Loading
250x250 Free Watch

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารทางอีเมล์:

กรุณาตรวจสอบอีเมล์เพื่อยืนยันหลังจากทำการสมัคร

โพสล่าสุด

แบ่งปัน

ปรากฏการณ์ทางแสง – Gemstone Phenomena

แร่แต่ละชนิดมีคุณสมบัติทางแสงเฉพาะตัว และแร่ที่เป็นอัญมณีคุณสมบัติต่อแสงอย่างพิเศษเฉพาะชนิดของอัญมณีนั้น คุณสมบัติทางแสงที่เกิดกับอัญมณีเป็นผลมาจากคุณลักษณะที่เฉพาะของอัญมณี และ/หรือมลทินแร่ที่ฝังตัวอยู่ในเนื้ออัญมณี
ช่างเจียระไนอัญมณี ตลอดจนถึงผู้ที่สนใจอัญมณีควรรู้ถึงคุณสมบัติทางแสงแบบพิเศษของอัญมณีแต่ละชนิด เพราะอัญมณีแต่ละชนิดได้ซ่อนเร้นความงามของตัวเองไว้ การเลือกอัญมณีและการเจียระไนในทิศทางที่เหมาะสม จะทำให้อัญมณีแสดงความสวยงามเฉพาะตัวที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวอัญมณีออกมา

การเล่นสี (play of colour)
จริงๆ แล้วโอปอล (opal) ไม่มีคุณสมบัติด้านความคงทนที่เหมาะสมที่จะเป็นอัญมณี กล่าวคือ มันมีความแข็ง 5.6-6.5 เปราะและแตกร้าวได้ง่าย การดูแลโอปอล นอกจากต้องระวังเรื่องการกระทบกระแทกแล้ว ยังต้องดูแลไม้ให้โอปอลแห้งจนเกินไป เนื่องมาจากน้ำที่มีอยู่ในสูตรของโอปอลสามารถระเหยออกจากโอปอลได้ ทำให้โอปอลร้าว แต่มีเพียงโอปอลหนึ่งเดียวเท่านั้นที่มีคุณสมบัติการเล่นสีที่สวยที่สุดในบรรดาอัญมณีทั้งหลาย

การเล่นสีของโอปอลมีลักษณะที่สีของโอปอลสามารถเปลี่ยนสีได้ สีต่างๆที่เกิดเป็นจุดเปลี่ยนไป-มาเมื่อเราขยับอัญมณีโอปอลลักษณะเช่นนี้เกิดเนื่องจากรูปแบบโครงสร้างภายใน และปริมาณน้ำที่ไม่เท่ากันในแต่ละส่วนของโอปอล สามารถที่จะหักเหความยาวของคลื่นแสงที่เคลื่อนที่ผ่านเข้าไป และเคลื่อนที่ออกจากเนื้อโอปอลได้ ลักษณะสีคล้ายกับสีที่เห็นจากฟองสบู่

ภาพ White Opal จาก Ethan Lord Jewelers โอปอลขาว (White Opal) จากออสเตรเลียจะเกิดเป็นสาย (vein) แต่ภาษาชาวเหมืองโอปอลเรียกว่าเป็นชั้น (seam) บริเวณด้านข้างของชั้นโอปอลจะเป็นบริเวณที่แสดงการเล่นสีที่ดีที่สุด โอปอลชนิดนี้มักพบว่าเกิดเป็นชั้นที่หนา ในการตัดเพื่อเจียระไนสามารถตัดขวางชั้นของโอปอลได้เลย

ภาพ Black Opal จาก Shay's Jewelers โอปอลดำ ( Black Opal) เป็นโอปอลที่มีราคาสูงกว่าโอปอลขาว โอปอลชนิดนี้มีสีน้ำเงินเข้ม สีเทา สีเขียว และสีดำมัน มักเกิดเป็นชั้นบางๆ ทำให้ไม่สามารถเลือกด้านที่ตัดเพื่อให้ได้บริเวณที่เล่นแสงได้ดีที่สุด การใช้เทคนิคและความพิถีพิถันในการตัดและเจียระไน ทำได้โดยการเลือกบริเวณที่ให้การเล่นสีที่สวยและมีพื้นที่กว้างและเจียระไนได้ ตัดด้านของโอปอลด้านนั้นให้เรียบ ขัดจนกระทั่งการเล่นสีของโอปอลปรากฏ ต่อจากนั้นนำเศษโอปอลหรือแร่ชนิดอื่นมาปะติดทับบนหน้าเรียบนั้น (วิธีการนี้เป็นการเพิ่มความหนาเพื่อทำให้เกิดความแข็ง) กลับด้านโอปอลนั้นตัดและเจียระไนให้เป็นแบบนี้เมื่อเจียระไนเสร็จแล้วจะเรียกว่า ดับเบล็ท (doublet)

 

แชทโตแยนซ์ (chatoyant)
ภาพ Tiger's eye จาก Glitzy Stone ลักษณะแชทโตแยนซ์ หรือลักษณะประกายตาแมว หรือลักษณะประกายตาเสือ เป็นลักษณะแถบสว่างของแสงที่ปรากฏบนผิวของอัญมณีบางชนิด เมื่อเจียระไนแบบหลังเบี้ยแถบสว่างของแสงที่ต่อเนื่องเกิดขึ้นจากขอบด้านหนึ่งของหลังเบี้ยพาดผ่านจุดยอดไปสู่อีกด้านหนึ่งของหลังเบี้ย ลักษณะของการเกิดประกายเช่นนี้ เกิดเนื่องจากการสะท้อนของแสงที่เคลื่อนที่เข้าไปในผลึกแร่ที่มีรูปร่างเป็นเส้นใยหรือเส้นไฟเบอร์ ได้มีการประมาณว่าเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นไฟเบอร์นี้ มีขนาดซึ่งเปรียบเทียบได้ดังนี้คือ ในระยะทางหนึ่งนิ้วจะผ่านเส้นใยเหล่านี้ถึง 65,000 เส้น

