Loading
250x250 Free Watch

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารทางอีเมล์:

กรุณาตรวจสอบอีเมล์เพื่อยืนยันหลังจากทำการสมัคร

โพสล่าสุด

แบ่งปัน

“เลล่าร์” เครื่องประดับดีไซน์

เลล่าร์ “Leila” เป็นแบรนด์เครื่องประดับ ที่เกิดขึ้นจากน้องรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่ต้องเริ่มต้นการทำงานด้วยการก้าวเข้าสู่การเป็นเถ้าแก่หน้าใหม่ หลังจากเรียนจบ เพราะด้วยเศรษฐกิจที่รัดตัว ทำให้การหางานทำในช่วงนี้ เป็นไปค่อนข้างยาก การสร้างอาชีพของตนเองน่าจะเป็นทางออกที่ดี

บุณวรา วรรณพิน (เตย) และ ลัษมณ ผาติพิพัฒน์ (เบล) เล่าว่า หลังจากเรียนจบคณะสถาปัตยกรรม สาขาวิชาออกแบบผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตนเองและเพื่อนอีก 2 คน “ภูริตา ธิติกุลมาศ” และ “ธนวรรณ ธนากรพิพัฒนกุล” ได้ออกแบบเครื่องประดับที่ทำจากทองเหลืองและอะคริลิก ออกมาจำหน่าย ภายใต้แบรนด์ “เลล่าร์”

www.manager.co.th

สาเหตุที่เลือกวัสดุทั้ง 2 ชนิด เพราะในตลาดยังไม่มีคนให้ความสนใจกับการเลือกวัสดุดังกล่าวมาใช้ทำเครื่องประดับ โดยเริ่มต้นจากการนำทองเหลืองมาใช้ก่อน เพราะทองเหลืองนั้นมีความแข็งแรงทนทาน และราคาถูก เนื่องจากเราเพิ่งเริ่มทำธุรกิจ จำเป็นต้องเลือกใช้วัสดุที่ราคาไม่แพง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงิน หรือทอง ทองเหลืองจะราคาถูกหลายสิบเท่า ทำให้เราไม่ต้องใช้ทุนในการทำงานสูงมากนัก และจำหน่ายได้ง่ายเพราะราคาไม่แพง และทองเหลืองยังสามารถนำชุบให้เกิดสีตามที่ต้องการได้


“การผลิตเครื่องประดับเลล่าร์ขายในครั้งนี้ เราไม่ได้มีเงินทุนมากนัก เพราะเราใช้เงินเก็บสะสมของทุกคนในระหว่างเรียนมาใช้เป็นต้นทุนในการทำงาน ซึ่งในช่วงเริ่มต้นได้ใช้เงินไปแล้วประมาณ 20,000 บาท และยังไม่คิดว่าจะคืนทุนเมื่อไหร่ เพราะช่วงนี้เป็นเพียงแค่เริ่มต้น ยังต้องใช้ทุนเพื่อการขยายตลาดและการพัฒนาการผลิต และก็คงต้องดูผลตอบรับจากลูกค้าด้วย”

ในส่วนของเครื่องประดับที่ทำจากอะคริลิกเช่นเดียวกัน คือ ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน และเป็นวัสดุที่ราคาถูก หาซื้อได้ทั่วไป งานทุกชิ้นจะเน้นขายงานดีไซน์ที่แปลกใหม่ ซึ่งในคอลเลคชั่นแรกนี้ ได้แนวคิดมาจากการนำของใช้ที่อยู่รอบตัวมาใช้ออกแบบเป็นเครื่องประดับในรูปของสร้อย ไม่ว่าจะเป็นแว่นตา กุญแจ หมวก กระเป๋า ฯลฯ

www.manager.co.th

ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย เริ่มจากการออกงานแสดงสินค้าตลาดนัดนักออกแบบ ในงานปล่อยแสง ที่ศูนย์แสดงสินค้า TCDC ที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม และยังได้ร่วมออกงานแสดงสินค้ากิ๊ฟแอนด์พรีเมี่ยม ที่จัดโดยสมาคมของขวัญของชำร่วยไทยและของตกแต่งบ้าน ซึ่งจัดที่เดอะมอลล์บางกะปิ ที่ผ่านมา ส่วนแผนในอนาคตมีโครงการที่จะนำสินค้าไปวางขายในร้าน Loft ที่สยามดิสคัฟเวอรี่ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการนำสินค้าไปแนะนำ และการขายผ่านทางเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องการขายสินค้าด้านงานออกแบบ และอยู่ในระหว่างการทำเว็บไซต์ของตนเอง

การขายผ่านทางเว็บไซต์ที่เป็นเว็บขายสินค้านานาชาติ เป็นช่องทางหนึ่งช่วยให้ลูกค้าจากทั่วโลกได้รู้จักเรา และเป็นช่องทางในการขยาตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งปัจจุบันผู้ผลิตสินค้าหน้าใหม่ ที่ขายงานดีไซน์เช่นเดียวกับเราก็ใช้วิธีการดังกล่าวนี้เช่นกัน


ส่วนการตั้งราคาขาย ให้ความสำคัญกับเรื่องของการขายความคิด พอกับต้นทุนในเรื่องของวัสดุ ซึ่งเชื่อว่าถ้าลูกค้าพึ่งพอใจ ราคาก็ไม่น่าจะเป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ซึ่งราคาของเราก็ไม่แพงเป็นราคาที่สมเหตุสมเหตุ โดยราคาเครื่องประดับทองเหลืองเริ่มต้นที่ 590 บาท ขึ้นไป ส่วนสร้อยที่ทำจากอะคิลิก ราคา 250 บาท รูปแบบของเครื่องประดับประกอบไปด้วย สร้อย แหวน สร้อยข้อมือ เข็มกลัด ต่างหู ฯ โดยได้มีการออกแบบมาแล้วทั้งหมดกว่า

www.manager.co.thจุดเด่นของเราอีกอย่างหนึ่งคือ แต่ละแบบจะทำออกมาไม่ให้ซ้ำกันมากนัก เพื่อว่าลูกค้าจะได้สินค้าที่ไม่ซ้ำกับใคร ในส่วนของคอลเลคชั่นที่ทำจากอะคิลิก ผสมผสานกราฟฟิค กับศิลปะเข้าด้วยกัน ทำให้งานออกมาดูมีมิติ เป็นสามมิติ ซึ่งในส่วนของแบรนด์เลล่าร์นั้น ไม่ได้ติดอยู่ที่ตัววัสดุต้องเป็นทองเหลือง หรือ อะคิลิก แต่เราจะให้ความสำคัญกับงานดีไซน์”

สำหรับกลุ่มลูกค้าเป็นคนรุ่นใหม่ที่ชอบการแต่งตัวทันสมัย และสนใจงานดีไซน์ที่แปลกใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าของเราจะมีอยู่ทุกกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวัยเริ่มต้นทำงาน เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ส่วนวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษา เป็นกลุ่มเป้าหมายของเราเช่นกัน แต่จากยอดขายในกลุ่มนี้ยังไม่มากเพราะเป็นกลุ่มที่ยังไม่มีรายได้

ในส่วนของขั้นตอนการผลิตของทองเหลือง และอะคริลิก จะแตกต่างกันมาก การผลิตชิ้นงานที่เป็นทองเหลือง จะต้องขึ้นรูปด้วยมือทุกขั้นตอน ทำให้การทำงานแต่ละชิ้นต้องใช้เวลา เป็นเหตุผลให้งานทองเหลืองมีราคาแพง ในขณะที่งานอะคริลิกสามารถขึ้นรูปได้ครั้งละจำนวนมากๆ จากการใช้เลเซอร์คัท มาเป็นตัวตัด และนำมาประกอบที่ละชิ้นจนได้ออกมาเป็นชิ้นงานดังกล่าว

การรวมตัวกันมาทำตรงจุดนี้ เกิดขึ้นมาจากเราต้องการมีกิจการเป็นของตัวเอง เพื่อสะสมประสบการณ์ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเข้าไปเป็นลูกจ้างในบริษัท หรือ การจะลงทุนทำธุรกิจของตัวเองอย่างจริงจังมากกว่า ซึ่งการเริ่มต้นธุรกิจครั้งนี้จะเป็นงานอดิเรก หรือเป็นงานประจำในอนาคตก็ต้องขึ้นอยู่กับการตอบรับของลูกค้าว่ามีมากน้อยแค่ไหนด้วย

โทร.08-6052-5888

 

ข้อมูลและภาพประกอบ ASTVผู้จัดการออนไลน์

10/01/2552 | Posted in , , , , , | Read More »

ค้นพบเพชรดิบขนาด 507 กะรัต

www.luxist.com เพชรดิบขนาด 507 กะรัตเม็ดนี้ ถูกพบที่เหมือง Petra Diamonds Cullinan ในแอฟริกาใต้ จากการวิเคราะห์เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นเพชรในกลุ่ม Type II จากลักษณะที่ใสและไร้มลทิน ซึ่งนับว่าหาได้ยากมาก และเมื่อดูตามสถิติจะพบว่า เพชรเม็ดนี้สามารถจัดให้อยู่ใน 20 อันดับของเพชรดิบที่มีคุณภาพดีที่สุดตั้งแต่มีการค้นพบมา ซึ่งนอกจากการพบเพชรขนาดใหญ่เม็ดนี้แล้ว ในบริเวณใกล้ๆกันนั้น ยังพบเพชรขนาด 168 กะรัต 58.5 กะรัต และ 53.3 กะรัตด้วย

