เรายังเกาะติดการอัพเดตเทรนด์อัญมณีและเครื่องประดับจากทั่วโลกกันอีกสักนิดคะ
ซึ่งในวันนี้เราก็นำมาจากนิตยสาร International Jewellery–www.CIJintl.com ฉบับ TRENDS & COLOURS 2010 ซึ่งในนิตยสารฉบับนี้เค้าได้สรุปแนวทางของเครื่องประดับเด่นๆ ในช่วงของ Sping/Summer 2010 ได้ถึง 12 รูปแบบด้วยกัน แต่เพื่อความเข้าใจง่ายและกระชับ เราสรุปได้รูปแบบของเครื่องประดับที่กำลังมาแรงได้ดังนี้ค่ะ

ฤดูกาลของสีสันสดใส
ผ่านพ้นปี 2009 มาแล้ว แต่สีสันแนวลูกกวาดของสีพาสเทลยังไม่จางหายไปค่ะ เพราะจะว่าไปแล้วในปี 2010 นี้ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ในเรื่องของเครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับนั้นมีสีสันที่ค่อนข้างหลากหลาย ราวกับสีสันของลูกกวาดเลยทีเดียว แต่ผิดจากการใช้สีสันอันจัดจ้าน เป็นสีสันที่ดูธรรมชาติ ซึ่งก็หนีไม่พ้นสีพาสเทล เพราะนอกจากจะดูอ่อนหวานแล้ว ยังให้ความรู้สึกของการเป็นผู้หญิง และยังทำให้รู้สึกสดชื่น สดใสอีกด้วย ตัวอย่างอัญมณีสีพาสเทลอ่อนหวานก็ต้องยกให้สีชมพูของโรสควอตซ์ สีม่วงอ่อนของอะเมทิสต์ หรือสีฟ้าน้ำทะเลของโทแพซ เป็นต้น และด้วยสีสันอันหลากหลายนี่เองที่เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้ก่อเกิดการสร้างสรรค์และดีไซน์เครื่องประดับในลวดลายที่หลากหลายมากขึ้นนั่นเอง
แรงบันดาลใจจากธรรมชาติรอบตัว
ด้วยสภาวะที่ผู้คนต่างเห็นความสำคัญของธรรมชาติ และตระหนักถึงภาวะโลกร้อนนั้นมีมากขึ้น จึงทำให้ทั้งผู้คนต่างต้องการหวนกลับสู่ธรรมชาติอีกครั้ง ไม่ว่าจะด้วยทางใดก็ตาม นั่นเพราะคนเราต่างโหยหาความงามจากธรรมชาติ และความสดชื่น สดใสของสิ่งแวดล้อม ดังนั้นไม่ว่าจะมองไปทางใด เราจึงก็ยังคงเห็นดีไซเนอร์ต่างพร้อมใจหยิบยกแรงบันดาลใจจากดอกไม้ ต้นไม้ แมลง สิ่งมีชีวิตใต้ผืนน้ำ หรือสัตว์ต่างๆ มาใช้ในการออกแบบ รวมทั้งการคัดเลือกเอาวัสดุที่เป็นมิตรต่างสิ่งแวดล้อมมาผสมผสานในชิ้นงาน ทั้งวัสดุรีไซเคิล หรือการนำวัสดุเก่ามาประยุกต์ในรูปแบบใหม่ที่น่าสนใจก็เป็นเครื่องประดับอีกรูปแบบหนึ่งที่มาแรงในปี 2010 นี้
ทางเลือกของวัสดุแบบใหม่
ปี 2010 ที่ผ่านมาทั่วทั้งโลกต่างประสบภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย การใช้เครื่องประดับที่มีราคาแพงเกินไปจึงกลายเป็นการเลือกใช้สินค้าที่ค่อนข้างฟุ่มเฟือย ด้วยเหตุนี้จึงมีการเสาะหารูปแบบการทำเครื่องประดับในรูปแบบใหม่ๆ วัสดุใหม่ๆ ที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังต้องมีราคาที่ไม่สูงมากเกินไป การหาวัสดุใหม่ๆ เพื่อนำมาใช้ทดแทนทองคำ หรือแพลทินัมที่มีราคาสูง จึงมีการใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ซึ่งในขณะนี้เป็นโลหะจำพวกพาราเดียม ไทเทเนียม ทองแดง หรือเหล็กก็เป็นวัสดุที่ได้รับความนิยมจากดีไซเนอร์มากขึ้น อีกทั้งการนำวัสดุต่างๆ มาผสมผสานกันอย่างลงตัวก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจและแปลกใหม่ในการออกแบบเครื่องประดับในปัจจุบันอีกด้วย
การกลับมาของเครื่องประดับสไตล์วินเทจ
ในยุคที่หลายๆ อย่างย้อนไปสู่อดีตทั้งเสื้อผ้า การแต่งกาย ที่ย้อนกลับไปราวยุค 60–70–80 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ โดยเฉพาะการกลับไปสู่ในยุคแฟชั่นแนววินเทจที่นิยมความอ่อนหวานและหรูหรา การย้อนกลับไปของแฟชั่นเครื่องประดับอัญมณีก็เช่นกัน การเลือกใช้เครื่องประดับชิ้นโตไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน หรือเข็มกลัดที่มีรูปแบบเฉพาะตัว โดยเฉพาะการเลือกเครื่องประดับที่ตกแต่งอัญมณีที่มีการเจียระไนแบบเก่า หรือที่เรียกว่า Old–cuts ซึ่งแม้ว่าจะไม่มีความระยิบระยับเหมือนการเจียระไนในปัจจุบัน แต่ทรงเสน่ห์ของความเป็นอัญมณีได้อย่างสมบูรณ์ด้วยสีสันและรูปแบบที่ไปกันได้ดีกับเสื้อผ้าแนววินเทจที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
การกลับมาของต่างหูแบบห่วง
การกลับมาของต่างหูแบบห่วงเป็นการกลับมาอย่างสง่างามของความงามในความเรียบง่าย เพราะรูปแบบของต่างหูแบบห่วงนั้นมีมากมาย และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ใส่ได้แทบทุกโอกาส ไม่ว่าจะใส่เดินตามท้องถนน หรือในงานเลี้ยงเลิศหรูก็ตาม ซึ่งจะเห็นได้ตามแมกกาซีนต่างๆ ขณะนี้