ภาพ chrysoberyl cat's eye จาก Gemsoul.com อัญมณีที่ให้ลักษณะของประกายตาแมวที่แท้จริงคือ คริสโซเบริล (chrysoberyl) ซึ่งจัดว่าเป็นอัญมณีที่มีความแข็งเป็นอันดับที่ 3 รองจากเพชรและพลอย กล่าวคือ มีความแข็งเท่ากับ 8.5 มีสีเหลืองน้ำผึ้งและสีเขียวใบตองอ่อน-สีเขียวใบตองแก่ แร่ชนิดอื่นให้ลักษณะแชทโตแยนซ์ได้เช่น ทัวร์มาลีน (tourmaline) และควอทซ์(quartz) เป็นต้น ในเมืองไทยมีชื่อเรียกอัญมณีเหล่านี้ว่า แก้วตาเสือ หรือคตไม้สัก ลักษณะที่กล่าวมาเป็นแร่ควอทซ์ที่เกิดเป็นเส้นใย เข้าไปแทนที่โครงสร้างของแร่เซอร์เพนทีน (serpentine) ซึ่งจะได้เส้นใยไฟเบอร์เป็นสีน้ำตาลทองและสีน้ำเงิน

การตัดเพื่อเจียระไนเพื่อทำให้เกิดลักษณะแชทโตแยนซ์ ทำได้โดยการตัดฐานของรูปหลังเบี้ยให้ขนานกับเส้นไฟเบอร์ ถ้าหลังเบี้ยมีรูปร่างเป็นวงรีหรือรูปไข่เส้นไฟเบอร์ ควรจะวางตัวขนานกับด้านยาวของเส้นผ่าศูนย์กลางด้านที่ยาวของรูปแบบวงรี

แอสเทอริซึม(Asterism) หรือสตาร์ (Star) หรือสาแหรก 
ลักษณะของแอสเทอริซึม คือ ลักษณะประกายรูปดาว 4 แฉก หรือ 6 แฉก ที่ปรากฏอยู่บนผิวอัญมณีที่เจียระไนแบบหลังเบี้ย ลักษณะที่เป็นที่นิยมก็คือ จุดศูนย์กลางของรูปดาวควรอยู่บริเวณจุดยอดของหลังเบี้ย (หรือจุดศูนย์กลางของหลังเบี้ย) ขาดาวต้องมีครบ 4 หรือ 6 ขา โดยที่ความยาวไล่จากจุดศูนย์กลางไปจนถึงขอบของหลังเบี้ย และถ้ารูปแบบการเจียระไนเป็นแบบรูปวงรีควรมีขาคู่หนึ่งอยู่ในทิศทางตามเส้นผ่าศูนย์กลางด้านยาวของรูปวงรี

การเกิดคุณสมบัติแอสเทอริซึม เกิดเนื่องจากการที่อัญมณีมีแร่ที่มีรูปร่างเป็นเข็มฝังตัวอยู่ในเนื้ออัญมณีอย่างเป็นระเบียบ ถ้ามีแร่รูปเข็มฝังตัวอยู่ในอัญมณีอยู่ 2 ชุด การเจียระไนที่ถูกต้องจะได้ลักษณะประกายรูปดาว 4 แฉก และถ้ามีรูปเข็มอยู่ 3 ชุดจะได้ประกายดาว 6 แฉก แต่ถ้ามี 1 ชุดลักษณะที่พบจะเป็นแชทโตแยนซ์หรือตาแมว

ในบางครั้งพบว่า ขนาดของประกายรูปดาวมีขนาดไม่เท่ากัน และขาไม่สมบูรณ์ครบ ลักษณะเช่นนี้เกิดเนื่องจากอัญมณีที่นำมาเจียระไนซึ่งมีรูปเข็มฝังตัวอยู่ มีการกระจายตัวอยู่ไม่สม่ำเสมอหรือเป็นเพราะวิธีการเจียระไนไม่ถูกวิธี แต่ในบางครั้งก็สามารถพบลักษณะประกายดาว 4 แฉก 2 ชุด (มี 8 ขา) หรือประกายดาว 6 แฉก 2 ชุด(มี 12 ขา) ลักษณะดังกล่าวนี้เกิดเนื่องจากมาจากวัตถุดิบอัญมณีมีการเปลี่ยนรูป (deformed) โครงสร้างภายในของมันไปจากเดิม โดยขบวนการทางธรรมชาติเช่น ถูกแรงบีบอัด คุณลักษณะพิเศษแบบหลังนี้ทำให้อัญมณีมีคุณค่ามากขึ้น

star rubyอัญมณีที่แสดงคุณสมบัติประกายรูปดาวที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ พลอยในตระกูลคอรันดัม (corundum) เช่น ทับทิม (ruby) และไพลิน (blue sapphire) การพิจารณาในการตัดเพื่อเจียระไนที่ทำให้ได้รูปดาวที่สมบูรณ์นั้นทำได้ยาก เพราะรูปเข็มที่ฝังตัวอยู่ในพลอยมีขนาดเล็กมาก และวัตถุดิบพลอยมักแสดงหน้าผลึกไม่สมบูรณ์

