Loading
250x250 Free Watch

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารทางอีเมล์:

กรุณาตรวจสอบอีเมล์เพื่อยืนยันหลังจากทำการสมัคร

โพสล่าสุด

แบ่งปัน

Spring 2011 Jewelry Trend

หลังจากที่ Pantone ได้ทำการสำรวจเทรนด์การเลือกใช้สีของดีไซน์เนอร์ชื่อดังจาก New York Fashion Week ก็ได้บทสรุปของเทรนด์สีประจำ Spring 2011 ตามภาพข้างล่างนี้ค่ะ

ภาพจาก jewelry.com

ซึ่งเมื่อนำมาแปลผลสำหรับเทรนด์ของอัญมณีและเครื่องประดับ ก็จะพบว่า โลหะสีขาวแวววาวนั้นมาแรงค่ะ ส่วนอัญมณีนั้น เทอร์ควอยส์ซึ่งฮิตในปี 2010 ยังคงครองตำแหน่งอยู่ และมีอัญมณีสีพาสเทลหวานๆ อย่างเช่น tanzanite ametyhst และ pink sapphire มาให้เห็นด้วย ส่วนเครื่องประดับพวกกำไลไม้ และสร้อยลูกปัดก็จะกลับมาฮิตอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเทรนด์นี้จะเป็นจริงแค่ไหน ต้องคอยติดตามกันค่ะ

ข้อมูลและภาพประกอบ Pantone's Pink Prediction

10/28/2553 | Posted in , , , , , , , , , , , | Read More »

รูปแบบเครื่องประดับสุดชิคฤดูใบไม้ผลิ 2010

เรายังเกาะติดการอัพเดตเทรนด์อัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลกกันอีกสักนิดคะ

ซึ่งในวันนี้เราก็นำมาจากนิตยสาร International Jewellery–www.CIJintl.com ฉบับ TRENDS & COLOURS 2010 ซึ่งในนิตยสารฉบับนี้เค้าได้สรุปแนวทางของเครื่องประดับเด่นๆ ในช่วงของ Sping/Summer 2010 ได้ถึง 12 รูปแบบด้วยกัน แต่เพื่อความเข้าใจง่ายและกระชับ เราสรุปได้รูปแบบของเครื่องประดับที่กำลังมาแรงได้ดังนี้ค่ะ

 ringoblog.com coach.comwww.jewelryimpressions.com

ฤดูกาลของสีสันสดใส

ผ่านพ้นปี 2009 มาแล้ว แต่สีสันแนวลูกกวาดของสีพาสเทลยังไม่จางหายไปค่ะ เพราะจะว่าไปแล้วในปี 2010 นี้ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ในเรื่องของเครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับนั้นมีสีสันที่ค่อนข้างหลากหลาย ราวกับสีสันของลูกกวาดเลยทีเดียว แต่ผิดจากการใช้สีสันอันจัดจ้าน เป็นสีสันที่ดูธรรมชาติ ซึ่งก็หนีไม่พ้นสีพาสเทล เพราะนอกจากจะดูอ่อนหวานแล้ว ยังให้ความรู้สึกของการเป็นผู้หญิง และยังทำให้รู้สึกสดชื่น สดใสอีกด้วย ตัวอย่างอัญมณีสีพาสเทลอ่อนหวานก็ต้องยกให้สีชมพูของโรสควอตซ์ สีม่วงอ่อนของอะเมทิสต์ หรือสีฟ้าน้ำทะเลของโทแพซ เป็นต้น และด้วยสีสันอันหลากหลายนี่เองที่เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ก่อเกิดการสร้างสรรค์และดีไซน์เครื่องประดับในลวดลายที่หลากหลายมากขึ้นนั่นเอง