เหมืองเพชรแห่งนี้เป็นเหมืองที่มีการผลิตเพชรคุณภาพดีออกมามากมาย เช่น

  • เพชรคุณภาพดีขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงอย่าง Cullinan ที่มีน้ำหนักก่อนเจียระไน 3,106 กะรัต
  • เพชรกาญนาภิเษก หรือ Golden Jubilee ซึ่งเป็นเพชรสีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก น้ำหนักก่อนเจียระไน 755 กะรัต
  •  Centenary น้ำหนักก่อนเจียระไน 599 กะรัต เป็นเพชรเม็ดใหญ่ที่สุดในโลกที่ได้รับการเจียระไนแบบ modern cut จำนวน 247 เหลี่ยม โดยใช้เวลาถึง 3 ปีเต็มในการเจียระไน โดยฝีมือของ Gabi Tolkowsky
  • Taylor-Burton น้ำหนัก 69 กะรัต ซึ่ง Richard Burton ได้ซื้อเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับ Elizabeth Taylor จึงได้ชื่อว่า “Taylor-Burton”

สำหรับเพชรที่ถูกค้นพบล่าสุดนี้ จะถูกนำไปวิเคราะห์โดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง และแน่นอนว่ามันจะถูกเจียระไนออกมาให้เราได้ยลโฉมกันอย่างแน่นอน

ข้อมูลและภาพประกอบ Luxist

9/30/2552 | Posted in , , , | Read More »

เทรดทอง10บาทเริ่มต้นปี 53

TFEX เทรดทองคำ 10 บาท ในโกลด์ฟิวเจอร์ส ไตรมาสแรก ปี 2553 เสนอเข้าบอร์ดอนุมัติต.ค.

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) หรือ TFEX เปิดเผยว่า ทางตลาดอนุพันธ์จะเสนอให้คณะกรรมการพิจารณาภายในเดือนต.ค. เพื่อเพิ่มสินค้าของสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (โกลด์ฟิวเจอร์ส) อ้างอิงทองคำน้ำหนัก 10 บาท คาดว่าจะเริ่มได้ประมาณไตรมาสแรกปี 2553 ส่วนน้ำหนัก 50 บาท ที่ซื้อขายในปัจจุบันยังคงมีอยู่เหมือนเดิม

สำหรับความพร้อมทางด้านระบบซื้อขายนั้นได้มีการวางระบบไว้พร้อมแล้ว เหลือเพียงการให้ข้อมูลกับผู้ลงทุนเท่านั้น

นางเกศรา กล่าวว่า ภายหลังของการเปิดให้ซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สน้ำหนัก 10 บาท จะทำให้ปริมาณการซื้อขายคึกคักมากขึ้น รวมถึงจำนวนผู้ลงทุนที่จะเพิ่มขึ้นด้วย

ก่อนหน้านี้ทาง TFEX ได้มีการสอบถามข้อมูลไปยังสมาชิกในตลาดอนุพันธ์หลายครั้งถึงการปรับลดขนาดของสัญญาให้เล็กลง จึงได้มีการยื่นเรื่องไปที่คณะกรรมการเพื่อให้พิจารณา แต่ผลจะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับคณะกรรมการว่าจะเห็นชอบหรือไม่

ทั้งนี้ ในส่วนเสียงเรียกร้องของสมาชิกต้องการให้ตลาดอนุพันธ์ขยายเวลาในการซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส เพื่อให้สอดคล้องกับระยะเวลาการซื้อขายทองคำในตลาดโลกนั้น ยังต้องพิจารณาถึงผลได้และผลเสีย รวมถึงความคุ้มค่าในการเพิ่มเวลาซื้อขายด้วย

นางเกศรายังกล่าวถึงความคืบหน้าของอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Interest Rate) ที่จะเป็นสินค้าตัวต่อไปนั้นว่า ประเมินในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะเปิดให้ซื้อขายได้ประมาณไตรมาส 3 ของปีหน้า

ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของอัตราดอกเบี้ยที่จะนำมาอ้างอิงว่า ระหว่างดอกเบี้ยตราสารหนี้ ซึ่งจะมีรายละเอียดที่จะต้องพิจารณาว่าควรเลือกอายุเท่าไร 3 ปี 5 ปี 7 ปี และ 10 ปี หรือจะใช้อ้างอิงกับดอกเบี้ยระยะสั้น ซึ่งจะต้องเขาไปดูในรายละเอียดอีกว่าควรจะเลือกใช้อ้างอิงกับดอกเบี้ยประเภทใด หรือควรจะใช้ทั้งสองประเภท

ทั้งนี้ ก่อนเปิดให้บริการทาง TFEX เอง คงจะพยายามให้ความรู้และทำความเข้ใจกับผู้ลงทุนล่วงหน้าถึงสินค้าดังกล่าว เพราะเป็นสินค้าใหม่ที่อาจจะเข้าใจยาก ดังนั้นในเบื้องต้นคาดว่ากลุ่มที่เข้ามาซื้อขายในเบื้องต้นจะเป็นกลุ่มผู้ลงทุนสถาบัน ธนาคาร และบริษัทประกันมากกว่าจะเป็นเช่นผู้ลงทุนรายบุคคล

ข้อมูล โพสทูเดย์

9/30/2552 | Posted in , , | Read More »

What’s hot? – Pearl Strand

สร้อยมุกไม่ใช่ไอเท็มที่สาวๆลงความเห็นว่า เป็นเครื่องประดับสุดเชยที่เหมาะกับคุณหญิงคุณนายหรือป้าแก่อีกต่อไปแล้วค่ะ ณ ตอนนี้กำลังอินสุดๆในวงการแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอเมริกาที่เป็นไอเท็มฮอตของเหล่าเซเลบ เรื่อยมายังญี่ปุ่นและฮ่องกง ที่เห็นสร้อยมุกนำไปใช้ในการถ่ายแฟชั่นหลายเล่ม และบรรดาเซเลบก็เริ่มใส่ให้เห็นกันมากขึ้นแล้วด้วย หากใครยังยึดติดว่า สร้อยมุกนั้นเหมาะที่จะใส่กับชุดสีดำหรูหรา หรือใช้ใส่ออกงานเท่านั้น มาดูแฟชั่นเหล่านี้กันค่ะ

สังเกตดูดีๆจากแฟชั่นของสาวๆเหล่านี้ จะพบว่า สร้อยมุกสุดหรูของ Chanel อย่างที่ Ashley Simpson ใส่นั้น ยังสามารถไปกันได้ดีกับเสื้อยืดลายขวางธรรมดาๆ หรือสร้อยมุกที่ Misha Barton ใส่กับเดรสสีเขียวเรียบๆ ก็ช่วยเพิ่มลุคแสนหวานราวกับเจ้าหญิงให้เธอได้ทันที แม้แต่ลุคเปรี้ยวปรี๊ดอย่างสาว Riannah ที่จับสร้อยมุกหลายๆแบบมาใส่เป็นพวงอย่างที่เห็น

www.mycherrymagazine.com monicatsao.com  celebritybug.blogspot.com

 

ไม่ว่าจะแต่งออกมาได้ลุคแบบไหนนั้น ทั้งหมดก็ขึ้นกับความมั่นใจและความสามารถในการดัดแปลงมาใช้ของเรานั่นเองค่ะ

ภาพประกอบ www.mycherrymagazine.com, monicatsao.com, celebritybug.blogspot.com

9/29/2552 | Posted in , , , , , , , | Read More »

ดีไซน์ใหม่ของเพชรโฮป

www.luxist.com ถ้าเอ่ยถึงชื่อเพชรสีน้ำเงินขนาด 45.52 กะรัตที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง “เพชรโฮป” หรือ Hope Diamond คงจะมีน้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินชื่อของเพชรอันเลื่องชื่อนี้ เพชรโฮปได้รับการขนานนามว่าเป็นเพชรต้องคำสาป เพราะไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่เคยได้ครอบครองเพชรเม็ดนี้ ต่างประสบกับหายนะทั้งสิ้น จนในที่สุดเมื่อเพชรเม็ดนี้ตกมาเป็นของ Harry Winston จึงได้ถูกมอบให้กับพิพิทธภัณฑ์สมิทโซเนียน (The Smithsonian Institution National Museum of Natural History) เมื่อ 50 ปีที่แล้ว

ในโอกาสที่ครบรอบ 50 ปีของการบริจาคเพชรให้กับพิพิทธภัณฑ์แห่งนี้ เพชรโฮปจะถูกนำมาประดับลงในตัวเรือนดีไซน์ใหม่ตามรูปที่เห็น โดยการผลิตของ Harry Winston ซึ่งดีไซน์นี้เป็นดีไซน์ที่ได้รับการโหวตสูงสุดจากทั้งหมด 3 ดีไซน์ด้วยกัน โดยได้รับคะแนนเสียง 45,000 คะแนน จากทั้งหมด 110,000 คะแนน

 www.msnbc.msn.com สำหรับขั้นตอนการผลิตและรูปลักษณ์ใหม่ของเพชรโฮป จะมีการเผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2010 ทางรายการสารคดีของพิพิทธภัณฑ์ในชื่อ “Mystery of Hope Diamond” และช่วงปลายปี 2010 ก็จะนำเพชรโฮปกลับไปประดับไว้ในตัวเรือนดั้งเดิมซึ่งเป็นแพลตินั่มล้อมรอบด้วยเพชรรูปหยดน้ำจำนวน 16 เม็ด เชื่อมกับสร้อยเพชรทรง cushion อีกจำนวน 45 เม็ด

ซึ่งแน่นอนว่า ขณะที่ตัวเรือนดีไซน์ใหม่กำลังอยู่ในระหว่างการผลิตจนถึงการปรากฏโฉมของเพชรโฮปในรูปลักษณ์ใหม่นั้น ตัวเรือนดีไซน์ดั้งเดิมที่กล่าวมาจะถูกจัดแสดงไว้โดยปราศจากเพชรสีน้ำเงินไปจนถึงปลายปี 2010