วิธีการพิจารณาหาจุดศูนย์กลางของประกายดาว และแนวที่จะตัดวัตถุดิบพลอยมีวิธีการพิจารณาดังนี้ นำวัตถุดิบพลอยมาศึกษาหาแกนทางแร่ที่ยาวที่สุด ในสาขาวิชาผลึกศาสตร์ทางแสง (optical ceystallography) เรียกแกนนี้ว่า แกน C ซึ่งจะเป็นแกนเดียวกันกับค่าดัชนีหักเหของพลอยที่เรียกว่า Ne และทางแกนแสง (optic axis) ตัดหน้าเรียบ และขัดมัน โดยให้หน้าเรียบนี้ตั้งฉากกับแกน C นี้ หรือนำวัตถุดิบพลอยมาพิจารณาหาหน้าที่แสดงการเปลี่ยนสีน้อยที่สุด และให้สีของพลอยเข้มที่สุด (ควรใช้กล้องจุลทรรศน์ที่มีแผ่นโพลารอยด์ในการพิจารณา) ตัดหน้าเรียบของพลอยให้ขนานกับหน้านี้ นำหน้าเรียบของพลอยไปส่องกับไฟ (ใช้ไฟโคมชนิดหลอดไฟไม่เคลือบ) พลิกหน้าเรียบของพลอยไปมาอย่างช้าๆ สังเกตจุดศูนย์กลางของประกายรูปดาว และทำเครื่องหมาย ทำการเจียระไนโดยใช้จุดศูนย์กลางของรูปประกายดาวเป็นจุดศูนย์กลางของรูปหลังเบี้ย

ในบางครั้งการพิจารณาอาจจะเห็นเพียงส่วนขาของประกายดาว การหาจุดศูนย์กลางของประกายดาว ทำได้โดยการลากเส้นตรงจากประกายขาอย่างน้อย 2 ขาไปตัดกัน จุดตัดจะเป็นศูนย์กลางของประกายดาว

อาเวนทูเรสเซนต์ (Aventurescence)
ภาพ Aventurine จาก Geology.com เป็นลักษณะของการสะท้อนแสงของอัญมณีที่ใส ซึ่งภายในเนื้ออัญมณีประกอบด้วยแร่มลทิน (mineral inclusions) ที่เรียงตัวเป็นระนาบ มลทินที่เรียงตัวเป็นระนาบนี้จะสะท้อนแสงให้ประกาย อัญมณีในตระกูลควอทซ์ และเฟลด์สปาร์ จะแสดงการประกายสะท้อนแสงเช่นนี้ การเจียระไนเพื่อทำให้เกิดอาเวนทูเรสเซนต์ ต้องตัดให้ฐานของหลังเบี้ยขนานกับระนาบนี้และระนาบของมลทิน ต้องอยู่ตื้นจากผิวโค้งของหลังเบี้ย

อัญมณีที่แสดงคุณลักษณะเช่นนี้มักมีราคาถูก แต่แร่เฟลด์สปาร์จากนอรเวย์ให้ประกายอาเวนทูเรสเซนต์สีส้มวูบวาบ ซึ่งเป็นที่นิยม เฟลด์สปาร์ที่แสดงลักษณะเช่นนี้มีชื่อเรียกว่า ซันสโตน (sunstone)

ชิลเลอร์ (Schiller)
ภาพ Amazonite จาก Pacifier.com ลักษณะประกายการสะท้อนแสงคล้ายกับอาเวนทูเรสเซนต์แต่ประกายการสะท้อนแสงนี้ เกิดเนื่องจากตัวอัญมณีมีชุดของแนวระนาบแนวแตก (เป็นแนว cleavage หรือแนว parting) อะมาโซไนต์ (Amazonite)  และเฟลด์สปาร์ในชนิดอื่นๆเป็นอัญมณีที่แสดงคุณลักษณะเช่นนี้


อะดูลาเรสเซนต์ (Adularescence)
ภาพ Moonstone จาก Jewel for me เป็นชื่อประกายเฉพาะของอะดูลาเรีย(adularia) ซึ่งเป็นแร่ในตระกูลเฟลด์สปาร์ ลักษณะอะดูลาเรสเซนต์คือ ประกายออกสีน้ำเงินนวลอ่อนๆ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ มุกดาหาร หรือมูนสโตน (moonstone) ประกายอะดูลาเรสเซนต์สามารถเห็นได้ง่ายโดยการนำวัตถุดิบอะดูลาเรียไปจุ่มน้ำ และนำขึ้นมาดูโดยพลิกตัวอย่างไป-มาใต้แสงไฟรูปแบบของเจียระไนต้องตัดฐานของหลังเบี้ย ให้ขนานกับด้านของแร่ที่แสดงประกายมากที่สุด

แลบราโดเรสเซนซ์(Labradorescence)
ภาพ labradorite  จาก generousgems.com เป็นลักษณะประกายการเล่นแสงของอัญมณีแลบราโดไรต์ (labradorite) เป็นแร่ชนิดหนึ่งของกลุ่มแร่เฟลด์สปาร์ มีสีดำ เทา ขาวขุ่น เฉพาะแลบราโดไรต์ที่มีประกายเล่นแสงเป็นสีเท่านั้นที่เป็นอัญมณี การเล่นแสงส่วนใหญ่เห็นเป็นสีน้ำเงินแถบกว้างเคลื่อนที่ไป-มาเมื่อขยับ ตัวอย่างประกายการเล่นแสงสีเขียว แดง ส้ม และเหลือง พบได้เช่นกัน

การตัดเพื่อเจียระไน อาศัยหลักการพิจารณาเช่นเดียวกับการพิจารณาวัตถุดิบอัญมณี ที่ต้องการลักษณะของอาเวนทูเรสเซนต์ ชิลเลอร์และอะดูลาเรสเซนซ์ หน้าตัดเรียบของวัตถุดิบควรนำมาทดสอบใต้แสงไฟอีกครั้งหนึ่ง (ควรให้ผิวตัวอย่างเปียก) และอาจจะตบแต่งเพิ่มได้โดยการตัดหน้าที่ทำมุมเพียงเล็กน้อยกับหน้าตัดแรก ซึ่งอาจจะทำให้ได้ลักษณะของการเล่นแสงได้ดียิ่งขึ้น