 www.celebrityclothingline.com  jewelry.about.com www.fabsugar.com

แรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัว

ด้วยสภาวะที่ผู้คนต่างเห็นความสำคัญของธรรมชาติ และตระหนักถึงภาวะโลกร้อนนั้นมีมากขึ้น จึงทำให้ทั้งผู้คนต่างต้องการหวนกลับสู่ธรรมชาติอีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็ตาม นั่นเพราะคนเราต่างโหยหาความงามจากธรรมชาติ และความสดชื่น สดใสของสิ่งแวดล้อม ดังนั้นไม่ว่าจะมองไปทางใด เราจึงก็ยังคงเห็นดีไซเนอร์ต่างพร้อมใจหยิบยกแรงบันดาลใจจากดอกไม้ ต้นไม้ แมลง สิ่งมีชีวิตใต้ผืนน้ำ หรือสัตว์ต่างๆ มาใช้ในการออกแบบ รวมทั้งการคัดเลือกเอาวัสดุที่เป็นมิตรต่างสิ่งแวดล้อมมาผสมผสานในชิ้นงาน ทั้งวัสดุรีไซเคิล หรือการนำวัสดุเก่ามาประยุกต์ในรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจก็เป็นเครื่องประดับอีกรูปแบบหนึ่งที่มาแรงในปี 2010 นี้

 redcarpetvictim.com www.themodernjeweler.com www.buzzle.com

ทางเลือกของวัสดุแบบใหม่

ปี 2010 ที่ผ่านมาทั่วทั้งโลกต่างประสบภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย การใช้เครื่องประดับที่มีราคาแพงเกินไปจึงกลายเป็นการเลือกใช้สินค้าที่ค่อนข้างฟุ่มเฟือย ด้วยเหตุนี้จึงมีการเสาะหารูปแบบการทำเครื่องประดับในรูปแบบใหม่ๆ วัสดุใหม่ๆ ที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังต้องมีราคาที่ไม่สูงมากเกินไป การหาวัสดุใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ทดแทนทองคำ หรือแพลทินัมที่มีราคาสูง จึงมีการใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ซึ่งในขณะนี้เป็นโลหะจำพวกพาราเดียม ไทเทเนียม ทองแดง หรือเหล็กก็เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมจากดีไซเนอร์มากขึ้น อีกทั้งการนำวัสดุต่างๆ มาผสมผสานกันอย่างลงตัวก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจและแปลกใหม่ในการออกแบบเครื่องประดับในปัจจุบันอีกด้วย

 

blogs.modernjeweler.com jewelry.about.com 81627495

การกลับมาของเครื่องประดับสไตล์วินเทจ

ในยุคที่หลายๆ อย่างย้อนไปสู่อดีตทั้งเสื้อผ้า การแต่งกาย ที่ย้อนกลับไปราวยุค 60–70–80 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะการกลับไปสู่ในยุคแฟชั่นแนววินเทจที่นิยมความอ่อนหวานและหรูหรา การย้อนกลับไปของแฟชั่นเครื่องประดับอัญมณีก็เช่นกัน การเลือกใช้เครื่องประดับชิ้นโตไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน หรือเข็มกลัดที่มีรูปแบบเฉพาะตัว โดยเฉพาะการเลือกเครื่องประดับที่ตกแต่งอัญมณีที่มีการเจียระไนแบบเก่า หรือที่เรียกว่า Old–cuts ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีความระยิบระยับเหมือนการเจียระไนในปัจจุบัน แต่ทรงเสน่ห์ของความเป็นอัญมณีได้อย่างสมบูรณ์ด้วยสีสันและรูปแบบที่ไปกันได้ดีกับเสื้อผ้าแนววินเทจที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

jewelry.about.com jewelry.about.com jewelry.about.com

การกลับมาของต่างหูแบบห่วง

การกลับมาของต่างหูแบบห่วงเป็นการกลับมาอย่างสง่างามของความงามในความเรียบง่าย เพราะรูปแบบของต่างหูแบบห่วงนั้นมีมากมาย และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ใส่ได้แทบทุกโอกาส ไม่ว่าจะใส่เดินตามท้องถนน หรือในงานเลี้ยงเลิศหรูก็ตาม ซึ่งจะเห็นได้ตามแมกกาซีนต่างๆ ขณะนี้