โฉบเฉี่ยวไปกับเครื่องประดับคู่ใจเรียวแขน
เครื่องประดับตกแต่งข้อมืออย่าง Cuff หรือสร้อยข้อมือ กำไลข้อมือ ยังคงครองตำแหน่งเครื่องประดับคู่กายสาวๆ ได้เป็นอย่างดีในปีนี้ สาเหตุก็จากแฟชั่นเครื่องแต่งกายที่ไปได้ดีกับการสวมใส่สร้อยข้อมือมากกว่าเครื่องประดับแบบอื่นๆ เพราะหากสังเกตให้ดี เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายในปัจจุบันนี้มักเน้นในรูปแบบของเสื้อผ้าที่เปลือยไหล่ ทั้งเสื้อเกาะอกตัวยาว ชุดเดรสผ้าพลิ้วไหว ซึ่งเหมาะมากกับนำสร้อยข้อมือ หรือกำไลวงใหญ่มาเติมเต็มเพื่อให้เกิดความงามที่สมดุลตามลุคสาวที่ดูโฉบเฉี่ยวและทันสมัยค่ะ
เครื่องประดับเงิน
ความสวยงามของเครื่องประดับเงินที่มีมาตั้งแต่โบราณยังคงสามารถครองใจผู้คนได้เรื่อยมา และยิ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยแบบนี้ ทางเลือกของเครื่องประดับที่มีราคาไม่สูงมากจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และยิ่งผลักดันให้เครื่องประดับเงินมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะการนำไปผสมผสานกับอัญมณีประเภทต่างๆ และรูปแบบการดีไซน์ที่น่าสนใจ
ข้อมูล Globalfashionreport
1/21/2553 |
Posted in
Accessories,
amethyst,
Celebrity,
colored stone,
copper,
Database,
Design,
Fashion,
gemstone,
Library,
rose quartz,
sterling silver,
titanium,
topaz,
Trend
|
Read More »
สถาบันวิจัยและพัมนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ ขอเชิญร่วมสัมมนาในหัวข้อ "พลอยแอฟริกา ขุมทรัพย์เลอค่าจากแดนไกล" ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2553 เวลา 13.30 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารวิจัยและตรวจสอบอัญมณี
ดาวน์โหลดรายละเอียดและใบตอบรับ (ตอบรับภายใน 26 ม.ค. 53)
1/21/2553 |
Posted in
Course,
gemstone
|
Read More »
มูลนิธิส่งเสริมอัญมนีไทยและเครื่องประดับ Gem&Jewelry Promotion Foundation โดยสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ขอเชิญเข้าร่วมงาน "Dinner Talk ภาวะเศรษฐกิจไทย ภายใต้ยุทธ์ศาสตร์อัญมณี" วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 17.00 - 21.00 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแชงกรีล่า
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. +66(0) 2630 - 1390-7 สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ
1/20/2553 |
Posted in
Activities,
Marketing,
News
|
Read More »
ล่าสุดกับงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe Awards 2010) สิ่งที่นักข่าวให้ความสนใจกันมากนอกจากจะลุ้นว่าใครจะได้ครอบครองรางวัลเกียรติยศไปบ้าง อีกเรื่องหนึ่งย่อมไม่พ้น แฟชั่นบนพรมแดง สำหรับจิวเวลรี่ที่โดดเด่นในงานนี้แตกต่างจากปีก่อนอย่างเห็นได้ชัดค่ะ โดยดาวเด่นของปีที่ผ่านมาเป็นสร้อยคอเส้นใหญ่ ที่เซเลบสาวๆใส่มาประชันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แต่สำหรับในปีนี้ ต่างหู กลายเป็นไอเท็มที่เซเลบเลือกใส่มากที่สุด และจิวเวลรี่ประดับพลอยสีก็ได้รับความนิยมสุดๆเช่นกัน ทั้งงานจึงเต็มไปด้วยสีสันของจิวเวลรี่ และเพื่อไม่ให้ชุดสวยขโมยซีนจิวเวลรี่ชิ้นหรู สาวๆจึงพร้อมใจกันใส่ชุดราตรีสีดำมากันเยอะมากๆค่ะ




อย่างที่แจ้งไปค่ะว่าต่างหูเป็นไอเท็มที่โดดเด่นที่สุดในงาน ซึ่งชิ้นที่น่าจะเป็นที่กล่าวขานกันมากที่สุด น่าจะเป็น ต่างหูมรกตที่ Julianne Moore ใส่ แน่นอนว่าเป็นผลงานของ Bulgari ที่เธอได้เซ็นสัญญาเป็น brand ambassador คนล่าสุด ส่วน Lea Michele ก็มาพร้อมกับต่างหูมรกตรูปหยดน้ำเม็ดโต ขณะที่ Courtney Cox ก็เลือกต่างหูแซฟไฟร์สีดำรูปหยดน้ำจาก Ofira Schwartz มาใช้
Kate Hudson นั้นมาแนวสวยหวานเช่นเดิม กับต่างหูทองคำที่ทำจากไข่มุกห้อยระย้า ส่วน Meryl Streep เจ้าของรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม จาก Julie & Julia มาในชุดสีดำเรียบๆกับต่างหูทองคำสไตล์วินเทจ