ข้อมูลและภาพประกอบ  www.luxist.com, www.msnbc.msn.com

9/27/2552 | Posted in , , , , | Read More »

พาเที่ยวถนนอัญมณี

ถนนอัญมณี เป็นคำเรียกขาน หมายถึง บริเวณถนนศรีจันท์และซอยกระจ่าง นับเป็นถนนเศรษฐกิจของจังหวัด เพราะเป็นที่ตั้งของร้านเจียระไนพลอยและร้านค้าอัญมณีต่าง ๆ ซึ่งอาจนับได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นตลาดค้าพลอยเจียระไน  ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ในวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 -15.00 น. ยังสามารถเห็นบรรยากาศการซื้อขายพลอยของบรรดานายหน้าและพ่อค้าพลอย ที่เดินทางมาจากที่ต่าง ๆ กันทั้งชาวไทยและชาวต่างชาตินับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองจันทบุรี ซึ่งไม่อาจพบได้ในจังหวัดอื่น

ข้อมูล: การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
วีดีโอ: รายการเจอร์นี่

9/24/2552 | Posted in , , , | Read More »

สถาบันจีไอเอจัดงานสัมมนาอัพเดทเทคนิคการเจียระไนพลอย

สถาบันอัญมณีศาสตร์แห่งสหรัฐอเมริกา หรือจีไอเอ สาขาประเทศไทย จะจัดงานสัมมนาด้านอัญมณีครั้งที่ 28 ขึ้น ซึ่งงานนี้ ได้รับเกียรติจาก มร. วอร์เรน ไวส์ ผู้ก่อตั้ง Lapidary by Warren Weise ผู้ซึ่งได้รับขนานนามว่าเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญการเจียระไนพลอยสี ในงานสัมมนาในครั้งนี้ มร.ไวส์จะแบ่งปันประสบการณ์ของเขาในสายธุรกิจพลอยรวมทั้งอัพเดทเทคนิคต่างๆ ในการเจียระไนพลอยสีอีกด้วย

ทางสถาบันจีไอเอขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมรับประทานอาหารว่างและเครื่องดื่ม ณ ห้อง มูราโน ชั้น 2 โรงแรมตะวันนา ในวันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552 เริ่มเวลา 18.00 น. ซึ่งการบรรยายจะเริ่มต้นเวลา 19.00 น.

งานสัมมนานี้ จัดขึ้นโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งนี้ สำหรับผู้สนใจทั่วไป

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-632-4090 และ 02-237-9575 ภายในวันอังคารที่ 29 กันยายนนี้

ข้อมูล ThaiPR.net

9/24/2552 | Posted in , , | Read More »

Mystery Gem : Nebula Stone

NebulaStone by www.colored-stone.com

หินก้อนนี้มีชื่อว่า “Nonbula Stone” ค่ะ ได้ชื่อมาจากลักษณะของหินที่มีพื้นสีดำ และถูกแต่งแต้มด้วยกระจุกสีเทาคล้ายกับกลุ่มดาวบนท้องฟ้า จึงเป็นที่มาของคำว่า Nobula นั่นเอง หินสวยงามนี้ถูกค้นพบโดย Karen และ Ron Nurnberg ในปี 1994  ระหว่างการไปพักแรมทางตอนใต้ของประเทศเมกซิโก จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการค้นพบ nobular stone ในพื้นที่อื่นๆ ทำให้เป็นที่เข้าใจกันว่ามีเพียงแถบตอนใต้ของเมกซิโกเท่านั้นที่เป็นแหล่งกำเนิดของหินชนิดนี้

ความมหัศจรรย์ของ nobular stone นอกจากจะไม่พบในแหล่งอื่นๆแล้ว เมื่อวิเคราะห์แร่องค์ประกอบก็พบ quartz, feldspar (anorthoclase), amphiboles (riebeckite,arfvedsonite), pyroxene (aegirine), acmite, calcite และ zircon ทำให้ไม่สามารถจัดกลุ่มให้กับหินชนิดนี้ได้ คุณสมบัติอื่นๆที่ทำการทดสอบได้ คือ ความแข็ง 6.5 –7 และมีความเหนียวคล้ายหยก (jadite)

สามารถเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหินชนิดนี้ได้ที่ http://www.nebulastone.com/

9/23/2552 | Posted in , , , , | Read More »

เครื่องเพชรให้เช่า! สำหรับเจ้าสาว

www.adornbrides.com ในวันแต่งงานเจ้าสาวจะต้องสวยที่สุด เพียบพร้อมทั้งชุด ทรงผม และที่ขาดไม่ได้คือ เครื่องประดับ ซึ่งข้อนี้เป็นปัญหาสำหรับเจ้าสาวหลายๆคนที่มีงบประมาณจำกัด เพราะเงินส่วนใหญ่หมดไปกับการจัดงานและแหวนแต่งงานแล้ว

แต่ว่าตอนนี้มีบริการให้เช่าชุดเครื่องประดับสำหรับเจ้าสาวกันแล้วค่ะ บริษัทผู้ให้เช่านี้มีชื่อว่า Adorn Bride เป็นหนึ่งในบริการจาก The Knot เวบไซต์แต่งงานยอดนิยมเวบหนึ่งของสหรัฐอเมริกา โดยผู้เช่าสามารถเข้าไปเลือกเครื่องประดับชิ้นที่ต้องการเช่าได้เอง และชำระเงินค่าเช่าทางบัตรเครดิต เครื่องประดับจะส่งถึงผู้เช่า 2 วันก่อนพิธีการแต่งงานจะเริ่มขึ้น และเมื่อสิ้นสุดการใช้งาน ผู้เช่าจะต้องส่งเครื่องประดับคืนให้กับบริษัทผ่านทางบริการของ UPS …สงสัยใช่มั๊ยคะว่าถ้าหากไม่คืน จะเกิดอะไรขึ้น? ทางบริษัทผู้ให้เช่า ก็จะชาร์ตเพิ่มจากบัตรเครดิตอีก 33%

เครื่องประดับที่ให้บริการสำหรับเช่านั้นเป็นเครื่องประดับแท้ทุกชิ้น และชิ้นที่มีมูลค่าสูงที่สุด ก็คือ สร้อยคอเพชร yellow fancy 6 กะรัต จาก Crestwood (ดังภาพ) สนนราคาที่จำหน่ายตามปกติอยู่ที่ 73,500 ดอลล่าร์สหรัฐ แต่สำหรับค่าเช่าจะอยู่ที่ 1,900 ดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น และถ้าเช่าครบชุด ซึ่งจะรวมต่างหูและสร้อยข้อมือด้วย ราคาจะอยู่ที่ 2,350 ดอลล่าร์สหรัฐค่ะ

ไม่เพียงแต่การเช่าสำหรับเจ้าสาวในงานแต่งงานเท่านั้นนะคะ ทางบริษัท Adorn Bride ยังเปิดโอกาสให้เช่าสำหรับใส่ออกงานต่างๆตามที่ลูกค้าต้องการได้ด้วย นับว่าเป็นบริการที่มีไอเดียเก๋ไก๋ที่สุดในขณะนี้ และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ดีเลยนะคะ

ข้อมูลและภาพประกอบ Adorn Bride

9/21/2552 | Posted in , | Read More »

Future of Gold

โดย นภาพร ไชยขันแก้ว

ทองคำ เป็นโลหะธาตุสีทองเหลืองอร่ามเลอค่าที่มวลมนุษยชาติให้ความสำคัญมาตั้งแต่อดีตกาล แม้วันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ค่าของทองคำก็ยังไม่แปรเปลี่ยน แต่ทองคำกำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าการค้าการลงทุนไทยทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม


ภาพจาก ผู้จัดการ นับวันทองคำยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมนุษย์ได้ให้คุณค่าของทองคำเป็นสินค้าระดับสากลที่ใช้แลกเปลี่ยน การค้าและประเทศใดที่ครอบครองทองคำไว้จำนวนมากแสดงให้เห็นถึงฐานะความมั่งคั่งของประเทศ ยิ่งสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกตลอดระยะเวลา 1-2 ปี ที่ผ่านมา ทองคำได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคและนักลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะการเก็บสะสมทองคำมั่นคงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ทองคำจึงถูกตีค่าให้เป็นสินทรัพย์ราคาแพง รวมไปถึงเป็นเครื่องมือด้านการค้า

ปริมาณความต้องการทองคำทั่วโลกโดยเฉลี่ยอยู่ราว 3,000 ตันต่อปี โดยในปี 2552 ทั่วโลกมีความต้องการทองคำประมาณ 3,658.6 ตัน คาดว่ามีแนวโน้มต้องการทองคำเพิ่มขึ้น จึงทำให้ทั่วโลกดิ้นรนเสาะหาเหมืองแร่ทองคำใหม่ๆ

ปัจจุบันประเทศที่มีเหมืองแร่ทองคำมากที่สุดในโลกอยู่ใน ประเทศจีน มีปริมาณการผลิตทองคำประมาณ 31% รองลงไปคือ แอฟริกาใต้ 27% ออสเตรเลีย 15% สหรัฐอเมริกา 7% ละตินอเมริกา 5% รัสเซีย 5% อินโดนีเซีย 4% แคนาดา 2% และอื่นๆ 4%