 jewelry.about.com jewelry.about.com

โฉบเฉี่ยวไปกับเครื่องประดับคู่ใจเรียวแขน

เครื่องประดับตกแต่งข้อมืออย่าง Cuff หรือสร้อยข้อมือ กำไลข้อมือ ยังคงครองตำแหน่งเครื่องประดับคู่กายสาวๆ ได้เป็นอย่างดีในปีนี้ สาเหตุก็จากแฟชั่นเครื่องแต่งกายที่ไปได้ดีกับการสวมใส่สร้อยข้อมือมากกว่าเครื่องประดับแบบอื่นๆ เพราะหากสังเกตให้ดี เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายในปัจจุบันนี้มักเน้นในรูปแบบของเสื้อผ้าที่เปลือยไหล่ ทั้งเสื้อเกาะอกตัวยาว ชุดเดรสผ้าพลิ้วไหว ซึ่งเหมาะมากกับนำสร้อยข้อมือ หรือกำไลวงใหญ่มาเติมเต็มเพื่อให้เกิดความงามที่สมดุลตามลุคสาวที่ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยค่ะ

jewelry.about.com magicaccessories.com jewelryfromthestars.com

เครื่องประดับเงิน

ความสวยงามของเครื่องประดับเงินที่มีมาตั้งแต่โบราณยังคงสามารถครองใจผู้คนได้เรื่อยมา และยิ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยแบบนี้ ทางเลือกของเครื่องประดับที่มีราคาไม่สูงมากจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และยิ่งผลักดันให้เครื่องประดับเงินมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการนำไปผสมผสานกับอัญมณีประเภทต่างๆ และรูปแบบการดีไซน์ที่น่าสนใจ

ข้อมูล Globalfashionreport

1/21/2553 | Posted in , , , , , , , , , , , , , , | Read More »

คุณสมบัติของแร่ที่เป็นอัญมณี - คุณสมบัติทางเคมี

โดย ผศ.ดร. กาญจนา   ชูครุวงศ์

การจำแนกชนิดของอัญมณีจะอาศัยความแตกต่างทางด้านกายภาพ ทางเคมี และทางแสง  ของอัญมณีแต่ละชนิด ซึ่งในครั้งที่ผ่านมาเราได้เรียนรู้ถึง คุณสมบัติทางกายภาพ (Physical properties) กันไปแล้ว สำหรับในครั้งนี้จะเป็นส่วนของคุณสมบัติทางเคมี

คุณสมบัติทางเคมี (Chemical properties)

การที่แร่ชนิดต่าง ๆ มีสารประกอบทางเคมีและโครงสร้างผลึกแตกต่างกัน ทำให้แร่แต่ละชนิดมีสมบัติทางกายภาพและทางแสงที่คงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งในสาขาวิชาวิทยาแร่จะจำแนกประเภทลักษณะที่เหมือนกันของแร่ไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน เช่นเดียวกับนักชีววิทยาที่จำแนกพืชและสัตว์ออกเป็น genera, species และ varieties นักอัญมณี ศาสตร์และนักวิทยาแร่จำแนกแร่เป็น ตระกูล (group) , ประเภท (species) และชนิด (varieties)  ซึ่งในทางวิทยาแร่จะมีแร่มากกว่า 2000 ชนิด (varieties) ซึ่งจำแนกเป็นตระกูล (group) และประเภท (species)ต่าง ๆ

แร่อัญมณีส่วนใหญ่จะมีส่วนของสารประกอบเคมีอยู่ในกลุ่ม silicates ซึ่งได้แก่ beryl, topaz, quartz, tourmaline, zircon, garnets ทั้งหมด และ feldspars
กลุ่ม oxides ได้แก่ corundum อันได้แก่ ทับทิมและไพลิน chrysoberyl และ spinel
กลุ่ม phosphates ได้แก่ turquoise และ apatite
กลุ่ม corbonates ได้แก่ malachite, azurite, rhodochrosite และ calcite
ทั้งนี้กลุ่มของสาร ประกอบทางเคมี 4 กลุ่มนี้จะรวมอัญมณีเกือบทั้งหมดที่มีในวงการอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ยกเว้นเพชรซึ่งประกอบ ด้วยธาตุเพียงชนิดเดียว คือคาร์บอน

