนื่องจากมีเหล็กเป็นมลทินบริสุทธิ์หรืออาจออกเหลืองทึมๆ อาจมีสีน้ำผึ้งหรือเหลืองน้ำตาลและบางครั้งก็อาจมีแต้มสีน้ำตาลปนแดงด้วย และเช่นเดียวกับอะมิทิสต์ สีของซิทรินมักไม่ค่อยสม่ำเสมอ มักเห็นเป็นแทบสีแต่ก็ไม่ชัดเจน
ซิทรินมีความวาวคล้ายอะเมทิสต์ และตามปกติซิทรินที่เจียระไนแล้วจะมีเนื้อที่ใสสะอาด ปราศจากมลทิน ทั้งนี้เพราะในธรรมชาติจะมีซิทรินอยู่อย่างเหลือเฟือและเพียงพอที่จะคัดเอาเฉพาะที่มีคุณภาพดีเยี่ยมเท่านั้นมาเจียระไน โดยอาจเจียระไนเป็นรูปทรงหรือเหลี่ยมแบบใดก็ได้ยกเว้นเหลี่ยมเกสร เพราะมันไม่วูบวาบพอ และมีขนาดตั้งแต่ 10 กะรัตขึ้นไปก็หาได้ไม่ยาก

  Citrine

ซิทริน (Citrine) เป็นพลอยโปร่งใสสีเหลือง ส้ม และ ส้มอมน้ำตาล สีเกิดจากธาตุเหล็ก (Fe) ซิทรินที่มีในท้องตลาดส่วนใหญ่ได้มาจากการเผาอะเมทิสต์ (Amethyst) จัดอยู่ในกลุ่มของ ควอรตซ์ (Quartz) เป็นแร่ที่มีความหลากหลายในแง่ของการเกิดและชนิดมากที่สุด พบทั้งในหินอัคนี หินตะกอน และหินแปร การที่มีความแข็งเท่ากับ 7 ไม่มีแนวแตกเรียบ และมีเสถียรภาพทางเคมี ไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมีทั่วไป จึงเป็นแร่ที่ทนทานต่อการผุกร่อน และทนต่อการทำลายทางเคมีมาก ทำให้ควอรตซ์ยังคงสภาพอยู่ได้ในรูปของกรวดทรายตามตะกอนทางน้ำและชายทะเล
ควอรตซ์ที่เป็นอัญมณี แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีผลึกหยาบ (Coarsely Crystalline) และกลุ่มที่มีผลึกละเอียด (Crypto crystalline) ทั้ง 2 กลุ่มมีส่วนประกอบทางเคมีและโครงสร้างเหมือนกัน ต่างกันที่การเกิด ขนาดผลึก มลทินที่ทำให้เกิดสี และรูปแบบของสี (pattern) เท่านั้น สำหรับซิทริน จัดอยู่ใน กลุ่มที่มีผลึกหยาบ