ส่วนเครื่องประดับเพชรก็ยังคงเป็นจิวเวลรี่สุดโปรดสำหรับสาวๆอยู่เสมอค่ะ อย่างที่นางเอกคนสวย Drew Barrymore เลือกต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยวขนาด 20 กะรัตจาก Lorraine Schwartz
Jennifer Garner กับต่างหูเพชรจาก Bulgari และ Penelope Cruz กับต่างหูเพชรน้ำหนัก 42 กะรัตจาก Chopard
ส่วน Rose Byrne นั้นไม่เหมือนใคร เธอเลือกที่ประดับผมรูปดอกไม้แนววินเทจจาก Neil Lane ในขณะที่ Mo'Nique ใส่ต่างหูและสร้อยข้อมือเพชรจาก Everlon




สำหรับสาวๆอีกกลุ่มหนึ่งที่เลือกเพชรและแพลตินั่มเป็นเครื่องประดับในงานนี้ ก็เสริมความโดดเด่นด้วยสีสันของชุดราตรี ซึ่งเป็นแนวสีพาสเทล ม่วงและชมพู เป็นหลัก ทำให้ไม่ดูจืดชืดและเคร่งขรึมเกินไปนัก
ข้อมูลและภาพประกอบ Jewelry.com
1/19/2553 |
Posted in
colored stone,
emerald,
Event,
Fashion,
gemstone,
Gold,
Pearl,
platinum,
Sapphire
|
Read More »
Pantone ได้เปิดเผยถึงเทรนด์สีของปี 2010 ซึ่งตามข่าวระบุว่า สีฟ้าเทอร์ควอยซ์เป็นสีมาแรงสำหรับปี 2010 ค่ะ ในขณะที่เพชรและทองคำก็ยังคงเป็นเครื่องประดับที่ยังใช้ได้เรื่อยๆ ส่วนที่น่าจับตามองที่สุดเห็นจะเป็นจิวเวลรี่ประดับพลอยสีสันสดใสต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่ามีเทอร์ควอยซ์เป็นดาวเด่น โดย Pantone ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สีฟ้าเทอร์ควอยซ์นั้นให้ความรู้สึกสดใส อบอุ่น และสร้างเสน่ห์ให้กับผู้สวมใส่ ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆค่ะว่า เครื่องประดับเทอร์ควอยซ์เป็นจิวเวลรี่ที่สร้างความโดดเด่นให้กับผู้หญิงได้เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจิวเวลรี่ชิ้นใหญ่ๆ เพียงแค่สวมเข้ากับชุดสีพื้นแบบเรียบๆ ก็เด่นเกินใครแล้ว นอกจากนี้ยังเข้ากันได้ดีกับการแต่งกายหลายสไตล์ ไม่ว่าเป็นเฟมินีน ฮิปปี้ คาวบอย หรือชุดราตรียาวหรูหรา จึงนับว่าเทอร์ควอยซ์เป็นอัญมณีที่เหมาะกับยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดในปีนี้จริงๆค่ะ

ข้อมูลและภาพประกอบ Jewelry.com
1/19/2553 |
Posted in
Celebrity,
Fashion,
gemstone,
Trend,
turquoise
|
Read More »
ตามที่สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ ร่วมกับกรมส่เสริมตอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมและคณะวิทยาศาสตร มหาวทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว.)จัดทำโครงการความร่วมมือผลิตบัณฑิต สาขาวัสดุศาสตร์ (อัญมณีและเครื่องประดับ) มาตั้งแต่ปี 2535 และได้ให้โควตานิสิตพิเศษแก่บุตรหลานผู้ประกอบกาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับและบุตรหลานข้าราชการในสังกัดกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเข้าเรียนในสหลักสูตรสาขาดังกล่าวได้ด้วยการคัดเลือกโดยตรงซึ่งในปีนี้ มศว. ให้โควตาพิเศษจำนวน 6 คน นั้น
เพื่อให้การดำเนินการคดเลือกนิสิตเข้าเรียนในปีการศึกษา 2553 ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยสมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ จึงขอแจ้งให้ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์ส่งบุตรหลานเข้ารับการคัดเลือกเข้าเรียนในโครงการดังกล่าว แจ้งความประสงค์มายังสมาคมฯ โดยนักเรียนที่จะเข้ารับการคัดเลือกต้องมีคุณสมบัติต่าง ๆ เป็นไปตามเกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนิสิต(โควต้าพิเศษ) ตามเอกสารที่ส่งมาด้วยนี้ ทั้งนี้ภายในวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553 เพื่อสมาคมฯ จะได้ทำการรวจสอบและนัดหมายสอบสัมภาษณ์ในเบื้องต้นก่อนจัดส่งรายชื่อให้ มศว. ทำการสอบสัมภาษณ์ทางวิชาการต่อไป
ดาวน์โหลด เกณฑ์การคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนิสิต (โควตาพิเศษ)
ข้อมูล Thai Gem & Jewelry Traders Association
1/15/2553 |
Posted in
News
|
Read More »
patchra.net ถือได้ว่าเป็นคลังความรู้ขนาดใหญ่ ที่รวบรวมข้อมูลของอัญมณีไว้มากมาย อธิบายได้ละเอียด พร้อมภาพประกอบที่น่าตื่นตาตื่นใจ และยังมีเนื้อหาของแร่และหิน ความเชื่อเกี่ยวกับอัญมณีบำบัด ฟอสซิลและไดโนเสาร์ให้ศึกษาเพิ่มเติมด้วย เป็นแหล่งความรู้ที่เหมาะมากสำหรับเยาวชน และผู้ที่สนใจอัญมณีและเครื่องประดับค่ะ