ตระกูล (Group)
แร่อัญมณีสองกลุ่มหรือมากกว่ามีโครงสร้างและคุณสมบัติตล้ายคลึงกัน แต่จะมีสมบัติทางเคมีที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย สมาชิกในตระกูลเดียวกันจะเรียกว่าประเภท (species) และชนิด(variety) ในอัญมณีชนิดเดียวกันจะมีโครงสร้างผลึกและสารประกอบทางเคมีเหมือนกัน จะแตกต่างกันที่สีของอัญมณี ซึ่งสีที่แตกต่างกันนี้เนื่องมาจากธาตุผ่านหรือสารเจือปน เช่น ทับทิม และไพลินเป็น varieties ที่มีสีแตกต่างกันของอัญมณีประเภท (species) corundum

นอกจากชนิด (varieties) ของอัญมณีจะแตกต่างกันที่สีแล้ว ยังจำแนกตามลักษณะของการกระจายสี (color distribution) การยอมให้แสงผ่าน (transparency) และปรากฏการณ์ทางแสง (optical phenomena)

ตระกูล (group) ของแร่จะประกอบด้วย แร่ประเภท (species) ต่าง ๆ ที่มีสมบัติใกล้เคียงกัน เช่น ตระกูล garnet เป็นตระกูลของแร่ที่มีแร่ประเภทต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก tourmaline อยู่ในตระกูล tourmaline และ spinel ก็เป็นแร่ ประเภทหนึ่งใน spinel group แร่ประเภทต่าง ๆ ในตระกูล garnet, tourmaline และ spinel จะมีโครงสร้างผลึกเหมือนกันแต่มีสารประกอบทางเคมีที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย แต่ในตระกูล feldspar แร่ประเภท (species) จะมีสูตรทางเคมีเหมือนกันแต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยในผลึกโครงสร้าง

อัญมณีในตระกูลเดียวกัน มีสารประกอบทางเคมีที่ผสมกันในระหว่างอัญมณีประเภทต่าง ๆ ของตระกูลนั้น สารประกอบทางเคมีที่แตกต่างกันอาจแทนที่กันในโครงสร้างผลึกโดยยังคงรักษาลักษณะภายนอกไว้ได้ กล่าวคือมีการเปลี่ยนแปลงอะตอมภายในโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ทำให้ยังคงมีรูปผลึกเหมือนกัน แต่ส่วนประกอบต่างกันเล็กน้อย การแทนที่ในลักษณะเช่นนี้เรียกว่า isomorphous replacement หรือ isomorphous substitution ผลที่เกิดขึ้นจะได้ผลึกผสม mixed crystal หรือ solid solution การจำแนกอัญมณีในรูปแบบเช่นนี้ จึงเป็นไปได้ยากมากทำให้ในบางกรณีจึงจำเป็นต้องจำแนกลำดับของสารประกอบทางเคมีต่าง ๆ เป็น series

ตัวอย่างเช่น

ตระกูล garnet มี 2 series คือ Pyrope-almandite-spessartite series และ Grossular-andradite-uvarovite series

ภาพจาก Khulsey.com

Pyrope
Mg3Al2(SiO4)3
Almandite
Fe3Al2 (SiO4)3
Spessartite
Mn3Al2(SiO4)3

Grossularite
Ca3Al2(SiO4)3
Andradite
Ca3Fe2(Sio4)3
Uvarovite
Ca3Cr2(Sio4)3

Pyrope, Almandite และ Spessartite จะอยู่ใน series เดียวกัน ในขณะที่ Grossulsrite, Andradradite และ Uvarovite อยู่ใน series เดียวกัน