 
สีของซิทรินจะคล้ายคลึงกับสีของโทปาซมากจนเกิดการเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆว่าเป็นโทปาซ ถึงขนาดมีการตั้งชื่อให้กับมันเสียใหม่เลยว่า ‘โทปาซ ควอทซ์' ตามธรรมชาติแล้วโทปาซจะมีไม่มากเท่าซิทรินและคุณค่าของมันก็มีมากกว่าซิทรินอีกด้วย โดยเปรียบเทียบ ทั้งโทแพซและซิทรินต่างก็เป็นพลอยที่มีสีเหลืองใสสดเป็นประกายงดงามด้วยกันทั้งคู่ หากแต่โทแพซเป็นพลอยที่มี อันดับสูงกว่าซิทรินและราคาแพงกว่า อย่างไรก็ตามท่านผู้เกิดในเดือนพฤศจิกายน จะเลือกชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นพลอยประจำเดือนเกิด หรือจะเลือกเอาทั้งสองชนิดก็ได้ ปัจจุบันซิทรินเป็นที่นิยมกันมากกว่าโทแพซเพราะแบบหลังหายากและมีราคาแพงกว่า ซิทรินอาจดูคล้ายพลอยอื่นๆที่มีสีคล้ายคลึงกันได้ อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์ซิทรินก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย เช่น ซิทรินจะมีความถ่วงจำเพาะต่ำที่สุดในบรรดาพลอยสีเดียวกัน ยิ่งถ้าเปรียบกับโทปาซแล้ว ค่าความถ่วงเฉพาะของซิทรินจะต่ำกว่าโทปาซอยู่มาก และความวาวก็เป็นรองโทปาซอยู่มากเช่นกัน ข้อแตกต่างอีกประการหนึ่งก็คือ ซิทรินจะไม่มีแนวแตกเรียบเหมือนอย่างโทปาซหรือถ้าจะเปรียบเทียบกับบุษราคัมแล้ว ความวาวของซิทรินก็ยังตกเป็นรองบุษราคัมอยูมากเช่นกัน
เป็นที่น่าสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่าอะมิทิสต์ที่นำมาหุงจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืงหรือน้ำตาลเข้มของซิทรินได้ คุณค่าของมันค่อนข้างต่ำและแน่นอนที่สุดคุณค่าของมันก็ต่ำกว่าอะมิทิสต์ด้วย เท่าที่ผ่านมายังไม่เคยมีการผลิตซิทรินปลอมเพื่อเป้าหมายทางการค้าเลย ส่วนใหญ่แล้วจะผลิตใช้เพื่อการอุตสหรรมมากกว่า และแหล่งสำคัญที่สุดของซิทรินก็คือ บราซิล แต่ก็อาจได้มาจากสหรัฐอเมริกา สเปน ฝรั่งเศล สก๊อตแลนด์ และโซเวียต

สมบัติของซิทริน
ความแข็ง  6.5-7 โมห์สเกล
สูตรโมเลกุล SiO2 (Silicon dioxide)
ค่าดัชนีหักเห 1.54-1.55
ความถ่วงจำเพาะ  2.65

อ้างอิง : กรมทรัพยากรธรณี

11/10/2551 | Posted in , , , , , , , , | Read More »

Birthstone Mystery

พลอยประจำเดือนเกิดถูกระบุไว้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 1912 โดย American National Association of Jewelers, Jewelers of America

มกราคม – โกเมน
โกเมน หรือ Garnet เป็นพลอยที่ดูคล้ายเมล็ดทับทิม มีตั้งแต่สีเข้มจัดไปถึงสีอ่อน กล่าวกันว่า โกเมนสีแดงเข้ม ช่วยสร้างพลังและความอบอุ่นให้แก่จิตใจ มักใช้เป็นเครื่องรางในการเดินทาง

กุมภาพันธ์ – แอเมทิสต์
แอเมทิสต์ เป็น Quartz ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีประวัติเกี่ยวเนื่องกับไดโอนีซัส เทพเจ้าแห่งไวน์ของชาวกรีก สีม่วงเข้มมีราคาสูงกว่าสีลาเวนเดอร์ เชื่อกันว่า ช่วยคุ้มครองผู้สวมใส่ และทำให้มีพลังต่อสู้กับอุปสรรคได้

มีนาคม – อะความารีน
ในบรรดาพลอยเนื้ออ่อนหลากสี อะความารีนจัดเป็นพลอยที่มีราคาสูงสุด มีหลายเฉดสี ตั้งแต่ฟ้าน้ำทะเลไปจนถึงสีฟ้าอ่อน และยังมีทั้งชนิดใสและขุ่น เชื่อกันว่าอะความารีนช่วยให้คำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผล

เมษายน – เพชร
ประกายระยิบระยับและความแข็งแกร่งของเพชร เป็นตัวแทนของความรัก ความสนุกสนานและความกล้าหาญ ราคาของเพชรเม็ดโตจะยิ่งสูงขึ้น หากได้รับการเจียระไนโดยช่างฝีมือเยี่ยม