ภาพประกอบ patchra.net
1/15/2553 |
Posted in
colored stone,
Database,
diamond,
gemstone,
geology,
Gold,
Library,
website
|
Read More »
จากการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการขุดค้นพบแร่ทองคำในประเทศไทย ทำให้มีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการทำเหมืองแร่ทองคำ วันนี้จึงขอนำบทความจาก ดร. ไสว บุญมา ซึ่งได้ให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาของการทำเหมืองแร่ทองคำในลุ่มน้ำอะเมซอนค่ะ
ณ วันนี้ ผู้ที่ลงทุนซื้อทองคำเก็บไว้เมื่อหลายปีก่อน คงนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับกำไรที่ทำได้อย่างงดงาม โดยเฉพาะผู้ที่ซื้อไว้เป็นเวลากว่าห้าปี เนื่องจากไม่มีการลงทุนหรือการเก็งกำไรชนิดไหนในช่วงห้าปีที่ผ่านมา จะทำกำไรได้ถึงสามเท่าของเงินทุนเช่นการซื้อทองคำ แต่ผู้ที่เพิ่งซื้อเมื่อเดือนสองเดือนที่ผ่านมา คงจะตกอยู่ในภาวะหายใจไม่ค่อยทั่วท้องบ้างเป็นครั้งคราว ภาวะเช่นนี้จะคงอยู่ต่อไปแม้จะมีผู้ทำนายว่าราคาทองคำจะ ยังเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ เพราะในเวลาเดียวกันมีผู้แย้งว่า ย้อนไปห้าปีบรรดาผู้เชี่ยวชาญก็พากันยืนยันอย่างแข็งขันว่าราคาบ้านใน อเมริกาจะไม่มีทางตก เนื่องจากผมไม่มีความสามารถที่จะฟันธงลงไปว่าราคาทองคำจะวิวัฒน์ไปทางไหน ผมจะไม่เขียนถึงเรื่องราคาในอนาคต แต่จะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับผลพวงที่ทองคำทำให้เกิดขึ้น
ผู้สนใจในเรื่องราวของทองคำคงทราบแล้วว่า ผู้ผลิตทองคำราย ใหญ่ ได้แก่ จีน แอฟริกาใต้ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย รัสเซีย และเปรู เมื่อเร็วๆ นี้ มีสำนักข่าวหลายแห่งส่งพนักงานไปดูการทำเหมืองทองคำที่ เปรูและนำเรื่องราวมาเล่าไว้ในสื่อต่างๆ รวมทั้งในหนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ และในเว็บไซต์ของบีบีซี เนื้อเรื่องชี้ให้เห็นกระบวนการและปัญหาของการทำเหมืองทองคำในเขตป่าอะเมซอนซึ่งครั้งหนึ่งผมได้ไปดู จึงขอนำมาเล่าสู่กัน
เราทราบดีแล้วว่าป่าอะเมซอนเป็นป่าดงดิบขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในเขตของประเทศบราซิลเป็นส่วนมาก นอกจากนั้น ส่วนหนึ่งยังครอบคลุมไปถึงอีกหลายประเทศ รวมทั้งเปรูทางตะวันตกและกายอานาทางตะวันออกของทวีปอเมริกาใต้อีกด้วย รายงานการทำเหมืองทองคำในเปรูไม่ต่างกับการทำเหมืองทองคำที่ผมเห็นในกายอานา ยกเว้นในแง่ที่มันมีขนาดใหญ่โตกว่าเท่านั้น ราคาของทองคำที่พุ่งขึ้นไปทำให้การขุดค้นหาทองคำและการทำเหมืองทั้งในกายอานาและในเปรูแพร่ขยายออกไปอีก
เหมืองแร่ทองคำ Eldorado do Juma wildcat ในบราซิล
การขุดค้นหาทองคำและการทำเหมืองดังกล่าวเป็นการทำที่ไม่มีใบอนุญาตและการควบคุมของรัฐบาล และเป็นกิจการขนาดเล็กจำพวกร่อนทรายหาทองคำตาม ลำธารไปจนถึงการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ไถ ขุด เจาะพ่นน้ำและร่อนหาแร่ทอง พวกร่อนทรายไม่ต้องตัดต้นไม้หรือทำลายชายฝั่งของลำน้ำเพื่อค้นหาแร่ ฉะนั้นกิจการของพวกเขามักไม่มีผลกระทบทางลบในด้านการตัดไม้ทำลายป่าและแหล่ง น้ำ อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการแยกละอองทองคำออก จากทราย พวกเขาใช้ปรอทผสมลงในทราย เพื่อให้ละอองของทองเกาะปรอท หลังจากแยกปรอทออกทรายได้แล้ว พวกเขาก็จะเผาปรอทโดยการเอาใส่ลงในภาชนะ อาทิเช่น กระทะ แล้วนำขึ้นลนไฟ ปรอทจะระเหยไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งทองไว้ที่ก้นภาชนะ ผู้เผาปรอทมักสูดควันอันแสนจะเป็นอันตรายเข้าไปในปอด นอกจากนั้น ในกระบวนการนี้มักมีปรอทตกหล่นอยู่ตามต้นน้ำ สารอันเป็นอันตรายสูงนี้จะถูกสัตว์น้ำตัวเล็กๆ กินเข้าไปและเมื่อปลาตัวใหญ่กว่ากินปลาเล็ก ปรอทก็จะเข้าไปอยู่ในวงจรอาหาร ซึ่งในที่สุดจะทำอันตรายให้แก่คน