ไอริดิเซนซ์(lridescence)
ภาพ chalcedony จาก gemselect.com เป็นลักษณะประกายที่เกิดขึ้นกับอัญมณีประเภทคาลซิโดนี (chalcedony) บางประเภท ในบางครั้งแถบชั้นวงในก้อนคาลซิโดนี (chalcedony nodules) มักจะมีชั้นบางๆของสนิมเหล็กขึ้นอยู่ แสงเมื่อเคลื่อนที่ผ่านชั้นเหล่านี้จะสะท้อนเกิดเป็นสีหลากสี คล้ายกับสีที่เห็นจากคราบน้ำมันที่ลอยตัวบนผิวน้ำ

การเจียระไนควรตัดวัตถุดิบให้ขนานกับชั้นสนิมเหล็กนี้ ขัดผิวหน้าให้มัน และให้ชั้นสนิทเหล็กอยู่ตื่นมากที่สุด คาลซิโดนีที่แสดงลักษณะเช่นนี้เรียกว่า อะเกตประกายไฟ (fire agate) หรือโมราประกายไฟ

 

ข้อมูล ตลาดพลอย
ภาพประกอบ gemselect.com, generousgems.com, Jewel for Me, Pacifier.com, Geology.com, Gemsoul.com, Glitzy Stone, Ethan Lord Jewelers, Shay’s Jewelers

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติของแร่ที่เป็นอัญมณี - คุณสมบัติทางแสง

3/26/2552 | Posted in , , , , , , , , , , , , , , | Read More »

How to shop for gemstones

การเลือกซื้ออัญมณีหรือเครื่องประดับบางครั้งก็ทำให้ผู้ซื้อเกิดอาการสับสนได้ โดยเฉพาะราคาที่มีความแตกต่างกันมากทั้งๆที่สินค้ามีความใกล้เคียงกัน บางครั้งชื่อทางการค้าที่ใช้เรียกอัญมณีก็ทำให้สับสนได้เช่นกัน อย่างเช่น พลอยธรรมชาติ พลอยแท้ พลอยสังเคราะห์ พลอยเลียนแบบ เป็นต้น แต่ความไม่เข้าใจเหล่านี้สามารถขจัดออกไปได้ ด้วยการศึกษาความหมายเหล่านี้

พลอยธรรมชาติ (Natural gemstone)
คือ พลอยแท้ที่เกิดตามธรรมชาติ และนำมาเจียระไน ขัดเงา หรือเข้าตัวเรือนโดยไม่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพใดๆทั้งสิ้น

พลอยแท้ (Genuine gemstone)
พลอยแท้ก็คือพลอยธรรมชาติ แต่ได้ผ่านการเพิ่มหรือปรับปรุงคุณภาพของพลอยมาแล้ว เพื่อทำให้มีความสวยงามมากขึ้น การปรับปรุงคุณภาพพลอยมีอยู่หลายวิธี เช่น
arrow-pink การใช้ความร้อน (Heat treatment) หรือ ฉายรังสี (radiation) เพื่อเปลี่ยนสีหรือทำให้พลอยมีสีสวยงามขึ้น
arrow-pinkซ่านสี (diffusion) เพื่อให้พลอยมีสีเข้มขึ้น แต่สีที่เปลี่ยนไปนี้ จะอยู่ที่บริเวณผิวพลอยเท่านั้น
arrow-pinkอุดด้วยน้ำมันหรือขี้ผึ้ง (oil and wax) สำหรับพลอยที่มีรอยแตกที่ผิว
arrow-pinkอุดรอยแตก (fracture filling) ด้วย epoxy resin ใสหรือมีสี หรือวัสดุชนิดอื่นๆ เพื่อช่วยปรับปรุงความใสของพลอย กรณีที่มีรอยแตก
arrow-pinkยิงเลเซอร์ (laser drilling) เพื่อกำจัดมลทินภายในพลอย

พลอยที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ อาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้เมื่อเวลาผ่านไป เช่น สีอาจจะซีดลง หรือ เกิดรอยแตกให้เห็นหากวัสดุที่ใช้อุดหายไป เป็นต้น แต่วิธีการปรับปรุงคุณภาพพลอยที่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป คือ การใช้ความร้อน ซึ่งจะทำให้สีของพลอยเปลี่ยนไปอย่างถาวร หากเป็นไปได้ ควรสอบถามผู้ขายว่าพลอยได้ผ่านการปรับปรุงคุณภาพด้วยวิธีใด

พลอยธรรมชาติและพลอยแท้มีราคาแพงเสมอหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ใช่ทั้งหมด สำหรับพลอยที่มีคุณภาพต่ำไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ ก็ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อพลอย ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพลอยไว้บ้าง

ราคาพลอยกำหนดจากอะไร?
พลอยก็เหมือนสินค้าอื่นๆ ที่ราคาจะขึ้นอยู่กับอุปสงค์ (demand) และอุปทาน (supply)  ตัวอย่างเช่น ทับทิมธรรมชาติ (natural ruby) คุณภาพสูง จะหายากและเป็นที่ต้องการของตลาดมาก เมื่อเปรียบเทียบกับพลอยสีแดงเช่นกันอย่าง โกเมน (garnet) ซึ่งมีความสวยงาม แต่ไม่ได้หายากเท่ากับทับทิม ทำให้โกเมนมีราคาต่ำกว่าแม้ว่าจะมีคุณภาพใกล้เคียงกันก็ตาม