ส่วนประเทศไทยพบว่ามีสายแร่ทองคำประมาณ 9 แห่งที่มองว่ามีศักยภาพ คือ จังหวัดเชียงราย แพร่ สุโขทัย ลำปาง พิจิตร เพชรบูรณ์ เลย ประจวบคีรีขันธ์ ยะลา ปัจจุบันมีผู้ได้รับอาชญาบัตรเพื่อสำรวจและผลิตแร่ทองคำ จากสายแร่นี้ 2 รายด้วยกันคือ บริษัททุ่งคำในเครือทุ่งคาฮาเบอร์ ในพื้นที่จังหวัดเลย กับบริษัทอัครา ไมนิ่ง ในเครือ Kingsgate Consolidated NL จากประเทศออสเตรเลีย ในจังหวัดพิจิตร

แม้ว่าประเทศไทยจะมีสายแร่ทองคำแต่มีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการ ดังนั้น ทองคำในประเทศที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์จึงนำเข้าจากต่างประเทศ ปี 2551 ที่ผ่านมา นำเข้าทองคำ 240 ตัน สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจกว่า 2 แสนล้านบาท

ทองคำมีความผูกพันกับประเทศไทยมาช้านานโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจที่ช่วยเกื้อกูลให้เกิดสภาพคล่องภายในประเทศปัจจุบันประเทศไทยใช้ทองคำส่วนหนึ่งเป็นเงินสำรองระหว่างประเทศจำนวน 2,632.50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอันดับสองรองจากสินทรัพย์ต่างประเทศที่ใช้เป็นเงินสำรองระหว่างประเทศ 48,463.87 ล้านบาท (ข้อมูล 5 มิถุนายน 2552)
บทบาทของทองคำมีต่อธุรกิจและสังคมหลายภาคส่วน ด้าน ภาคธุรกิจการค้าทองคำกำลังมีนวัตกรรมการลงทุนใหม่ที่เรียกว่า โกลด์ฟิวเจอร์ส (Gold Futures) คือ การลงทุนทองคำล่วงหน้าที่มี เป้าหมายให้นักลงทุนกระจายความเสี่ยง

ขณะที่กระแสโกลด์ฟิวเจอร์สกำลังได้รับความสนใจ ธุรกิจ อีกด้านที่ค้าขายทองคำแท่งและทองรูปพรรณกำลังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะธุรกิจทองรูปพรรณและธุรกิจที่เชื่อมโยงกับธุรกิจทองคำจะอยู่รอดอย่างไรหากราคาทองคำในตลาดโลกผันผวนขึ้นเร็วลงเร็วเช่นนี้ โมเดลธุรกิจจะเปลี่ยนไปขนาดไหนต้องค้นหาคำตอบต่อจากนี้ไป

ข้อมูลและภาพประกอบ ผู้จัดการ สิงหาคม 2552

9/17/2552 | Posted in , , | Read More »

Thai Jewelry Designers : Matina Amanita for Sretsis

naewna.com

Matina Amanita เป็นไลน์เครื่องประดับที่แยกจากแบรนด์เสื้อผ้า Sretsis อย่างชัดเจน มุ่งเป้าหมายบุกตลาดเครื่องประดับในสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง และขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในไทยและทั่วโลก ก่อตั้งโดยสามพี่น้อง คล้ายเดือน-มทินา-พิมพ์ดาว "สุขะหุต" โดยมีพิมพ์ดาวที่พกดีกรีจาก Parsons สถาบันสอนออกแบบแฟชั่นในสหรัฐอเมริกาเป็นดีไซน์เนอร์ ซึ่งการที่มทินาได้ร่ำเรียนมาทางด้านโปรดักต์ดีไซน์ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนย้ายไปเรียนต่อด้านเครื่องประดับที่ประเทศอังกฤษ จึงทำให้เธอสามารถออกแบบเครื่องประดับ Matina Amanita ออกมาภายใต้คอนเซปต์ที่ชัดเจนและแตกต่าง มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง

donnaida.com "แอ้รู้สึกดีใจมากที่เราได้เรียนทั้ง 2 อย่าง เพราะแอ้ไม่ได้มองตรงไปที่เครื่องประดับในแบบที่มันควรจะเป็น การได้เรียนโปรดักต์ดีไซน์ทำให้เรากล้าเอาอะไรที่ไม่ใช่เครื่องประดับมาปรับเปลี่ยนให้เป็นเครื่องประดับ หัวแอ้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ว่าเครื่องประดับต้องมีโครงแบบนี้ มีเพชรพลอยใส่เข้าไปก็เป็นเครื่องประดับ แอ้มองกว้างกว่านั้น อย่างพื้นฐานแอ้จะเกี่ยวกับการทำเฟอร์นิเจอร์ก็เอาเทคนิคการฉลุไม้เข้ามา ซึ่งมันจะมีความดิบ เพราะคนทำเครื่องประดับเขาจะทำอะไรละเอียดอ่อน บางครั้งมันอาจจะยังไม่ค่อยลงตัวแต่พอหาวิธีไปเรื่อยๆ ก็สามารถทำได้และเป็นอะไรที่ดูแปลกตา

แบรนด์ Matina Amanita เริ่มต้นในปี 2548 หลังจากมีประสบการณ์ในการร่วมออกแบบเครื่องประดับให้กับแบรนด์ Sretsis ในนาม Matina For Sretsis นานประมาณ 3 ปี ซึ่งหลังจากเปิดตัว Matina Amanita อย่างเป็นทางการในปลายปี 2548 จึงได้เปลี่ยนชื่อ Matina For Sretsis เป็น Matina Amanita for Sretsis ด้วย โดยสาเหตุที่เลือกใช้คำว่า Amanita ซึ่งเป็นชื่อเห็ดต่อท้าย เพราะเห็นว่าคล้องจองกับคำว่า Matina และส่วนตัวเธอเองก็ชื่นชอบเห็ดมาก อีกทั้งยังให้ความรู้สึกว่าสอดคล้องกับแบรนด์ของเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงอื่นๆ ซึ่งนิยมตั้งชื่อด้วยคำ 2 คำ

vogue.co.ukคอลเลคชั่น Globelsetter ที่สร้างชื่อเสียงให้ Matina Amanita เป็นคอลเลคชั่นที่ได้แรงบันดาลใจของสถาปัตยกรรมคลาสสิกจากทั่วโลก มุ่งเน้นที่แหวนสไตล์ Cocktail Rings 10 รูปแบบ ประกอบด้วย Paris-Chambres de Bonne, Tokyo-Shibuya Triangle, NewYork -Manhattan, Moscow-Candy Castles, London- The Pub, Barcelona-Gaudi’s Magic I&II, New Delhi-Golden TAJ, Bangkok- Bangkok Mascot, Sydney” Bondi Beach

จาก Vouge.co.uk

 


สำหรับจุดเด่นของ Matina Amanita นั้น การออกแบบ มีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนแตกต่าง มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ประกอบกับผสมผสานความหรูหราและความเป็นเด็กได้อย่างลงตัว ทำให้เป็นเครื่องประดับที่สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส โดยแนวทางการออกแบบจะมาจากเรื่องราวและเสน่ห์ของสิ่งแวดล้อมรอบข้าง อาทิ ธรรมชาติ หนังสือ ภาพยนตร์ เสียงเพลง สถาปัตยกรรม
 

"เครื่องประดับของแอ้จะเหมาะกับผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เป็นงานที่มันแปลกตาไม่เหมือนใครแต่ก็ไม่เพอร์เฟกต์ มันเกิดจากว่าเมื่อก่อนเราไม่รู้จะไปซื้อเครื่องประดับที่ไหนใส่ เพราะรู้สึกว่าบางครั้งอยากจะใส่อะไรที่มันเป็นเพชรพลอยแต่ก็ไม่ได้อยากให้ดูซีเรียสที่ใส่แล้วต้องไปออกงานเท่านั้น คืออยากให้เป็นอะไรที่ใส่ได้ทุกวันแต่ก็ยังมีความหรูหราเข้ามา เช่น สามารถใส่กางเกงขาสั้นกับแหวนเพชรได้ เอาความธรรมดาของทุกวันมาเพิ่มให้มันดูสนุกขึ้นและเป็นทางการขึ้น" 

ลูกค้าของ Matina Amanita แบ่งเป็น คนไทย 60% และชาวต่างชาติ 40% โดยกลุ่มเป้าหมายของสินค้าคือ ผู้หญิงทันสมัย อายุ 25 ปีขึ้นไป ราคาของเครื่องประดับ 5,500-160,000 บาท ส่วน Matina Amanita For Sretsis มีกลุ่มเป้าหมายคือ ผู้หญิงทันสมัย อายุ 16-30 ราคาของเครื่องประดับ 2,500-9,000 บาท โดยการตอบรับของ Matina Amanita ได้รับความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยในช่วงปีแรกของการเปิดตัว Matina Amanita มีสัดส่วนรายได้ 20% ของ ยอดขายรวมของ Sretsis

สามารถชมผลงานทั้งหมดได้ที่ http://www.sretsis.com และ http://www.matinaamanita.com

ข้อมูล FashionBiz, สยามธุรกิจ

9/15/2552 | Posted in , , , , , , | Read More »

Celebrity Style to Steal : Kate Beckinsale

About.com About.com

นักแสดงสาวหน้าหวาน Kate Beckinsale ที่กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Whiteout มีสไตล์การเลือกใช้จิวเวลรี่ที่โดดเด่นและเลือกได้เหมาะเจาะกับบุคลิกของเธอเป็นที่สุด เราสังเกตเห็นว่าเธอมักจะรวบผมไม่ว่าจะออกงานหรือในวันสบายๆ ซึ่งทำให้ได้โชว์ความสวยงามของจิวเวลรี่ชิ้นใหญ่ๆ อย่างต่างหูแชนเดอเลียร์ซึ่งมีสีสันและดีไซน์ที่ช่วยขับความเด่นของใบหน้าได้เป็นอย่างดี นอกจากต่างหูแล้ว ยังมีเครื่องประดับชิ้นอื่นๆอย่างเช่น แหวนคอกเทล กำไล และสร้อยคอเส้นใหญ่ที่เธอมักจะหยิบมาใส่ออกงาน สังเกตดูดีๆจะเห็นว่าสร้อยคอในภาพที่ Kate เลือกมาใส่ ดูๆไปก็มีดีไซน์คล้ายๆกับงานทองสุโขทัยเหมือนกัน