พวกที่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่จะทำลายสิ่งแวดล้อมสูงมาก เนื่องจากพวกเขาจะตัดต้นไม้ทำลายป่าดงดิบ ไถ ขุด เจาะพื้นดินและพ่นน้ำเข้าตามฝั่งลำธาร รายงานในหนังสือพิมพ์มีรูปการพังทลายของพื้นดินประกอบ และอ้างว่าถ้าอยากจะเห็น "แผลเป็น" ของการตัดต้นไม้พร้อมกับการทำลายสิ่งแวดล้อม จะต้องนั่งเครื่องบินขึ้นไปวนเวียนดูจึงจะรู้ว่ามันเป็นอย่างไร ย้อนไปเมื่อสมัยผมไปกายอานาบ่อยๆ ผมเคยนั่งเครื่องบินไปวนดูแผลเป็นดังกล่าว จึงนึกออกทันทีว่ามันน่าวิตกขนาดไหน นอกจากจะตัดต้นไม้จนเตียนหมดแล้ว การขุดดินเป็นสระเล็กใหญ่ยังก่อให้เกิดการพังทลายจนสายน้ำลำธารกลายเป็นสี โคลนอย่างกว้างขวางอีกด้วย นักขุดแร่พวกนี้มักใช้วิธีแยกทองด้วยการใช้ปรอทเช่นกัน ฉะนั้น พวกเขาสร้างผลกระทบเช่นเดียวกับพวกร่อนทรายในด้านการทิ้งปรอทไว้ในสิ่งแวดล้อม
(ขวา) ภาพของแม่น้ำ Caura ที่ถูกทำลายหลังจากมีการทำเหมืองแร่ทองคำ เปรียบเทียบกับภาพซ้ายมือซึ่งแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าก่อนหน้านี้
นอกจากการทำเหมืองที่ไม่มีใบอนุญาตและขาดการควบคุม จะสร้างผลเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและทำอันตรายให้แก่ผู้กินปลาที่มีปรอทอยู่ใน ตัวแล้ว การทำเหมืองแร่ที่มีใบอนุญาตก็อาจทำอันตรายได้สูงด้วยเช่นกัน ในกรณีที่ผมมีโอกาสได้เห็นในกายอานา ผู้ประกอบการเหมืองทองคำใช้ กระบวนการแยกทองที่ต้องใช้ไซยาไนด์ ซึ่งเป็นอันตรายสูงมากในตัวของมันเองอยู่แล้ว กระบวนการนั้นเกิดน้ำผสมไซยาไนด์เป็นผลพลอยได้จำนวนมาก แต่หากทิ้งน้ำนั้นไว้ในสระที่ปลอดภัย สารไซยาไนด์จะค่อยๆ ระเหยไปโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง แต่ถ้าผู้ประกอบการมักง่าย และปล่อยน้ำผสมไซยาไนด์ออกไปตามคลอง อันตรายร้ายแรงจะเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำและคน แม้ผู้ประกอบการในกายอานาจะไม่มักง่ายเช่นนั้น แต่การที่กายอานามีฝนตกหนักเป็นครั้งคราว เมื่อฝนตกหนักเกินความคาดหมาย น้ำในสระที่มีไซยาไนด์ผสมอยู่ก็ล้นออกมา ยิ่งกว่านั้น ถ้าการสร้างสระดังกล่าวไม่รัดกุม ก้นสระอาจจะรั่ว หรือเขื่อนรอบสระอาจจะพังทลาย ปล่อยไซยาไนด์ออกไปจำนวนมากเช่นกัน เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในกายอานา และเมื่อปี 2543 ในโรมาเนีย สระดังกล่าวแตก น้ำผสมไซยาไนด์ทำปลาตายไปราว 150 ตัน และแหล่งน้ำดื่มน้ำใช้ถูกทำลายไปจำนวนมาก
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าทองคำทำ ประโยชน์ได้หลายอย่าง เนื่องจากมันไม่เป็นสนิม อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ถูกนำไปทำเครื่องประดับ และเก็บไว้ในรูปของทองแท่ง ซึ่งส่วนหนึ่งธนาคารกลางของประเทศต่างๆ เก็บไว้แทนเงินสำรอง และอีกส่วนซื้อขายกันในตลาด เพื่อเก็งกำไร เนื่องจากในปัจจุบันนี้ ไม่มีการใช้ทองคำประกันค่าของเงินตราอีกแล้ว การเก็บทองคำไว้ในธนาคารกลาง จึงไม่มีความจำเป็นเช่นเดียวกับการซื้อเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร จริงอยู่ตัวของทองคำไม่เป็นสนิม แต่อันตรายอันเกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อมดังที่เล่ามาอาจมองได้ว่าเป็นสนิมของทองคำ หวังว่าการพูดเช่นนี้ จะไม่ทำให้ผู้มีทองคำเก็บไว้เพื่อเก็งกำไรขุ่นเคืองมากนัก
โดย : ดร.ไสว บุญมา - http://www.namchiang.com/th/goldstory/353-2010-01-08-12-35-06.html
1/11/2553 |
Posted in
Database,
geology,
Gold,
Library,
precious metal
|
Read More »
ก่อนที่ภาพยนตร์ Sex and The City 2 จะเข้าฉายในเดือนพฤษภาคมปีนี้ HBO ต้นสังกัดของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวก็ได้ร่วมมือกับ Dogeared จัดทำจิวเวลรี่ชุดพิเศษสำหรับ Sex and The City ที่จะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ประกอบด้วยจี้พร้อมสร้อยคอที่ทำจากเงินสเตอริงในดีไซน์ต่างๆ ที่ล้วนได้แรงบันดาลใจมาจากแฟชั่นใน Sex and the City ซึ่งคาดว่าน่าจะถูกใจสาวๆแฟชั่นนิสต้าและแฟนคลับของ Sex and the City ค่ะ เพราะนอกจากจะบ่งบอกถึงความเป็นสาวแฟชั่นของสาวๆตัวเอกในเรื่องทั้ง 4 คนแล้ว จิวเวลรี่เหล่านี้ยังมีแพคเกจที่น่ารักมากๆ โดยจะมาพร้อมกับการ์ดข้อความที่มีพื้นหลังเป็นตึกระฟ้าในกรุงนิวยอร์ค และข้อความที่เป็นประโยคทองของสาวๆแต่ละคน เช่น "Single and fabulous!," "Hopeless romantic," "I've been dating since I was fifteen. I'm exhausted. Where is he?," and the iconic: "Should I get you a diamond? No, just a really big closet."