การซื้อพลอยสังเคราะห์
พลอยสังเคราะห์มีคุณสมบัติเหมือนกับพลอยธรรมชาติ แต่สถานที่เกิดของพลอยสังเคราะห์นั้นคือ ห้องปฏิบัติการ พลอยสังเคราะห์จะถูกสร้างขึ้นโดยเลียนแบบกระบวนการตามธรรมชาติ โดยอาศัยส่วนประกอบทางเคมี เวลา และสภาวะการเกิดที่เหมาะสมเพื่อให้ได้พลอยชนิดที่ต้องการ พลอยสังเคราะห์ที่ทำจากวิธีการดั้งเดิมจะสามารถตรวจสอบได้ง่าย เนื่องจากจะมีความสมบูรณ์แบบมากเกินไป แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาวิธีการสังเคราะห์ให้ได้พลอยที่มีลักษณะใกล้เคียงกับธรรมชาติจนสามารถตรวจสอบได้ยากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้เชี่ยวชาญหรือนักอัญมณีวิทยาที่มีประสปการณ์

เครื่องประดับที่ทำจากพลอยสังเคราะห์จะมีความสวยงามเทียบเท่ากับพลอยธรรมชาติ โดยพลอยสังเคราะห์ที่มีคุณภาพดีก็จะมีราคาสูง แต่ราคาก็จะต่ำกว่าพลอยธรรมชาติที่มีระดับคุณภาพใกล้เคียงกันเล็กน้อย ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบในพลอยสังเคราะห์ก็คือ เนื่องจากมีคุณสมบัติเหมือนกับพลอยธรรมชาติ บางครั้งผู้ขายจะจำแนกพลอยประเภทนี้ให้เป็น พลอยแท้ (genuine gemstone) หรือพลอยที่ผ่านการปรับปรุงคุณภาพ ในการเลือกซื้อจึงควรสอบถามที่มาหรือแหล่งกำเนิดของพลอยไว้ด้วย

เทคนิคในการเลือกซื้อพลอย
arrow-pinkสิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ เลือกซื้อพลอยจากบริษัทหรือร้านค้าที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะการซื้อพลอยธรรมชาติ ควรถามหาใบรับประกัน
arrow-pinkในการเลือกซื้อพลอยธรรมชาติที่ง่ายที่สุด คือ พลอยที่ไม่มีการปรับปรุงคุณภาพอย่างเช่น โกเมน (garnet)  เพอริดอต (peridot) เฮมาไทต์ (hematite)  อเลกซานไดรท์ (alexandrite)  และมุกดาหาร (moonstone)
arrow-pinkพยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพลอยและเครื่องประดับให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ จากนั้นจึงเปรียบเทียบราคาพลอยจากผู้ขายต่างๆ และถามเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ การใช้เวลาศึกษาทั้งข้อมูลและราคาของทั้งอัญมณีและเครื่องประดับจะช่วยเพิ่มพูนทักษะในการเลือกซื้อได้เป็นอย่างดี

อ้างอิง : About.com

ภาพประกอบ : CT Color Gems, BeautyDen.com

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

พลอยประจำเดือนเกิด
พลอยสี

12/16/2551 | Posted in , , , , , , , , , , | Read More »

มณีนพรัตน์

เพชรดี มณีแดง เขียวใสแสงมรกต เหลืองใสสดบุษราคัม แดงแก่ก่ำโกเมนเอก สีหมอกเมฆนิลกาฬ มุกดาหารหมอกมัว แดงสลัวเพทาย สังวาลย์สายไพฑูรย์

เพชรและพลอยอีก 8 ชนิด รวมเป็น 9 ชนิดนี้ รวมเรียกว่า "นพเก้า" ที่เป็นสิริมงคลสูงสุด แก่ผู้สวมใส่ แต่เดิมจะใช้เฉพาะพระมหากษัตริย์ และพระราชวงศ์ และใช้เฉพาะในงานมงคลเท่านั้น ในปัจจุบันนี้ "นพเก้า" ยังเป็นที่นิยม และถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่
ตามความเชื่อที่ว่าอัญมณีแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในทางมงคล ป้องกันภัยอันตรายต่าง ๆและขจัดความไม่เป็นมงคลทั้งหลายให้สิ้นไปได้หากผู้ใดมีไว้ในครอบครองก็เท่ากับมีมงคลไว้ติดตัว ทำสิ่งใดย่อมมีความสำเร็จด้วยเหตุที่แหวนนพเก้ามีทั้งความงามและคุณค่าในตัวเองโดยแทบไม่ต้องปรุงแต่งนับแต่โบราณมาแล้ว คนไทยได้รับอิทธิพลความเชื่อของอัญมณีชนิดนี้มาจากอินเดียแต่ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเข้ามามีอิทธิพลเมื่อไรด้วยเหตุที่คนอินเดียมีวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีอันยาวนาน เขาจึงรู้คุณค่าและความสวยงามของอัญมณีชนิดนี้เป็นอย่างดี ทั้งยังนำไปเกี่ยวข้องและเกี่ยวพันกับดวงดาว ซึ่งมีอำนาจและพลังเป็นคุณวิเศษที่จะนำพาความเจริญรุ่งเรืองและสิริมงคลทั้งหลายมาสู่ผู้สวมใส่ นอกจากนี้ยังมีพลังแห่งการรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้อีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ชาวตะวันตก ชาวอียิปต์โบราณ ชาวจีนหรือแม้แต่ชาวป่าเผ่าต่าง ๆก็มีความเชื่อถือในพลังของอัญมณีเหล่านี้เช่นกัน