ประเภท (Species)  
สารประกอบทางเคมีและโครงสร้างผลึกจะเป็นเครื่องชี้ลักษณะเฉพาะของแร่ และเป็นลักษณะเฉพาะของประเภทแร่ (Species) นั้น ๆ ด้วย แต่ละประเภทของแร่จะมีชื่อเรียก เช่น Quartz เป็นต้น หากมีการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นสารประกอบทางเคมีหรือโครงสร้างผลึก ก็จะได้ Species ของแร่ใหม่ ๆ ซึ่งมีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น

ความแตกต่างแม้เพียงสารเคมีหรือธาตุเพียงตัวเดียวก็จะให้แร่ต่างประเภทกัน เช่น สูตรทางเคมี Al2O3 คือ species Corundum แต่หากมีสูตรทางเคมี Fe2O3 ก็จะได้ specie  Hematite เป็นต้น

ความแตกต่างในสัดส่วนของสารประกอบทางเคมีและมีโครงสร้างผลึกเหมือนกันให้แร่ต่างประเภทกัน เช่น สูตรทางเคมี Cu2(CO3)(OH)2 ได้ species Malachite หากสูตรทางเคมีเป็น Cu3(CO3)2(OH)2 จะได้ species Azurite เป็นต้น

ความแตกต่างของโครงสร้างผลึกแต่มีสารประกอบและสูตรทางเคมีเหมือนกัน เช่น สูตรทางเคมี C มีเพชร และ graphite ที่ต่างกัน

ตัวอย่างของ group แร่ต่าง ๆ ที่เป็นแร่อัญมณีและ species ใน group ต่าง ๆ เหล่านี้ได้แก่

ภาพจาก Khulsey.com

-Garnet group:
Almandine, Andradite, Grossulsr, Hydrogrossulsr, Kimzeyite, Goldmanite, Pyrope, Schorlomite, Spessartine,Uvarovite, Knorringite และ Yamatoite

 ภาพจาก Khulsey.com

- Spinel group :
Chromite, Franklinite, Gahnite, Galaxite, Hercynite, Magesiochromite, Magnetite และ Spinel

ภาพจาก Khulsey.com

- Tourmaline group :
Buergerite, Dravite, Uvite, Elbaite, Schorl, Liddicoatite, Ferridravite, Chromdravite และ Tsilaisite

 

ชนิด (Varieties)
อัญมณีที่อยู่ในประเภท (species) เดียวกันมักจะต่างกันในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกที่มองเห็น ตัวอย่างเช่น มีสีต่างกัน การยอมให้แสงผ่านหรือความโปร่งต่างกัน หรือมีปรากฎการณ์ต่างกันซึ่งทำให้จำแนกเป็นอัญมณีชนิดต่าง ๆ กัน นอกจากนี้พบว่า แม้กระทั่งมลทินหรือตำหนิ (inclusion) ก็อาจทำให้เกิดชนิดของอัญมณีต่าง ๆ กันด้วย เช่น quartz ที่มีตำหนิเป็นผลึก rutile ทำให้เกิดชนิดของ quartz ที่เรียกว่า rutilated quartz และชนิดของอัญมณีมีการเรียกชื่อแตกต่างกันไป บางกรณีเรียงตามสีของอัญมณี บางกรณีเรียกตามลักษณะปรากฏการณ์ หรือเรียกชื่อเฉพาะ

rutilated quartz จาก Freewebs.com
ภาพ Rutilated quartz จาก Freewebs.com

ตัวอย่าง ชนิดของ (varieties) ของอัญมณีได้แก่

Variety

species

ลักษณะ

Alexandrite chrysoberyl มีปรากฏการณ์การเปลี่ยนสี (color change)
Amethyst                                     quartz สีม่วง
Aquamarine beryl สีฟ้าถึงฟ้าแกมเขียว
Citrine quartz สีส้มถึงสีเหลือง
Emerald beryl สีเขียว
Ruby corundum สีแดง
Sapphire corundum สีต่าง ๆ ยกเว้นสีแดง
Tiger’s-eye quartz ทึบแสง สีเหลืองถึงสีน้ำตาล มีปรากฏการณ์ตาแมว (cat’s eye effect)