ราคาของจิวเวลรี่ชุดนี้อยู่ระหว่าง 55 – 200 เหรียญสหรัฐ โดยทุกชิ้นจะบรรจุด้วยถุงผ้าซาตินสีดำและชมพู มีวางจำหน่ายที่ร้าน HBO ในนิวยอร์ค, HBO.com และ Dogeared.com
ข้อมูลและภาพประกอบ Jewelry.com
1/11/2553 |
Posted in
Accessories,
Celebrity,
Fashion,
News,
sterling silver
|
Read More »
ประมวลภาพจิวเวลรี่ของบรรดาเซเลบในงาน Emmy Awards 2009 ที่ Instyle ยกให้เป็นสุดยอดจิวเวลรี่ในงานนี้ค่ะ
Heidi Klum กับต่างหูระย้าที่ทำจากเพชรสีดำ 90 กะรัต จาก Lorraine Schwartz
Ginnifer Goodwin มาในชุดสีม่วงบานเย็นที่สดใส เพื่อไม่ให้เครื่องประดับดูโดดเด่นเกินไป เธอเลือกต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยว และสร้อยคอ rose gold จาก Ivanka Trump Fine Jewelry
Rose Byrne เลือกต่างหูเพชรรูปดอกไม้เป็นเครื่องประดับเพียงอย่างเดียว ถึงแม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็สร้างความหรูหราได้ดี
Chloe Sevigny ในชุดสไตล์วินเทจ ตกแต่งด้วยเข็มกลัดสีทองจาก Nadine Krakov Collection เพื่อไม่ให้ชุดดูเรียบเกินไปนัก
ชุดของ Leighton Meester เป็นสีขาวเรียบๆ และไม่ได้มีรายละเอียดอะไรเลย แต่เมื่อหยิบเครื่องประดับสีทองอย่างต่างหูแชนเดอเลียร์และกำไลจาก Cathy Waterman ทำให้ได้ลุคแบบเทพนิยายกรีกโบราณ
Jamie-Lynn Sigler ในชุดเมทัลลิคแวววับทั้งตัว เบรคด้วยต่างหูคริสตัลรูปหยดน้ำ กำไลประดับพลอยและแหวนเพชรคอลเทลรูปดอกไม้ ซึ่งดูกลมกลืนในภาพรวม
ไม่มีเครื่องประดับใดจะเข้ากับชุดสีแดงได้ดีไปกว่าเครื่องประดับสีทอง อย่างที่ Hayden Panettiere เลือกมาใช้ คือ ต่างหูประดับเพชรรูปหอย และสร้อยคอ 18K รูปงู ส่วน Debra Messing เลือกต่างหูประดับเพชรรูปใบไม้ จาก Lorraine Schwartz
สำหรับ Jennifer Morrison ไม่ยอมให้เครื่องประดับมาขโมยซีนชุดหรู จึงเลือกเครื่องประดับชิ้นเล็กๆแต่มูลค่าไม่เล็กจาก Cartier อย่างแหวนไพลินประดับเพชร และต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยว 3 กะรัต ซึ่งมีมูลค่ารวม 500.000 เหรียญสหรัฐ
ข้อมูลและภาพประกอบ InStyle
1/05/2553 |
Posted in
Celebrity,
diamond,
Event,
Fashion,
Gold
|
Read More »
สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอบรมพิเศษ "การออกแบบเครื่องประดับโดยใช้โปรแกรม JewelCAD" ค่าใช้จ่ายท่านละ 1,000 บาท รับจำนวนจำกัดเพียง 80 ท่านเท่านั้น
รายละเอียดและใบสมัคร
1/04/2553 |
Posted in
Course,
Design
|
Read More »
ก้อนกรวดสีสันสวยงามขนาดต่างๆกันไปบนชายหาดที่ได้ชื่อว่า Glass beach ทางตอนเหนือของ Mendocino รัฐแคลิฟอร์เนียที่เห็นอยู่นี้ แท้จริงแล้วเป็นก้อนกรวดที่แปรสภาพมาจากขยะที่ถูกทิ้งลงไปในช่วงปี 1950-1967 โดยพื้นที่นี้แต่เดิมเป็นของบริษัท lumber ซึ่งใช้เป็นที่ทิ้งขยะจากครัวเรือน อุปกรณ์ไฟฟ้า รวมไปถึงรถยนต์! ดูเหมือนว่าความพยายามในการทำความสะอาดและฟื้นฟูชายหาดนี้ให้กลับเป็นเหมือนเดิมจะไม่สำเร็จได้ง่ายๆ เพราะพื้นทรายทั่วทั้งพื้นที่ของชายหาดถูกแทนที่ด้วยก้อนกรวดซึ่งเป็นเศษแก้วที่ถูกกันเซาะในท้องทะเลจนมีผิวเรียบเหล่านี้

รัฐแคลิฟอร์เนียได้ซื้อชายหาดนี้เป็นจำนวนเงิน 2.48 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2003 เพื่อใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสาธารณะ แต่นักท่องเที่ยวไม่สามารถเก็บก้อนกรวดสีสวยเหล่านี้กลับไปเป็นที่ระลึกได้
แม้ว่าขยะจะทำให้เกิดปรากฏการณ์อันน่าทึ่งแบบนี้ได้ แต่คงจะดีกว่าถ้าเราช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมนะคะ เพราะนี่คงเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวที่ธรรมชาติจะช่วยเปลี่ยนขยะให้กลายเป็นสิ่งสวยงามที่ทำให้โลกเราน่าอยู่ขึ้น
ข้อมูลและภาพประกอบ WebEcoist
1/04/2553 |
Posted in
gemstone,
News,
rock,
Stone
|
Read More »