แหวนนพเก้า
คนโบราณมักนิยมนำพลอยนพเก้ามาทำเป็นแหวน โดยเรียกว่า “แหวนนพเก้า” หรือ "แหวนนพรัตน์" เป็นแหวนสูงค่าที่รู้จักกันดีมานานนับร้อยปี ตามความเชื่อที่ว่า อัญมณีแต่ละชนิดมีคุณสมบัติในทางมงคล ป้องกันภัยอันตรายต่างๆ และขจัดความไม่เป็น มงคลทั้งหลายให้สิ้นไปได้ หากผู้ใดมีไว้ในครอบครอง ก็เท่ากับมีมงคลไว้ติดตัว ทำสิ่งใดย่อมมี ความสำเร็จ ด้วยเหตุที่แหวนนพเก้ามีทั้งความงามและคุณค่าในตัวเองโดยแทบไม่ต้องปรุงแต่ง

ring
คุณค่าของนพเก้าหรือนพรัตน์
เพชรยิ่งใหญ่ ไพรี ไม่มีกล้ำ        ทับทิมนำ อายุยืน เพิ่มพูนผล
อุดมลาภ ยศศักดิ์ ประจักษ์ดล     มรกต กันภัยพ้น ผองเล็บงา
บุษราคัม ฉาบเสน่ห์ ไม่เสแสร้ง   โกเมนแจ้ง แคล้วพาลภัย ใจสุขา   
ไพลินย้ำ ความร่ำรวย ช่วยนำพา   มุกดาหาร เสน่หา น่าเมียงมอง
อันเพทาย ช่วยกันโทษ ที่โฉดเขลา   ไพฑูรย์เล่า กันฟอนไฟ ภัยทั้งผอง
ดลบันดาล ให้เทวา มาคุ้มครอง         สบสนองคุณค่าแจ้ง แห่งนพรัตน์



diamond เพชร (Daimond) เป็นผลึกบริสุทธิ์ของธาตุคาร์บอน มนุษย์รู้จักและนำมาใช้กว่า 2,800 ปีมาแล้วจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า อินเดียเป็นประเทศแรกที่ขุดพบเพชร ต่อมาได้ขยายไปสู่บราซิล อัฟริกา รัสเซีย และตามที่ต่าง ๆ ของโลก ปัจจุบันเหมืองขนาดใหญ่และสำคัญอยู่ที่อัฟริกา และประเทศออสเตรเลีย ลักษณะของเพชรจะเป็นผลึก 8 เหลี่ยมหรือ 12 เหลี่ยม มีความแข็งสูงสุดคือ อันดับ 10 ซึ่งมากกว่าอัญมณีอื่น ๆ มีความโปร่งใสและกึ่งโปร่งแสง ยามต้องแสงไฟประกายของเพชรจะสวยงามและเป็นมันวาวสูง น่าดูยิ่งนัก ในวงการของเพชรพลอยถือว่าเพชรน้ำดีจริง ๆ นั้น จะต้องใสบริสุทธิ์ ไม่มีสีอื่นปน มีรูปร่างในการเจียระไนสวยงามและไม่มีมลทิน
ในด้านของความรัก การใช้แหวนเพชรสวมใส่ที่นิ้วนางข้างซ้ายนั้นเชื่อกันว่าตำแหน่งดังกล่าว เส้นโลหิตจะชี้พุ่งตรงสู่หัวใจพอดี อันหมายถึงเส้นชีวิตแห่งความรัก เพชรเป็นพลอยประจำเดือนเมษายน

ruby ทับทิม (Ruby) ชาวอินเดียเรียกรัตนราช ถือกันว่าเป็นราชาแห่งอัญมณี ด้วยเหตุที่มีสีแดงเป็นที่ต้องตาแก่ผู้พบเห็นทับทิมที่สูงค่านั้น มักพบในประเทศพม่า ซึ่งมีสีแดงดุจเลือดนกพิราบ สำหรับไทยความงามของทับทิมพบได้ที่จังหวัดตราด ประมาณ 75%ของโลกเป็นทับทิมมาจากไทย นอกนั้นพบจากศรีลังกา กัมพูชา เวียดนาม เคนยาและอัฟริกา
ทับทิม จัดอยู่ในแร่จำพวกคอรันดัม (Corrundum) เกิดจากธาตุ 2 ชนิดคือ อลูมินัม (Aluminum) และออกไซด์ (Oxide) จะพบเห็นเป็นรูปผลึก 6 เหลี่ยม มีความแข็งเป็น 9 มีความวาวเป็นประกายคล้ายเพชรไปจนถึงคล้ายแก้ว สำหรับคนดังที่โปรดปรานทับทิมเป็นพิเศษนั้นเห็นจะได้แก่ ซาร่าห์ชายาแห่งปรินซ์เอ็ดเวิร์ด  ทับทิม เป็นพลอยประจำเดือนกรกฎาคม


emerald มรกต (Emerald) จัดเป็นอัญมณีเลอค่าในตระกูลเบอริล (Beryl) มีผลึกเป็นรูป 6 เหลี่ยม มรกตที่จัดว่างามต้องมีสีเขียวบริสุทธิ์หรือมีสีน้ำเงินเจือเพียงเล็กน้อย มีความเข้มของสีในระดับปานกลางจนถึงอ่อนเล็กน้อย มีความอิ่มตัวของสีและความบริสุทธิ์สูง มรกตที่ไร้รอยตำหนินั้นไม่มีในธรรมชาติ เพราะการเกิดมรกตในธรรมชาตินั้น สายแร่ที่เกิดผลึกมรกตจะถูกธรรมชาติกดดันให้เกิดการแตกร้าวอยู่เสมอ
ความงามของมรกตนั้นเป็นที่เลื่องลือกันมาก โดยเฉพาะโคลัมเบียถือเป็นแหล่งที่ผู้แสวงหานิยมกันมาก การมีมรกตไว้ในครอบครองจะทำให้คู่รักเห็นถึงความซื่อสัตย์ซึ่งกันและกัน มรกตเป็นสัญลักษณ์แห่งความเชื่อมั่น ความกรุณา และความดีงาม
มรกต เป็นพลอยประจำเดือนพฤษภาคม