Kate ถือว่าเป็นต้นแบบของ Less is More ได้อย่างแท้จริง จากการเลือกใช้เสื้อผ้าที่เรียบๆ ไม่เน้นสีสัน แต่สร้างความโดดเด่นได้ด้วยเครื่องประดับชิ้นใหญ่ ที่เลือกมาใส่แค่ 1- 2 ชิ้นเท่านั้น

About.com About.com About.com

 

ชมภาพทั้งหมดได้ที่ Facebook : Steal Kate Beckinsale Jewelry Style

ภาพประกอบ About.com

9/14/2552 | Posted in , , , | Read More »

Variety of Gems

ภาพประกอบ เดลินิวส์แสดงศักยภาพด้านอัญมณีและเครื่องประดับไทย ให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีโลกมานาน รวมถึงเป็นเจ้าภาพจัดแสดงงานแสดงอัญมณีและเครื่องประดับบางกอก เจมส์ แอนด์ จิวเวลรี่ แฟร์ มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับงาน “บางกอก เจมส์ แอนด์ จิว เวลรี่ แฟร์ ครั้งที่ 44” ซึ่ง สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับ โดย นายวิชัย อัศรัสกร นายกสมาคมผู้ค้าอัญมณีฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 ก.ย. 2552 ที่ อิมแพ็ค ชาลเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี ทั้งนี้จัดให้มีการแถลงข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่โรงแรม รอยัล ออร์คิด เชอราตัน โดยมี นายราเชนทร์ พจนสุนทร อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน

ภาพประกอบ เดลินิวส์ นายราเชนทร์ พจนสุนทร  กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2528 ที่งานบางกอกเจมส์ฯ เริ่มขึ้น ต่อเนื่องถึงปัจจุบันเป็นครั้งที่ 44 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยที่มีอย่างต่อเนื่องและเป็นที่ยอมรับบนเวทีโลก จนได้รับการจัดให้เป็น 1 ใน 5 งานแสดงอัญมณีและเครื่องประดับโลก ซึ่งเชื่อว่าไทยสามารถเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีได้ในอนาคตอันใกล้และรัฐบาลให้การสนับสนุนผู้ประกอบการด้านนี้เสมอมา ล่าสุดยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มศูนย์เปอร์เซ็นต์ให้แก่การนำเข้าพลอยก้อน และเก็บเพียงร้อยละ 1 เมื่อขายได้ ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก ในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ 2.8 แสนล้านบาท คาดว่าปีนี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 และน่าจะมีรายได้มากกว่า 3 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังตั้งเป้าในการขยายตลาดใหม่จากเดิมที่สหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น จะเจาะตลาดใหม่อย่าง จีน อินเดีย รัสเซีย และประเทศในตะวันออกกลางมากขึ้น


ด้าน ประธานบริหารโครงการบางกอก เจมส์ฯ นายสมชาย พรจินดารักษ์ กล่าวว่า พิธีเปิดงานจะมีขึ้นในวันที่ 15 ก.ย. โดย นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งงานจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Variety of Gems” ตระการตาด้วยสีสันแห่งคุณค่าอัญมณี เน้นคุณค่าพลอยสี ซึ่งนับว่าหายากกว่าเพชร โดยชุดเครื่องประดับเพชรชิ้นไฮไลต์คือ “Ruby King of the Gems” เครื่องประดับทับทิมล้อมเพชร ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ แต่รับรองได้ว่ามูลค่ามหาศาล ทั้งนี้ตนมองว่าการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีโลก สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือการสร้างคันทรี่แบรนด์ให้เป็นที่จดจำ และสิ่งที่ต้องสร้างควบคู่กันไปคือการพัฒนาดีไซเนอร์และยกระดับมาตรฐานสากล หากทำได้ทั้งหมดแม้ใช้เวลานานก็ถือว่าคุ้มค่าและสามารถยกระดับให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีโลกได้อย่างแท้จริง

ข้อมูลและภาพประกอบ เดลินิวส์

9/11/2552 | Posted in , , , , | Read More »

รายการอบรม-สัมมนาจาก GIT

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เปิดรับสมัครผู้สนใจเข้าร่วม "โครงการพัฒนาผู้ประกอบการค้าปลีกอัญมณีและเครื่องประดับ รุ่นที่ 6" อบรมวันที่ 28 กันยายน – 2 ตุลาคม 2552 ณ โรงแรม Amari Rincome Hotel จังหวัดเชียงใหม่

หมายเหตุ
- รับสมัครจนถึงวันที่ 18 กันยายน 2552 และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้ารับการอบรมในเวบไซต์ของสถาบันฯ วันที่ 22 กันยายน 2552
- ผู้เข้าอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการอบรม
- รับสมัครจำนวนจำกัด!

รายละเอียดและดาวน์โหลดใบสมัคร

ขอเชิญร่วมงานสัมมนา GIT Workshop "SEPARATION BETWEEN NATURAL AND SYNTHETIC GEMS" ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2552 เวลา 13.00 - 16.00 น. ณ ห้องจูปิเตอร์ 8-9 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์

ดาวน์โหลดใบสมัคร

9/10/2552 | Posted in , , | Read More »

เลือกนาฬิกาถูกโฉลกด้วยหลักคิด 'ธาตุทั้ง 4'

หนึ่งวันเราผูกพันกับเครื่องบอกเวลาไม่มากก็น้อย แต่หากพลิกดูหน้าประวัติศาสตร์ มนุษย์ผูกพันกับนาฬิกามาอย่างยาวนานตั้งแต่ยังใช้ดินฟ้าอากาศเป็นเครื่องบอกเวลา และพัฒนามาสู่ “นาฬิกาตุ้มถ่วง” อันเป็นผลสืบเนื่องให้มีนาฬิกาหลายรูปแบบในปัจจุบัน มองย้อนกลับมายังประเทศไทยเริ่มรู้จักการใช้นาฬิกาเมื่อครั้งสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น

มาถึงยุคปัจจุบัน นาฬิกาข้อมือกลายเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งที่ผู้บริโภคมีความต้องการสูง ส่งผลให้มีนาฬิกาหลากหลายแบบมาให้เลือกสรร แต่จะเลือกนาฬิกาข้อมืออย่างไรให้ถูกโฉลกความเป็นตัวคุณคงไม่ใช่เรื่องง่าย

คาร์ล กุสตาฟ จุง ปรมาจารย์จิตแพทย์ชาวสวิส ผู้ก่อตั้งทฤษฎีจิตวิเคราะห์ ให้ความเห็นไว้ว่า ปรัชญาธาตุทั้ง 4 สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้มากมาย ทั้งการบริหารจัดการ พยากรณ์ชะตาชีวิต ศิลปะ วิทยาศาสตร์กายภาพ สิ่งเหล่านี้ทำให้สามารถเข้าใจมนุษย์มากขึ้นและเสริมสร้างชีวิตให้ก้าวหน้า หากมีการแต่งตัวเหมาะสมกับบุคลิก   ซึ่งแต่ละคนมีหลายธาตุประกอบกัน แต่จะมีจุดเด่นที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์อยู่ธาตุเดียว   

จากการวิเคราะห์ของ คาร์ล จุง สรุปการเลือกซื้อนาฬิกาข้อมือที่ เหมาะสมตามธาตุทั้ง 4 ไว้ดังนี้
Seiko The One ธาตุดิน ราศีพฤษภ (20 เม.ย.-21 พ.ค.) ราศีกันย์ (23 ส.ค.-22 ก.ย.) และ ราศีมังกร (22 ธ.ค.-19 ม.ค.)
บุคลิกเป็นคนเน้นการสัมผัสทางกายภาพ คือ ให้ความสำคัญในสิ่งที่มองเห็น ได้ยินหรือจับต้องได้ ขณะเดียวกันก็มีลักษณะเด่นในเรื่องการคุ้มครอง รักษา สะสม ต้องการข้อมูลที่เป็นจริง และยังเป็นนักปฏิบัติ ชอบแก้ปัญหา มีความอดกลั้น  ไม่ย่อท้อ
สัญลักษณ์ธาตุดิน เป็นสามเหลี่ยมคว่ำมีขีดทับกลางสีเขียว ซึ่งเป็นสีของพืชที่ปกคลุมพื้นดิน (หรือสี่เหลี่ยมสีเหลือง แล้วแต่ตำรา)
นาฬิกาที่ถูกโฉลก คือ สีเหลืองและเขียว สะท้อนความเรียบง่ายสมบุกสมบันและผ่อนคลาย ด้วยบุคลิกคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง เครื่องประดับนาฬิกาที่เหมาะสมต้องเรียบง่ายเข้ากับบุคลิก เช่น นาฬิกาแนวสปอร์ตหรือสายหนังเรียบ ๆ ซึ่งถือเป็นเครื่องนำโชคที่เหมาะสม