เอ่ยชื่อ “พรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล” คนในวงการอัญมณีและแวดวงไฮโซรู้จักเขาดีในฐานะประธานกรรมการกลุ่มบริษัท บิวตี้ เจมส์ จำกัด และบริษัทในเครือ ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างจุดเปลี่ยนให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย จนกลายเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญและสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นเงินมหาศาล และทำให้ความคิดฝันที่จะสร้างไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับระดับแถวหน้าของโลก เป็นเรื่องที่เกิดได้จริง
นอกจากนี้เขายังมีบทบาทสำคัญและได้รับการยอมรับในฐานะ “นักวางแผนยุทธศาสตร์” ในการก่อตั้งมูลนิธิ สมาคม และสถาบัน เกี่ยวกับอัญมณีและเครื่องประดับ และที่สำคัญการสร้างพิมพ์เขียวหรือการวางรากฐานพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีไทย กลายเป็นโมเดลต้นแบบที่นำไปพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นๆของไทยให้ก้าวหน้าได้อีกด้วย
จุดเริ่มต้นการเป็นนักวางแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติของพรสิทธิ์ ที่เข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีไทย น่าจะกล่าวได้ว่า เริ่มต้นมาจากเมื่อกว่า 30 ปีก่อนที่เขาเข้ามาดำเนินธุรกิจ บิวตี้ เจมส์ จนสามารถขยายอาณาจักรสืบทอดมาถึงวันนี้ 3 เจเนอเรชันแล้ว
บิวตี้ เจมส์ มีมาตั้งแต่ปี 2507 พรสิทธิ์ย้อนอดีตให้ฟังและเล่าว่า รากฐานธุรกิจเดิมเริ่มมาตั้งแต่ยุคคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งทำร้านค้าเพชรพลอยและเงินจำหน่ายในประเทศ มาถึงยุคพี่ชายคนโตก็เข้ามาขยายด้านการส่งออก แต่จุดเปลี่ยนที่ชัดเจนเกิดขึ้นเมื่อ 38 ปีก่อน เมื่อพรสิทธิ์เดินทางกลับมาจากสหรัฐฯ หลังจากไปใช้ชีวิตและเรียนหนังสืออยู่ 6 ปี เนื่องจากตอนเด็กค่อนข้างเกเร ชอบหนีเที่ยว เป็นนักเลงตรอกโรงภาษีย่านบางรัก และลูกคนกลาง ตอนเด็กเรียนหนังสือที่โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก แต่ไปต่อมัธยมที่โรงเรียนปานะพันธุ์ จึงมีเพื่อนเยอะและเรียกกันว่า “ฮ้อน” พออายุ 15 ก็ไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา เลือกเรียนสาขาบริหารธุรกิจด้าน Merchandising และโฆษณาจากมหาวิทยาลัย Youngstown State ที่มลรัฐโอไฮโอ
ตอนกลับมาอายุประมาณ 21-22 กำลังเป็นหนุ่มไฟแรง หลังจากช่วยงานพี่ชายได้ 2 ปี ก็เกิดแนวคิดอยากวางรากฐานด้านการค้าของครอบครัวใหม่ ด้วยการคิดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าแทนการซื้อมาขายไป ด้วยการเป็นผู้เจียระไนเพชรพลอยเอง
เขายอมรับว่าตอนนั้นใช้เวลาศึกษาและเรียนรู้อยู่หลายปี ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งพบปัญหาเยอะมาก ทั้งกฎเกณฑ์รัฐ ข้อห้าม แต่สุดท้ายก็เคลียร์ปัญหาได้หมดทั้งในส่วนธุรกิจและปัญหาอุปสรรคของอุตสาหกรรม “คนส่วนใหญ่พูดว่าถ้าจะทำอะไรต้องให้ตัวเองประสบความสำเร็จก่อนแล้วค่อยไปเผื่อแผ่คนอื่น แต่ผมคิดกลับกัน คือ ทำไปพร้อมๆ กันจะได้มีพลังและโอกาสมันเหลือเฟือ”
บิวตี้ เจมส์ จึงกลายเป็นบริษัทแรกที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ในการตั้งโรงงานและโรงเรียนเจียระไนรวมทั้งริเริ่มตั้งสมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับ การจัดงานแสดงสินค้า Bangkok Gems & Jewelly “การบุกเบิกธุรกิจและอุตสาหกรรมตอนนั้นก็ได้ตัวแทนภาครัฐจากหลายส่วนที่มีวิสัยทัศน์ช่วยกันผลักดันจนสำเร็จมาได้ และทำให้อาณาจักรธุรกิจบิวตี้ เจมส์ วันนี้ไม่เพียงมียอดขายที่อยู่ระดับแถวหน้าของประเทศจากกระบวนการผลิตที่ควบวงจร แต่ยังสร้างแบรนด์สินค้าเป็นที่ยอมรับในต่างประเทศ ถ้าถามว่าวันนี้ผมแฮปปี้ไหม กับเป้าหมาย โดยส่วนร่วมทั้งหมดแล้วใช่ แต่ว่าดวงดาวไปถึงจริงไหม แบบที่เรามอง ก็ถึงนะแต่ยังเกรงๆ อยู่ว่า ต้องมีคนสานต่อ เพราะถ้าเราหยุดพัฒนาก็จะล้าหลัง แต่ถ้ามีคนใหม่เข้ามาก็จะทำให้เราแข็งแรงขึ้น”