อัญมณีที่ไม่มีลักษณะเด่นชัดไม่มีชื่อเรียก varieties ก็จะใช้ชื่อ species และบอกชนิดของอัญมณีโดยใช้สีหรือปรากฏการณ์ เช่น red spinel, yellow beryl, blue topaz, cat’s eye chrysoberyl และ star diopside
ในอัญมณีบางประเภทจะไม่มีชื่อของ varieties เฉพาะ แต่ใช้ชื่อเรียกตามสี เช่น spinel, topaz และ zircon
อัญมณีบางประเภทใช้เรียกลักษณะสีเปรียบเทียบ เช่น quartz ที่มีสีน้ำตาลใกล้ดำโปร่งใสว่า smoky quartz หรือ quartz ที่มีลักษณะถึงโปร่งใสถึงโปร่งแสงชมพูว่า rose quartz

Smokey Quartz จาก crystalage.com rose quartz จาก ebay.com

ภาพ Smoky quartz quartz จาก crystalage.com

ภาพ Rose quartz จาก ebay.com

 
อัญมณี opal ที่มีลักษณะโปร่งใสมีเนื้อสีเหลืองส้ม หรือแดงซึ่งไม่มีการ เล่นสี เรียกว่า fire opal
ในบางครั้งเราเรียกชนิดของอัญมณีด้วยสีและปรากฎการณ์เพื่อให้เห็นลักษณะเด่นชัดเช่น ruby หรือ sapphire ที่มีสาแหรก (star) ว่า star ruby หรือ star sapphire หรือเรียก aquamarine ที่มีปรากฏการณ์ตาแมวว่า cat’s eye aquamarine เป็นต้น

star ruby จาก Palagems.com 
ภาพ Star ruby จาก Palagems.com

นอกจากนี้บางชื่อเรียก varieties ตามแหล่งของอัญมณีชนิดนั้น ๆ เช่น Tanzanite ซึ่งเป็นชื่อเรียก zoisite สีน้ำเงินแกมม่วงที่พบในประเทศ Tanzania เป็นต้น

 

ข้อมูล : วิชาปฎิบัติการวิเคราะห์อัญมณี สาขาวิชา วัสดุศาสตร์ (อัญมณีและเครื่องประดับ) คณะวิทยาศาสตร์   มหาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

ภาพประกอบ : Khulsey.com

 
หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

คุณสมบัติของแร่ที่เป็นอัญมณี - คุณสมบัติทางกายภาพ

3/14/2552 | Posted in , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , | Read More »

พลอยประจำเดือนเกิด กุมภาพันธ์ - แอเมทิสต์ (Amethyst)

cluster-amethyst01แอเมทิสต์ (Amethyst) มาจากคำว่า "Amethystos" ในภาษากรีก แปลว่า การมีสติ ไม่มึนเมา จึงเชื่อกันว่าแอเมทิสต์มีคุณสมบัติทำให้ไม่เมา ชาวโรมันเชื่อว่าหากดื่มเหล้าจากจอกแอเมทิสต์ หรือแช่อัญมณีชนิดนี้ไว้ในเหล้าจะช่วยให้ไม่ให้เมา ในปัจจุบันถ้วยไวน์ในบางแห่งจึงยังคงแกะสลักจากแอเมทิสต์ แอเมทิสต์เป็นที่รู้จักกันมาตั้งแต่เมื่อ 5,000 ปีที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะอัญมณีศักดิ์สิทธิ์สำหรับการสักการะ ชาวอียิปต์โบราณนับถือแอเมทิสต์มาก มีการฝังแอเมทิสต์ทรงหัวใจไว้ในสุสานของฟาโรห์จำนวนมากตามคำสอนในคัมภีร์แห่งความตาย (The Book of the Dead) ส่วนทางด้านศิลปะ ชาวอียิปต์ได้สลักรูปแมลงจากอัญมณีสีม่วงนี้