พฤษภาคม – มรกต
สีเขียวของมรกตเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิ และชีวิตใหม่ มรกตน้ำดีถือเป็นของหายาก ทำให้บางชิ้นแพงกว่าเพชรเสียอีก มรกตสีเขียวเข้ม ไร้ตำหนิ มีราคาแพงกว่าสีอ่อนจาง เชื่อกันว่าช่วยเสริมสร้างความฉลาดและอดทน

มิถุนายน – ไข่มุก
ไข่มุกเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ จึงนิยมให้เป็นของขวัญในวันครบรอบแต่งงาน และมอบให้เด็กแรกเกิด เชื่อกันว่า ไข่มุกช่วยนำชีวิตชีวามาสู่คู่รักที่แต่งงานแล้ว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มพลังชีวิตด้วย ไข่มุกน้ำจืดมีราคาย่อมเยากว่าไข่มุกทะเลใต้ ส่วนเม็ดที่ขนาดเกิน 10 มิลลิเมตรขึ้นไปจะมีราคาสูงมาก

กรกฎาคม – ทับทิม
ทับทิมเป็นตัวแทนของพลังความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะทับทิมสีแดงเลือดนกถือเป็นของหายาก และมีราคาแพงมาก ส่วนทับทิมสีชมพูอ่อนหรือสีแดงอมน้ำตาล มีราคาย่อมเยาลงมา เชื่อกันว่าหากสวมใส่ทับทิมมือซ้ายจะนำโชคดีมาให้

สิงหาคม – เพอริดอต
เพอริดอตถูกใช้เป็นเครื่องรางสำหรับป้องกันภัย เสริมพลังและความกล้าหาญ เพอริดอตขนาดใหญ่เป็นของหายากมาก จึงมีราคาสูง ส่วนใหญ่หากเป็นเม็ดเล็ก ดีไซเนอร์มักนำมาร้อยเป็นสร้อย

กันยายน – แซปไฟร์
แซปไฟร์ เป็นพลอยเนื้อแข็งรองจากเพชร ถือเป็นอัญมณีที่ให้โชคและเป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์ แซปไฟร์มีให้เลือกเกือบทุกสี ทั้งเหลือง (บุษราคัม) ชมพู (ทับทิม) ส้ม ม่วง เขียว(เขียวส่อง) น้ำเงิน (ไพลิน) และขาว และแซปไฟร์สีฟ้าเข้มจัด ถือว่ามีค่ามากที่สุด

ตุลาคม – โอปอล์
โอปอล์เป็นอัญมณีหลายสีผสมกัน จึงเชื่อกันว่านำมาซึ่งความตื่นเต้นและความน่าหลงใหล สีของโอปอล์มีหลายเฉด เริ่มตั้งแต่สีขาว เหลือง ส้ม เขียว ฟ้า น้ำเงิน หากเม็ดไหนมีสีแดงผสมอยู่ด้วยจะทำให้ราคาแพงมาก

พฤศจิกายน – ซิทรีน
สีเหลืองสดสว่างของซิทรีน นำมาซึ่งความกระตือรือร้น และสุขภาพดี เฉดสีของซิทรีน มีตั้งแต่เข้มจัดเกือบแดง ไปจนถึงสีส้มเข้ม ส่วนซิทรีนสีเหลืองอมน้ำตาลนั้นจัดว่าเป็นหินสีที่หายากและมีค่ามาก

ธันวาคม – เทอร์คอยส์
เทอร์คอยส์เป็นทั้งเครื่องราง นำความโชคดี และป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ เทอร์คอยส์สีฟ้าสด ที่ปราศจากตำหนิมีราคาแพงที่สุด ส่วนสีฟ้าอมเขียวหรือมีลายเส้นสีดำแทรก มีราคาย่อมเยาลงมา

สนับสนุนบทความโดย 2Be Jewellery

10/04/2551 | Posted in , , , , , , , , , , , , , , , | Read More »

ความคิดเห็นล่าสุด

บทความล่าสุด