ซึ่งเขาก็โชคดีที่ได้ลูกชายทั้งสองคนเข้ามารับถ่ายโอนการบริหารธุรกิจไปเต็ม 100% แล้ว มีเพียงข้อคิดที่ใช้แนะนำลูกคือ ”ให้รู้ตัวเองเสมอว่ากำลังทำอะไรอยู่ และอย่ากลัว ต้องกล้าทำกล้าลองผิดลองถูก ก็คือเรียนรู้ และมีเราคอยดูอยู่ข้างหลัง ซึ่งผมก็โดนมาอย่างเดียวกันนี้ในตอนแรกๆ” บวกกับประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาก็ถ่ายทอดให้ลูกๆไปใช้เป็นบทเรียน ข้อคิดในการทำงาน ซึ่งโดยส่วนตัวพรสิทธิ์มักจะยึดหลัก วางแผน ป้องกัน ไว้ก่อนที่จะต้องแก้ “ผมเป็นคนแก้ปัญหาไม่เก่ง ผมก็ไม่อยากให้มีปัญหา จึงพยายามวางแผน คือให้เกิดปัญหาน้อยที่สุดและจัดการได้ง่ายเพื่อจะได้เดินหน้าได้ต่อไป”
หลักอีกสิ่งที่นำมาใช้บ่อยคือ “การยืดหยุ่น หรือ ถอยบ้าง ไม่ใช่ถอยเพื่อถอย แต่ผมถอยเพื่อรุก เพราะเราจะสร้างมิติได้ตลอดเวลา และเผชิญกับความเป็นจริง ใช้เหตุและผลในการทำงาน” และเขาเชื่อว่า “สิ่งที่เราทำไป ผลมันย่อมกลับมาเสมอ พระพุทธศาสนาก็สอนไว้ง่ายๆ ตนเป็นที่ตั้งของตน ทำอะไรไปแล้วมันก็ย้อนกลับมาเสมอ แนวคิดนี้ผมใช้มาตลอด และดูผลข้างเคียงว่า จะเกิดอะไรบ้าง ต่อไปข้างหน้า ต้อง balance”
”ผมไม่ใช่นักบริหาร เพราะผมบริหารไม่เก่ง แต่ผมชอบคิด ชอบขายไอเดีย” ช่วงที่เหลือของชีวิต ตอนนี้แม้จะเคยคิดเกษียณตอนอายุ 45 แต่มาถึงวันนี้ 60 แล้ว เขาก็ยังมุ่งมั่นที่จะทุ่มเทให้กับการทำงานเชิงยุทธศาสตร์ในระดับชาติ รวมทั้งสานงานต่อหลังจากวางพิมพ์เขียวให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไว้ครบวงจร โดยเฉพาะหลักสูตรการศึกษา ตั้งแต่ศึกษาวิจัยวัตถุดิบ การออกแบบ การบริหารจัดการ ผ่านมหาวิทยาลัยต่างเพื่อผลิตบุคลากรป้อนให้กับอุตสาหกรรม ที่จะช่วยต่อยอดสร้างรายได้ให้กับประเทศได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น
พรสิทธิ์อธิบายว่า แนวคิดการพัฒนาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับนั้นอาวุธที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการขุนคนเก่งที่สุดในโลก แล้วเชื่อมต่อความคิดคนเหล่านี้เข้าด้วยกัน หากแข็งแกร่งทั้งโปรดักชันและการเพิ่มมูลค่า(value) ให้สินค้าได้ จะช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศเพิ่มอย่างมหาศาล แต่เนื่องจากหลังๆ มานี้ ที่น่าเป็นห่วงคือ นอกจากการแข่งขันจากเพื่อนบ้าน เช่น จีน และอินเดีย ที่มีคนเป็นพันล้านสามารถผลิตบุคลากรได้จำนวนมากและราคาถูกแล้ว ยังมีผลจากการเปิดเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ของไทยกับหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น
จุดนี้หากผู้ประกอบการไทยเราไม่แข็งแรง ก็เหมือนเป็นการเปิดประตูให้ต่างชาติเข้ามาเทกโอเวอร์กิจการในไทย เพื่อใช้ไทยเป็นฐานผลิตแต่ไปสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการตลาดเข้ากระเป๋าประเทศตัวเอง “เราจึงจำเป็นต้องร่วมกันวางยุทธศาสตร์ สร้างทีมงานและแข่งขันร่วมกันในระดับชาติ”
อีกเรื่องที่พรสิทธิ์คาดหวังที่จะผลักดันให้เกิดขึ้น คือ แนวคิดพัฒนาอัญมณีเป็นสินค้าแฟชั่นที่ทุกคนสวมใส่ได้ไม่ต่างจากเสื้อผ้าแฟชั่นแต่ราคาไม่แพง เพื่อเป็นการสร้างมิติใหม่ในวงการ ด้วยการทำให้เกิดตลาดใหม่ อาจจะแยกเป็น 2-3 ตลาด คือ กลุ่มตลาดที่นิยมอัญมณีจากธรรมชาติ (nature) กลุ่มตลาดที่นิยมกึ่งธรรมชาติ( half nature) หรือนาโนที่ราคาไม่แพง และกลุ่มตลาดซินเทติก (synthetic - อัญมณีสังเคราะห์) เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างยั่งยืน “ผมอยากเห็นการสร้างตลาดใหม่และพัฒนาต่อยอดอัญมณีไทยให้เป็นเหมือนสินค้าที่คนอยากบินมาซื้อในไทย เหมือนกับที่คนนิยมบินไปซื้อน้ำหอมที่ปารีส
ข้อมูล Experience Business End Zone
1/04/2553 |
Posted in
Marketing,
OpenMind
|
Read More »