ในคัมภีร์ไบเบิ้ล ได้กล่าวถึงแอเมทิสต์ว่าเป็น 1 ในอัญมณี 12 ชนิดที่ประดับลงบนจีวรของพระชั้นผู้ใหญ่ ดังนั้น ต่อมา แอเมทิสต์จึงกลายเป็นอัญมณีที่ใช้แสดงฐานะพระชั้นผู้ใหญ่ของคริสตจักร สังเกตได้จากแหวนของพระสันตปาปาและแหวนของพระที่มีบรรดาศักดิ์สูง แหวนของพระเหล่านี้ประดับด้วยแอเมทิสต์ทั้งสิ้น ส่วนบนเสื้อพิธีของบาทหลวงก็ประดับแอเมทิสต์ลงไป จนปัจจุบันนี้ แอเมทิสต์กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของบาทหลวง นอกจากนี้ โบสถ์ในยุคกลางก็ประดับประดาไปด้วยแอเมทิสต์เช่นกัน (และเพราะเชื่อกันว่าสีม่วงเป็นสีแห่งความศรัทธาในศาสนา)

แอเมทิสต์เป็นอัญมณีสีม่วงคราม - ม่วงแดง สำหรับอะมีทิสต์สีอ่อน เรียกว่า Rose de France ส่วนสีเข้ม เรียกว่า ม่วงดอกตะแบก มีลักษณะเป็นผลึกเดี่ยว (Crystalline Varieties) อยู่ในประเภทควอตซ์ (Quartz Species) มีองค์ประกอบทางเคมี คือ SiO2 สีม่วงเกิดจากธาตุเหล็ก (Fe) ที่เป็นธาตุร่องรอย (Trace elements) ในโครงสร้างผลึก มีความแข็งเท่ากับ 7 ตามโมห์สเกล (Mohs' Scale of Hardness) แอเมทิสต์ที่มีความใสสะอาดนิยมนำมาเจียระไนแบบต่างๆ ส่วนแอเมทิสต์ที่มีลักษณะขุ่น มีความใสน้อยหรือค่อนข้างทึบแสงนิยมนำมาแกะสลัก นอกจากนี้เนื่องจากมีลักษณะผลึกที่สวยงามตามธรรมชาติจึงสามารถใช้วางเป็นของประดับตกแต่งได้โดยไม่จำเป็นต้องเจียระไน

สมบัติของแอเมทิสต์

สูตรเคมี (Chemical composition) SiO2
ระบบผลึก (Crystal system) Rhombohedral
ผลึกแฝด (Twinning)  Dauphine law, Brazil law, Japan law
ค่าดัชนีหักเห (RI) nω = 1.543–1.553 nε = 1.552–1.554
ค่าไบรีฟรินเจนซ์ (Birefringence) +0.009
ลักษณะทางแสง (Optical nature) Uniaxial
ความวาว (Luster) วาวแบบแก้ว (Vitreous)
แนวแตก (Cleavage)  ไม่มี
รอยแตก (Fracture) แบบก้นหอย (Conchoidal)
ความแข็ง (Hardness) 7
ความถ่วงจำเพาะ (SG)  2.65

แอเมทิสต์ สามารถนำมาเผาที่อุณหภูมิประมาณ 470 - 750 องศาเซลเซียส จะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอมเหลืองหรือเหลือง หรือน้ำตาลอมแดง และเป็นการเปลี่ยนสีถาวร  มีชื่อเรียกว่า ซิทริน (Citrine) 

แหล่งที่พบแอเมทิสต์ที่มีคุณภาพ ได้แก่ ในประเทศบราซิล, มาร์ดากัสการ์, แซมเบีย, อุรุกวัย, พม่า, อินเดีย, แคนาดา, แมกซิโก, นามีเบีย, รัสเซีย, ศรีลังกา และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