YellowSapphireบุษราคัม (Yellow Sapphire) เป็นพลอยแซฟไฟร์อีกประเภทหนึ่ง เดิมเข้าใจว่าเป็น Oriental Topaz หรือ Imperial Topaz บุษราคัมมีความแข็งและความถ่วงจำเพาะ หรือคุณสมบัติอื่นเหมือนทับทิมและไพลิน ความงามของบุษราคัมอยู่ที่สีเหลืองสดดุจดังเปลวไฟ แต่มักพบน้อยมากในธรรมชาติ แหล่งสำคัญที่พบได้ในประเทศไทยและศรีลังกา ส่วนของประเทศออสเตรเลีย สีของบุษราคัมจะค่อนข้างอ่อน ในด้านของราคาบุษราคัมไทยจะสูงกว่าศรีลังกาเป็น 2 เท่า
เชื่อกันว่า เมื่อป่นบุษราคัมเป็นผง สามารถรักษาแผลที่เกิดจากไฟไหม้ได้ รักษาโรคหืดหอบ โรคนอนไม่หลับ และการตกเลือดได้ นอกจากนี้ยังนำความรื่นเริงมาสู่ผู้สวมใส่ บุษราคัม เป็นพลอยประจำเดือนพฤศจิกายน

Garnet โกเมน (Garnet) เป็นอัญมณีที่พบได้มากตามที่ต่าง ๆ มีเกือบทุกสียกเว้นสีฟ้าและน้ำเงิน การนำโกเมนมาประดับประดามีมาหลายพันปีแล้ว ชาวเปอร์เซียถือว่า โกเมนเป็นอัญมณีของกษัตริย์โดยนำมาแกะสลักเป็นตราพระเจ้าแผ่นดิน
โกเมนในไทยจะมีสีแดง มักเกิดร่วมกับพลอยไพลิน (Blue Sapphire) พบมากที่บางกะจะ เขาพลอยแหวน จังหวัดจันทบุรี และที่บ่อหนองบอน จังหวัดตราด โกเมน เป็นพลอยประจำเดือนมกราคม

 



Sapphire นิลกาฬหรือไพลิน (Blue Sapphire) อัญมณีไพลินสีฟ้าหรือสีน้ำเงินเป็นพลอยแซฟไฟร์อีกประเภทหนึ่ง การนำไพลินมาประดับมีมาแต่สมัยโบราณกว่า 2,000 ปี แหล่งสำคัญที่พบคือ พม่า ศรีลังกา และไทย ไพลินที่จัดว่างามต้องมีสีน้ำเงินแก่จัดคล้ายสีดอกอัญชัน เนื้อใส และดูมีน้ำเด่น เป็นประกาย อย่างที่เรียกกันว่า “กำมะหยี่” จะเป็นที่นิยมมาก คนดังอย่างเลดี้ไดอาน่า ก็โปรดปรานไพลินเป็นที่สุด
ไพลิน เป็นพลอยประจำเดือนกันยายน

 


Moonstone มุกดาหาร (Moonstone) จัดเป็นอัญมณีอีกประเภทหนึ่งที่นิยมนำมาประดับเรือนกาย พบมากในอินเดีย มุกดาหารที่งดงามควรออกสีขาวและทอแสงสีฟ้า นอกจากนี้ยังเชื่อว่า อัญมณีที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อนำมาชมต้องห่อด้วยผ้าสีเหลืองซึ่งเป็นสีแห่งความศักดิ์สิทธิ์
มุกดาหาร เป็นพลอยประจำเดือนมิถุนายน

 

 


zircon เพทาย (Zircon) พบได้หลายสี แต่ที่สำคัญคือ สีแดงออกน้ำตาลและสีฟ้าใส ๆ แหล่งที่พบมีตั้งแต่ไทย ศรีลังกา กัมพูชา
เพทายเป็นรัตนชาติที่เก่าแก่ชนิดหนึ่งที่รู้จักกันดี เพราะความมีน้ำเป็นประกายสดใสดุจเพชร แต่มีเนื้อเปราะไม่ทนต่อแรงกระทบหรือแรงกด หรือแม้แต่การเสียดสีของพลอยซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ขอบมุมของพลอยที่เจียระไนแล้วยังแตกได้ง่าย
เพทาย เป็นพลอยประจำเดือนธันวาคม

 

chrysoberyl ไพฑูรย์ (Chrysoberyl) หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า พลอยตาแมว เป็นอัญมณีที่แปลกกว่าอัญมณีอื่น ๆ เพราะมีเส้นคาดกลางเม็ด เมื่อได้รับการเจียระไนได้เป็นรูปหลังเบี้ย พบมากที่ศรีลังกา จัดเป็นแร่ที่สวยงาม มีคุณค่าอีกชนิดหนึ่ง ไพฑูรย์เม็ดงามมีราคาสูง จะมีสีน้ำผึ้ง สีเหลืองอมเขียวหรือน้ำตาลและมีขา (Star) ที่สวยเป็นเงางาม

 

 



อัญมณีทั้ง ๙ ชนิดนี้ ประเทศไทยมีเกือบครบ ยกเว้น มรกตและไพฑูรย์ ซึ่งยังไม่พบ ชนิดที่มีชื่อเสียงระดับโลกทั้งในอดีตและปัจจุบันคือ ทับทิมสยาม รองลงมาคือ ไพลินหรือนิลกาฬนั่นเอง


อ้างอิง : นิตยสาร พลอย

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
  พลอยประจำเดือนเกิด
  เพชร
  Birthstone Mystery

11/12/2551 | Posted in , , , , , , , , , , , , , | Read More »

Birthstone Mystery

พลอยประจำเดือนเกิดถูกระบุไว้อย่างเป็นทางการเมื่อปี 1912 โดย American National Association of Jewelers, Jewelers of America