 
Vacheron Constantin Kalla Lune ธาตุน้ำ ราศีกรกฎ (21 มิ.ย.-22 ก.ค.) ราศีพิจิก (23 ต.ค.-22 พ.ย.) และราศีมีน (19 ก.พ.-  20 มี.ค.)
มีความเป็นศิลปินสูง ธาตุนี้มีความสำคัญต่อโลกและมนุษย์ เพราะกว่า 70% ของผิวโลกและร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำ ซึ่งหากสังเกตวงจรของน้ำจะพบว่า น้ำทะเลระเหยกลายเป็นไอจับตัวเป็นก้อนเมฆและตกลงมาเป็นฝน ดังนั้นธรรมชาติของน้ำก็คือ การค้นหาเพื่อกลับไปสู่สถานะดั้งเดิม คนธาตุนี้จึงให้ความสำคัญกับความรู้สึก จินตนาการและสัญชาตญาณ รวมไปถึงสิ่งที่อธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้ แต่สามารถรู้สึกได้เหมือนกับการเรียนรู้จากอารมณ์มากกว่าปัญญา
สัญลักษณ์ประจำราศี คือ สามเหลี่ยมคว่ำสีฟ้า  
สีถูกโฉลก คือ สีฟ้า เครื่องประดับบนเรือนนาฬิกาต้องบ่งบอกถึงการเคลื่อนไหวเหมือนเกลียวคลื่น ที่สะท้อนจิตใจของผู้รักศิลปะ โดยต้องมีความโดดเด่นด้านการ ดีไซน์และความพิถีพิถันในรายละเอียด


Swarovski D:Light ธาตุลม ราศีเมถุน  (21 พ.ค.-20 มิ.ย.) ราศีตุลย์ (23 ก.ย.-22 ต.ค.) และราศีกุมภ์ (20 ม.ค.-18 ก.พ.)
เป็นกลุ่มคนที่เน้นการคิด ใช้เหตุผลและปัญญา มีความเชื่อว่าปัญญาจะนำไปสู่ความจริง โดยไม่เชื่อในความรู้สึกหรือสัญชาตญาณในการตัดสินใจ นอกจากนี้ยังเป็นธาตุแห่งความปรองดองและการรวมกลุ่ม เนื่องจากทุกชีวิตอยู่ได้ด้วยการสูดหายใจ คน สัตว์ และพืชต่างหายใจด้วยอากาศ ธาตุลมจะอยู่ไม่นิ่งชอบปรับตัวและเปลี่ยนแปลง
สัญลักษณ์ คือ สามเหลี่ยมหงายมีเส้นขีดทับตรงกลาง สีเหลือง ซึ่งเป็นสีของท้องฟ้าและแสงแดด
สีที่ถูกโฉลก คือ เหลืองบุษราคัม แสดงออกถึงความสว่างไสว เจิดจรัสแห่งแสงพลิ้วปลิวไหวตามสายลม นาฬิกาที่เหมาะสมควรเป็นแนวแฟชั่นที่ให้ความรู้สึกไม่ ซ้ำซาก จำเจ เนื่องจากคนลักษณะธาตุนี้กระฉับกระเฉง ชอบการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับสายลมที่หมุนวนไม่หยุดนิ่ง

Toywatch Skeleton Plasma ธาตุไฟ ราศีเมษ (21 มี.ค.-19 เม.ย.) ราศีสิงห์ (23 ก.ค.-22 ส.ค.) และราศีธนู (22 พ.ย.-21 ธ.ค.) 
เป็นคนเน้นสัญชาตญาณ กระทำมากกว่าพูด ชอบริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ แต่มักไม่สามารถดูแลจนจบโครงการในสถานการณ์ที่คนอื่นมองเห็นปัญหา แต่มักมองเห็นโอกาสเสมอ บุคลิกกระตือรือร้น ชอบเอาชนะ มักเป็นผู้นำและทำหน้าที่ชักจูงใจผู้อื่น
สัญลักษณ์ คือ สามเหลี่ยมหงายสีแดง 
สีประจำธาตุ คือ สีแดง ให้พลังความร้อนแรงดั่งเปลวเพลิง นาฬิกาที่เหมาะสมความมีลูกเล่นของกลไกสลับซับซ้อนดีไซน์โฉบเฉี่ยว เต็มไปด้วยพลังที่คอยเสริมให้เปี่ยมล้นด้วยความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

 

 

 

ข้อมูล DailyNews

9/08/2552 | Posted in | Read More »

คอลเลกชั่นประวัติศาสตร์ ของคาร์เทียร์

งานนี้รวบรวมผลงานชิ้นเอกหายากกว่า 350 ชิ้นมาจัดแสดงที่พาเลซ มิวเซียม พิพิธภัณฑ์ภายในพระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 5 ก.ย.- 22 พ.ย.นี้

ภาพจาก ไทยรัฐ

เครื่องประดับคาร์เทียร์เป็นหนึ่งในแบรนด์ดังชื่อก้องโลก ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 160 ปี  อีกทั้งยังผูกพันอย่างลึกซึ้งกับอารยธรรมมากมายนับไม่ถ้วน และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาจิวเวลรี่ชั้นสูงให้เป็นตำนานระดับโลก ล่าสุดคอลเลกชั่นชิ้นมาสเตอร์พีซที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ Cartier ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากฝีมือสุดประณีตวิจิตรงดงามของช่างฝีมือชั้นสูง ได้ถูกนำมาจัดแสดงเป็นนิทรรศการ Cartier Treasures King of Jewellers, Jewellers to Kings ณ พาเลซมิวเซียม พิพิธภัณฑ์ภายในพระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 5 ก.ย. นี้ ถึง 22 พ.ย.2552

นิทรรศการครั้งนี้จะจัดแสดงผลงานชิ้นเอกหายากของคาร์เทียร์กว่า 350 ชิ้น จากจำนวน 1,360 ชิ้น ในชุด "เดอะ คาร์เทียร์ คอลเลกชั่น" เป็นคอลเลกชั่นที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางสังคมแต่ละยุคสมัย โดยเมื่อ 25 ปีที่แล้วทางแบรนด์คาร์เทียร์เริ่มไล่ซื้อคอลเลกชั่นเหล่านี้กลับคืนมา ผ่านการประมูลใหญ่ๆ และขอซื้อคืนจากเจ้าของโดยตรงเพื่อนำมาอนุรักษ์ในมิวเซียม

ชิ้นล้ำค่าเหนือกาลเวลาที่นำมาจัดแสดงในพระ ราชวังต้องห้าม มีอาทิ เอกสารจดหมายเหตุอายุเก่าแก่นับร้อยปี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งคาร์เทียร์เรื่อยมาจนถึงผลงานชิ้นเอก ที่รังสรรค์ขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ไม่ว่าจะเป็น เครื่องประดับจิวเวลรี่ มงกุฎ และเทียร่าของราชวงศ์ต่างๆ ซึ่งถูกนำมาร้อยเรียงประกอบการจัดแสดงเอกสารทางประวัติศาสตร์ เพื่อถ่ายทอดความผูกพันที่พระราชวงศ์ยุโรปทรงมีต่อแบรนด์คาร์เทียร์ โดยเฉพาะในยุคของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 แห่งอังกฤษ ซึ่งเป็นยุคเฟื่องฟูสุดๆของ "เทียร่า" และคาร์เทียร์ได้มีโอกาสถวายงานอย่างใกล้ชิด จนกลายเป็นที่มาของสมญานาม "King of Jewellers, Jewellers to Kings" คือ ราชาแห่งอัญมณี และอัญมณีที่คู่ควรแด่องค์ราชา

mystery clocks ภาพจาก www.revolution-press.com ส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่นประวัติศาสตร์ในนิทรรศการครั้งนี้ ยังรวมถึงเครื่อง ประดับทำจากอัญมณีหายาก นาฬิกาเรือนคลาสสิก เครื่องบอกเวลาอันทรงคุณค่าเช่น "mystery  clocks" อันลือลั่นของคาร์เทียร์ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งของและเครื่องประดับชิ้นพิเศษอีกมากมาย รวมถึงกล่องเครื่องสำอางของสุภาพสตรี ซองใส่ บุหรี่ และอุปกรณ์เครื่องเขียน และไหนๆก็เดินทางไปจัดแสดงถึงแดนมังกรแล้ว ทางคาร์เทียร์จึงเอาใจด้วยการนำเสนอคอลเลกชั่น ที่รังสรรค์ขึ้นจากอิทธิพลของแดนมังกร ทั้งเครื่องเคลือบแล็กเกอร์-แวร์, เทคนิคฝังมุกหยกโบราณ, การแกะสลักภาพ และคำจารึกรูปองค์เทพหรือสัตว์ในตำนานจีน ซึ่งครีเอตขึ้นจากฝีมือของช่างอัญมณีชั้นสูง ผลงานเหล่านี้ช่วยยืนยันถึงความผูกพันระหว่างคาร์เทียร์กับโลกตะวันออกไกล ที่มีมาตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 ได้เป็นอย่างดี

 

ข้อมูลและภาพ ไทยรัฐ

9/06/2552 | Posted in , , , , , | Read More »

Thai Jewelry Designers : เส้นทางสู่สากลของ GAVANG

กุลธิรัตน์ มีสายญาติจิวเวลรี่แนวดีไซน์ “Gavang” ขายดีในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก กระทั่งเสียงยอมรับของผู้คร่ำหวอดในวงการออกแบบด้วยกันว่าเป็น “งานเครื่องประดับที่สวยที่สุดในเมืองไทยวันนี้” เพราะคว้ารางวัลออกแบบบนเวทีสากลอย่างต่อเนื่อง นี่คือเส้นทางแบรนด์ Gavang ของ กุลธิรัตน์ มีสายญาติ Manager Director & Design Director ผู้สร้างทางเดินให้ Gavang ตอบโจทย์งานจิวเวลรี่กลุ่มไฮเอ็นด์ได้อย่างงดงาม