แอเมทิสต์สังเคราะห์ในปัจจุบันมีความคล้ายคลึงกับแอเมทิสต์ธรรมชาติมากทั้งส่วนประกอบทางเคมีและทางกายภาพ แต่ก็สามารถตรวจสอบได้โดยดูจาก Brazil law twinning ซึ่งเป็นลักษณะของผลึกแฝดที่พบในแร่ตระกูลควอตซ์ (Quartz)

amethystแอเมทิสต์กับความเชื่อ

นอกจากจะเป็นอัญมณีประจำเดือนเกิดสำหรับเดือนกุมภาพันธ์แล้ว ปัจจุบันแอเมทิสต์ได้กลายมาเป็นอัญมณีที่คู่รักนิยมมอบให้กันในวันครบรอบการแต่งงานในปีที่ 4, 6 และปีที่ 17 อีกด้วย และมีความเชื่อกันว่าผู้ที่สวมใส่แอเมทิสต์จะสามารถควบคุมความคิดของศัตรูได้ และยังช่วยให้เจ้าของธุรกิจประสบความสำเร็จ บางตำราก็กล่าวว่าจะบ่งบอกว่าเป็นผู้ที่สุภาพ อัธยาศัยดี นอกจากนั้นอัญมณีชนิดนี้ยังช่วยในเรื่องของความรัก ความกล้าหาญ ป้องกันอันตราย และนำพาความสุขมาสู่ผู้สวมใส่อีกด้วย

ทางด้านการบำบัด อะมีทิสต์เป็นอัญมณีสีม่วงซึ่งเป็นสีแห่งจิตวิญญาณ จึงมีพลังช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส ช่วยขจัดความคิดที่ชั่วร้ายและชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ ก่อให้เกิดสมาธิและการเรียนรู้ สำหรับผู้ที่เป็นโรคนอนไม่หลับ หากวางอัญมณีชนิดนี้ไว้ใต้หมอนจะช่วยให้หลับง่ายขึ้น หรือหากวางไว้บนหน้าผากจะช่วยรักษาอาการปวดศีรษะด้วย แอเมทิสต์ยังมีพลังช่วยในการฟอกเลือด หรือสร้างเม็ดเลือดได้ ดังนั้นจึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเลือด

ทางด้านความรัก คนโบราณเชื่อกันว่า ถ้านำอะมีทิสต์รูปหัวใจประดับบนเรือนทองคำหรือเงิน และบ่าวสาวมอบให้แก่กันและกัน ทั้งคู่จะมีชีวิตรักที่มีความสุขตลอดไป อะมีทิสต์ (Amethyst)ตำนานเกิดอะมีทิสต์

ตำนานของแอเมทิสต์

ตำนานการเกิดของอะมีทิสต์เกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่ง เทพไดโอนิซุส (Dionysius) เทพเจ้าแห่งเมรัยทรงกริ้วที่มนุษย์ไม่สนใจพระองค์ จึงสาปแช่งให้มนุษย์คนต่อไปที่เดินผ่านมาถูกเสือฆ่า แต่ผู้ที่เดินผ่านมา คือ สาวน้อยชื่ออะมีทิสต์ (Amethyst) ซึ่งกำลังเดินทางไปสักการะเทพธิดาไดอานา (Diana) เมื่ออะมีทิสต์ เห็นเสือเข้ามาใกล้จึงร้องขอให้เทพธิดาไดอานาช่วย เทพธิดาไดอานาจึงเสกให้อะมีทิสต์กลายเป็นผลึกแก้วควอทซ์ เมื่อเทพไดโอนิซุสทรงทราบถึงเจตนาของอะมีทิสต์ก็รู้สึกละอายพระทัย จึงทรงเทเหล้าองุ่นลงบนร่างของอะมีทิสต์เพื่อเป็นการไถ่โทษ ทำให้ร่างของเธอกลายเป็นสีม่วง และกลายมาเป็นอัญมณีสีม่วงนี้ที่เรารู้จักกัน

ข้อมูล git.or.th, SGS
ภาพประกอบจาก Emily Gems

2/16/2552 | Posted in , , , , , , , , | Read More »

ความคิดเห็นล่าสุด

บทความล่าสุด