มกราคม – โกเมน
โกเมน หรือ Garnet เป็นพลอยที่ดูคล้ายเมล็ดทับทิม มีตั้งแต่สีเข้มจัดไปถึงสีอ่อน กล่าวกันว่า โกเมนสีแดงเข้ม ช่วยสร้างพลังและความอบอุ่นให้แก่จิตใจ มักใช้เป็นเครื่องรางในการเดินทาง

กุมภาพันธ์ – แอเมทิสต์
แอเมทิสต์ เป็น Quartz ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีประวัติเกี่ยวเนื่องกับไดโอนีซัส เทพเจ้าแห่งไวน์ของชาวกรีก สีม่วงเข้มมีราคาสูงกว่าสีลาเวนเดอร์ เชื่อกันว่า ช่วยคุ้มครองผู้สวมใส่ และทำให้มีพลังต่อสู้กับอุปสรรคได้

มีนาคม – อะความารีน
ในบรรดาพลอยเนื้ออ่อนหลากสี อะความารีนจัดเป็นพลอยที่มีราคาสูงสุด มีหลายเฉดสี ตั้งแต่ฟ้าน้ำทะเลไปจนถึงสีฟ้าอ่อน และยังมีทั้งชนิดใสและขุ่น เชื่อกันว่าอะความารีนช่วยให้คำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผล

เมษายน – เพชร
ประกายระยิบระยับและความแข็งแกร่งของเพชร เป็นตัวแทนของความรัก ความสนุกสนานและความกล้าหาญ ราคาของเพชรเม็ดโตจะยิ่งสูงขึ้น หากได้รับการเจียระไนโดยช่างฝีมือเยี่ยม

พฤษภาคม – มรกต
สีเขียวของมรกตเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิ และชีวิตใหม่ มรกตน้ำดีถือเป็นของหายาก ทำให้บางชิ้นแพงกว่าเพชรเสียอีก มรกตสีเขียวเข้ม ไร้ตำหนิ มีราคาแพงกว่าสีอ่อนจาง เชื่อกันว่าช่วยเสริมสร้างความฉลาดและอดทน

มิถุนายน – ไข่มุก
ไข่มุกเป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์ จึงนิยมให้เป็นของขวัญในวันครบรอบแต่งงาน และมอบให้เด็กแรกเกิด เชื่อกันว่า ไข่มุกช่วยนำชีวิตชีวามาสู่คู่รักที่แต่งงานแล้ว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มพลังชีวิตด้วย ไข่มุกน้ำจืดมีราคาย่อมเยากว่าไข่มุกทะเลใต้ ส่วนเม็ดที่ขนาดเกิน 10 มิลลิเมตรขึ้นไปจะมีราคาสูงมาก

กรกฎาคม – ทับทิม
ทับทิมเป็นตัวแทนของพลังความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะทับทิมสีแดงเลือดนกถือเป็นของหายาก และมีราคาแพงมาก ส่วนทับทิมสีชมพูอ่อนหรือสีแดงอมน้ำตาล มีราคาย่อมเยาลงมา เชื่อกันว่าหากสวมใส่ทับทิมมือซ้ายจะนำโชคดีมาให้

สิงหาคม – เพอริดอต
เพอริดอตถูกใช้เป็นเครื่องรางสำหรับป้องกันภัย เสริมพลังและความกล้าหาญ เพอริดอตขนาดใหญ่เป็นของหายากมาก จึงมีราคาสูง ส่วนใหญ่หากเป็นเม็ดเล็ก ดีไซเนอร์มักนำมาร้อยเป็นสร้อย

กันยายน – แซปไฟร์
แซปไฟร์ เป็นพลอยเนื้อแข็งรองจากเพชร ถือเป็นอัญมณีที่ให้โชคและเป็นตัวแทนของความซื่อสัตย์ แซปไฟร์มีให้เลือกเกือบทุกสี ทั้งเหลือง (บุษราคัม) ชมพู (ทับทิม) ส้ม ม่วง เขียว(เขียวส่อง) น้ำเงิน (ไพลิน) และขาว และแซปไฟร์สีฟ้าเข้มจัด ถือว่ามีค่ามากที่สุด

ตุลาคม – โอปอล์
โอปอล์เป็นอัญมณีหลายสีผสมกัน จึงเชื่อกันว่านำมาซึ่งความตื่นเต้นและความน่าหลงใหล สีของโอปอล์มีหลายเฉด เริ่มตั้งแต่สีขาว เหลือง ส้ม เขียว ฟ้า น้ำเงิน หากเม็ดไหนมีสีแดงผสมอยู่ด้วยจะทำให้ราคาแพงมาก

พฤศจิกายน – ซิทรีน
สีเหลืองสดสว่างของซิทรีน นำมาซึ่งความกระตือรือร้น และสุขภาพดี เฉดสีของซิทรีน มีตั้งแต่เข้มจัดเกือบแดง ไปจนถึงสีส้มเข้ม ส่วนซิทรีนสีเหลืองอมน้ำตาลนั้นจัดว่าเป็นหินสีที่หายากและมีค่ามาก

ธันวาคม – เทอร์คอยส์
เทอร์คอยส์เป็นทั้งเครื่องราง นำความโชคดี และป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ เทอร์คอยส์สีฟ้าสด ที่ปราศจากตำหนิมีราคาแพงที่สุด ส่วนสีฟ้าอมเขียวหรือมีลายเส้นสีดำแทรก มีราคาย่อมเยาลงมา

สนับสนุนบทความโดย 2Be Jewellery

10/04/2551 | Posted in , , , , , , , , , , , , , , , | Read More »

ความคิดเห็นล่าสุด

บทความล่าสุด