แม้เธอจะพกดีกรีสาขาออกแบบผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง แต่ก็ไม่ได้เป็นเจ้าของงานออกแบบในแบรนด์ของตนเองตั้งแต่เริ่มแรก หากแต่สั่งสมประสบการณ์งานออกแบบหลายๆ ด้านให้กับบริษัทเอกชนหลายแห่งและผันตัวเองมาเป็นนักออกแบบอิสระให้กับสินค้าแฟชั่นแบรนด์นำเข้าจากต่างประเทศราว 10 ปี

ทั้งหมดกลั่นเป็นประสบการณ์และมุมมองด้านงานออกแบบแฟชั่นให้กุลธิรัตน์คิดอยากสร้างจิวเวลรี่ในสไตล์ของตวเองที่เน้นความเรียบเท่ โก้เก๋ แบบมีบุคคลิกเฉพาะตัว ใช้เงินและโลหะเป็นตัวเอกของงาน มุ่งจับกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้หญิงอายุ 25 ปีขึ้นไปที่มีรสนิยมการใช้ชีวิต มีกำลังซื้อสูง โดยกุลธิรัตน์เลือกที่มาของชื่อแบรนด์ Gavang จากชื่อผลไม้จำพวก “มะปราง” ที่หมายถึงเมล็ดพันธุ์และดอกผลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ สะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของเมืองไทยและออกเสียงง่ายในภาษาสากล

 

ภาพจาก Nation Group และด้วยความที่วางตลาดเป้าหมายไว้ที่กลุ่มไฮเอ็นด์ ทำให้กุลธิรัตน์ต้องมุ่งเน้นสู่การสร้างแบรนด์ในตลาดต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง โดยมองว่าการนำเสนอผลงานผ่านหน้าต่างของงาน BIG+BIH น่าจะเป็นเส้นทางเริ่มต้นของ SME ที่ไม่เลวทีเดียว
“เริ่มคิดอยากสร้างแบรนด์ช่วยปลายปี 2546 แล้วมาเปิดตัวในงาน BIG+BIH ปี 2548 ออกคอลเลคชั่นแรกทั้งหมดประมาณ 20 คอลเล็กชั่น มีงานอื่นอย่างกระเป๋าและงานแอสเซสเซอรี่เกี่ยวกับแฟชั่นรวมอยู่ด้วยเป็นไลฟ์สไตล์ช็อป เพื่อลองตลาดว่ามีเสียงตอบรับกับอะไรดีกว่ากัน ซึ่งงานเครื่องประดับก็ตรงใจลูกค้าที่สุด และเมื่อพิจารณาในแง่ของการแข่งขันแล้วงานเครื่องประดับมีต้นทุนและจำนวนคู่แข่งที่น้อยที่สุด” เธอเล่าถึงแผนการทำงานในวันเริ่มต้นของ Gavang

เมื่อความชัดเจนจากการโยนหินถามทางปรากฏ จึงทำให้งานออกแบบของ Gavang ที่วางตัวตนชัดเจนในคอนเซ็ปต์เรียบเท่ โก้เก๋ จับกลุ่มเป้าหมายลูกค้ากลุ่มไฮเอ็นด์ได้อยู่หมัด เป็นเท่ากับเป็นการสร้าง Niche Market ส่วนตัวที่มีผู้เล่นน้อยและกำลังซื้อสูง ทำให้การแข่งขันวันนี้มีเพียงการวิ่งหนีตัวเองเพื่อรักษาความโดดเด่นที่แตกต่างในตลาดไว้ให้ได้เท่านั้น และแน่นอนว่า Niche Market ที่กุลธิรัตน์เลือกให้แบรนด์ Gavang หมายถึงตลาดต่างประเทศเป็นสำคัญ ดังนั้นนอกจากการเข้าร่วมแสดงผลงานในงาน BIG+BIH เป็นการเปิดตัวแล้วยังมีงาน Bangkok Gem & Jewelry Fair ที่จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีก็เป็นหน้าต่างที่เธอเลือกเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ๆ ทุกครั้ง และจากเสียงตอบรับที่ดีมากของ Buyer ทำให้แบรนด์ Gavang ถูกสั่งซื้อเพื่อนำเข้าไปจำหน่ายใน 20 ประเทศทั่วโลก และล่าสุดเพื่อให้สามารถเข้าถึงใจผู้สวมใส่อย่างแท้จริง กุลธิรัตน์จึงตัดสินใจเดินทางเข้าร่วมงานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับในฝรั่งเศสเมื่อเดือนกันยายน 2551 ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก

 

gavang

“APartOf” Silver Ornament by GAVANG
เครื่องประดับที่มีแรงบันดาลใจจากความห่วงใยธรรมชาติที่ถูกคุกคาม และความอุดมสมบูรณ์บนผืนแผ่นดินที่กำลังลดน้อยลง ผ่านการ ลดทอนรายละเอียด ให้เหลือแก่นแท้และลักษณะเฉพาะที่เรียบ ร่วมสมัยและมีพลัง เส้นสายของแหวนแต่ละวงที่เชื่อมต่อกัน หมายถึง ความร่วมมือในการสร้างความสมบูรณ์ให้ใบไม้อีกครั้งหนึ่ง รูปแบบการประกอบชิ้นงาน เป็นสื่อกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์ อย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติ และการดูแลให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
(www.demarkaward.net)

 



ยังผลให้แบรนด์ Gavang ได้พบกับลูกค้า Retail โดยตรง ซึ่งแตกต่างจาก Buyer ทั่วไปที่พบในงานแสดงสินค้าในเมืองไทยที่ทำหน้าที่เพียงคนกลางนำผลงาน Gavang ไปจำหน่ายปลีกอีกทอดหนึ่ง ซึ่งการได้สัมผัสกับผู้สวมใส่จริง ทำให้กุลธิรัตน์ได้รับทราบความคิดเห็นเกี่ยวกับผลงานการออกแบบที่สามารถนำมาปรับใช้ในการสร้างผลงานให้ตรงใจผู้ซื้อมากขึ้น รวมถึงได้ข้อมูลถึงทิศทางการตลาดที่น่าสนใจว่ากลุ่มเป้าหมายที่วางไว้แทบไม่ได้รับกระทบสักนิดจากวิกฤติเศรษฐกิจในขณะนี้
“Gavang ไม่ได้ดีไซน์งานออกมาตามเทรนด์แฟชั่น แต่เน้นจุดแข็งในความเรียบเท่ โก้เก๋ แต่มีการปรับเพิ่มฟังก์ชั่นและเลือกใช้วัตถุดิบให้หลากหลายขึ้นจากเดิมที่เราเริ่มที่งานเครื่องเงินก็นำทองเข้ามาใช้บ้าง ใส่ลูกเล่นให้มากขึ้นในขณะเดียวกันก็นำความต้องการของลูกค้ามาปรับให้แง่ของการตลาดไปด้วย อย่านเมื่อก่อนงานของเราจะชิ้นใหญ่กว่างานนี้มาก แต่เมื่อไปทำตลาดในต่างประเทศได้รับทราบจากลูกค้าว่าชอบรูปแบบนี้แต่อยากให้ชิ้นงานเล็กลงก็ทำให้แต่ไม่ทิ้งความมีเอกลักษณ์ของเราไป”

ภาพจาก www.iwisdom.co.th


กุลธิรัตน์ กล่าวว่า นักออกแบบมีความเป็นปัจเจกสูง แต่เมื่อทำธุรกิจโจทย์การตลาดเป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน การออกแบบดีไซน์ชิ้นงานต้องขายได้ แต่ก็ไม่ใช่งานที่ตอบสนองตลาดอย่างเดียวโดยปฏิเสธตัวตนของเรา เพราะฉะนั้นประสบการณ์จะเป็นครูที่ดีที่สุด ทำให้รู้สึกดีใจที่งานของ Gavang เป็นแรงบันดาลใจให้กับน้องๆ นักออกแบบรุ่นใหม่หลายคน ซึ่งต้องบอกว่าเส้นทางสายนี้มาจากประสบการณ์และมุมมองหลายๆ ด้าน ซึ่งวันนี้นักออกแบบรุ่นใหม่หลายคนต้องการสร้างแบรนด์ของตัวเองโดยมองว่าการได้รับรางวัลสามารถสร้างแบรนด์ได้ ณ จุดเริ่มต้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีแต่ในการสร้างแบรนด์ต้องใช้องค์ประกอบหลายด้านร่วมด้วยเพราะตลาดจะเป็นผู้ตัดสินว่าเราจะประสบความสำเร็จหรือไม่
“ชอบนะที่มีคนวิจารณ์งานของเรา เพราะนั่นคือสิ่งที่ต้องปรับใช้ในการดีไซน์ สิ่งที่งลูกค้าบอกต้องรับฟังและนำมาปรับปรุงเพราะลูกค้าคือคนที่ซื้องานเราไปใช้ ซึ่งการทำงานของดีไซน์เนอร์เมื่อมาเป็นนักธุรกิจจะคิดแตกต่างจากตลาด แต่ในความต่างนั้นต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ที่สำคัญต้องโฟกัสลูกค้าของตัวเองให้ชัดอย่าหลงทางเพื่อคุณจะไม่สูญเสียตัวตนและตลาดไปในที่สุด”

ภาพจาก Nation Group นั่นจึงทำให้เห็นได้ชัดจนว่าการลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ของดีไซน์เนอร์ ไม่ใช่เพียงแค่มีคอนเซ็ปต์แต่ต้องผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างศาสตร์ของงานออกแบบและศิลป์ของการมองตลาดเพื่อสร้างที่ยืนของแบรนด์ให้เข้มแข็ง โดยกุลธิรัตน์ย้ำว่าดีไซน์เนอร์ที่เป็นนักธุรกิจต้องเปิดใจให้กว้างสำหรับคำวิจารณ์ในชิ้นงานเพื่อเปิดรับความต้องการของตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ชัดเจนของตัวเอง

ทั้งนี้ การได้รับรางวัลนักออกแบบแห่งปี 2550 สาขาเครื่องประดับโดยมหาวิทยาลัยศิลปากร, รางวัล Prime Minister’s Export Award ในคอนเซ็ปต์แนวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และรางวัล Good Design Award 2008 โดย Japan Industrial Design Promotion Organization (JIDPO) คงยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า Gavang เป็นที่ยอมรับในด้านการออกแบบเพียงใด และการที่ได้รับความสนใจนำเข้าไปจำหน่ายแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก พร้อมๆ กับการออกแบบชิ้นงานได้หลากหลายมากกว่า 20 คอลเล็คชั่นต่อปี ดูเหมือนเป้าหมายการสร้าง Gavang ให้ขยายเข้าไปสร้างแบรนด์ในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่องคงไม่ใช่งานยากเกินไปสำหรับกุลธิรัตน์

ข้อมูล www.iwisdom.co.th
ภาพประกอบ www.iwisdom.co.th / Nation Group

9/05/2552 | Posted in , , , , | Read More »

แหวนลายนิ้วมือ เทรนด์ใหม่ล่าสุดของแหวนแต่งงาน

เชื่อแน่ว่าหลายๆคนคงต้องการให้แหวนแต่งงานของตัวเองพิเศษและไม่เหมือนใคร Brent and Jessica Williams จึงได้สร้างสรรค์แหวนแต่งงานที่มีลักษณะพิเศษที่รับรองว่าไม่มีทางซ้ำกันแน่ๆ เพราะใช้ลายนิ้วมือของคู่บ่าวสาวมาเป็นลวดลายบนตัวเรือน โดยคู่บ่าวสาวสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ลายนิ้วมืออยู่ที่ส่วนใดของแหวน เป็นไปได้เหมือนกันนะคะว่าแหวนลายนิ้วมือแบบนี้อาจจะกลายเป็นแหวนยอดนิยมในอนาคต จากความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครนั่นเอง

ข้อมูล MillionLooks.com

9/03/2552 | Posted in , , , | Read More »

แนวทางการเลือกแหวนแต่งงาน

เคยนำแนวทางและวิธีการเลือกแหวนแต่งงานมาให้อ่านกันอยู่หลายบทความ วันนี้มีอีกบทความหนึ่งที่น่าสนใจและเป็นแนวทางที่แตกต่างไปจากบทความอื่นๆค่ะ

คำนึงถึงสไตล์การแต่งตัวที่คุณชอบ
แหวนแต่งงานจะเป็นเครื่องประดับชิ้นเดียวที่อยู่กับคุณไปตลอดชีวิต ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพิจารณาว่าดีไซน์ของแหวนจะเข้ากันกับแนวทางการแต่งตัวในชีวิตประจำวันของคุณหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปแหวนแต่งงานจะมีรูปแบบหลักๆอยู่แล้ว คุณอาจจะเลือกแบบที่คุณชอบจากดีไซน์เหล่านี้ก่อน แล้วค่อยให้ดีไซน์เนอร์ปรับเปลี่ยนให้ใหม่ในแบบของคุณเอง

ภาพจาก weddingbandsforwomen.org

 แหวนเกลี้ยง / แหวนปลอกมีด
แหวนแบบนี้เป็นสัญลักษณ์ของแหวนแต่งงาน รูปทรงของแหวนที่เรียบง่าย แต่สวมใส่สบาย มีความหมายที่ซ่อนอยู่ คือ ความรักที่เป็นอมตะ เพราะไม่มีจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดนั่นเอง การทำแหวนเกลี้ยงจะต้องคำนึงถึงปริมาณทองที่ใช้ เพราะหากเนื้อทองยิ่งมาก แหวนก็จะอ่อนและเสียรูปทรงได้ง่าย

ภาพจาก amazon.com

Trinity / Rolling Trio
ดีไซน์ร่วมสมัยของวงแหวนเดียวที่ประกอบด้วยแหวน 3 ซ้อนกัน ทำจากวัสดุทองคำ ทองขาว และทองชมพู (Rose Gold) นิยมเรียกกันในชื่อของ Cartier Trinity Ring

ภาพจาก amazon.com

Milgrain band
แหวนที่มีดีไซน์ขอบข้าง ซึ่งสามารถเพิ่มลูกเล่นได้โดยใช้โลหะต่างชนิด ตัวแหวนอาจจะฝังเพชรก็ได้ หรือปล่อยให้เป็นเนื้อโลหะ

ภาพจาก amazon.com

 Diamond Eternity Band
ในอดีตคู่แต่งงานจะใช้แหวนนี้เป็นของขวัญในวันครบรอบแต่งงาน โดยจะรอจนกว่าจะมีงบประมาณมากพอที่จะฝังเพชรลงไปได้รอบตัวแหวนเกลี้ยงวงที่มอบให้กันในวันแต่งงาน ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นการใช้แหวนดีไซน์นี้เป็นแหวนแต่งงานด้วย

 

โลหะที่จะใช้ทำแหวน
เหตุผลที่ต้องคำนึงถึงโลหะที่จะใช้ทำแหวนก็เนื่องจาก สีของโลหะชนิดนั้นๆ คุณจะต้องตอบคำถามให้ได้ว่าสีของแหวนแบบไหนที่คุณชอบ หากเลือกแหวนทอง ก็ยังต้องพิจารณาความเข้ม-อ่อนของสีที่แตกต่างกันไปตาม % ของเนื้อทอง เช่น 14K, 18K หรือ 24K เป็นต้น หรือหาเลือกแหวนแพลตินัม ก็ต้องคำนึงถึงงบประมาณที่มีด้วย เพราะปัจจุบันแพลตินัมมีราคาสูงและในตัวเรือนขนาดและดีไซน์ที่เหมือนกัน จะใช้แพลตินัมมากกว่าทองคำนั่นเอง


ประดับอัญมณีในแหวนหรือไม่?
การเพิ่มเพชรหรืออัญมณีมีค่าลงไปในตัวเรือน หมายถึง คุณต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าแหวนแต่งงานจะดูสมบูรณ์แบบที่สุดหากแหวนของคู่แต่งงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน สำหรับคู่แต่งงานใหม่ที่มีงบประมาณไม่มาก อาจจะใช้แหวนแต่งงานที่เป็นแหวนเกลี้ยงไปก่อน และค่อยอัพเกรดเป็นแหวนเพชรในวันครบรอบแต่งงาน เมื่อคุณมีงบประมาณเพียงพอในอนาคต


หาร้านทำแหวนที่คุณมั่นใจ
ข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะแหวนจะออกมาดีถูกใจคุณหรือไม่ ขึ้นกับการที่คุณเลือกหาร้านที่สามารถคุยได้อย่างสบายใจและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์กับคุณมากที่สุด

แหวนของคุณทั้งคู่เข้ากันหรือไม่?
ปัจจุบันคู่แต่งงานนิยมเลือกดีไซน์ของแหวนให้คล้ายๆกัน เช่น ทำจากวัสดุชนิดเดียวกัน ดีไซน์เหมือนกันแต่ต่างตรงที่ขนาดแหวน เป็นต้น สำหรับคู่แต่งงานที่มีรสนิยมคนละแนวอาจจะเลือกดีไซน์ในแบบที่แต่ละคนชอบ แต่ใช้วัสดุชนิดเดียวกันก็ได้

อย่างไรก็ตาม ดีไซน์ที่คุณเลือกจะต้องสร้างความมั่นใจยามสวมใส่ นั่นคือ ประเด็นที่สำคัญที่สุดในการเลือกแหวนแต่งงาน

ข้อมูล About.com
ภาพประกอบ Amazon, weddingbandsforwomen

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
แหวนแต่งงานที่เปลี่ยนไป...
Engagement Ring Trends

9/01/2552 | Posted in , , , , | Read More »

Gold Futures Zero-sum Game

โดย นภาพร ไชยขันแก้ว

โกลด์ฟิวเจอร์สกลายเป็นเครื่องมือที่สร้างโอกาสการลงทุนที่อ้างอิงราคาทองคำทั้งขาขึ้นและขาลง แต่จะมีคนที่ได้กำไรและมีคนที่ขาดทุนในเวลาเดียวกัน เกมนี้จึงเรียกว่า zero-sum game


นทีวัย 38 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เขาทำงานมากว่า 10 ปีสามารถเก็บเงินสะสมได้ล้านกว่าบาท เขาตั้งใจจะฝากเงินไว้กับธนาคารเพื่อกินดอกเบี้ย แต่หลังจากเขาเห็นดอกเบี้ยปรับลดลง จึงทำให้เขามองหาช่องทางลงทุนใหม่ เขาเลือกลงทุนซื้อทองแท่งหลังจากติดตามสถานการณ์ข่าวสารเกี่ยวกับราคาทองคำมาได้ในระยะหนึ่ง และเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้วราคาทองคำขึ้นอย่างต่อเนื่องสูงสุดถึง 15,537 บาทต่อทองคำน้ำหนัก 1 บาท ทำให้เขาตัดสินใจซื้อทองคำทั้งหมดหนึ่งล้านบาทและขายออกทำให้เขามีกำไรกว่าแสนบาทในเวลานั้น

แต่หลังจากโกลด์ฟิวเจอร์สเริ่มเปิดตัวเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2552 นทีสนใจเกี่ยวกับการลงทุนดังกล่าวและเริ่มศึกษารูปแบบการลงทุนแต่เขาก็ไม่ได้เร่งรีบ เพราะรู้ว่าการลงทุนโกลด์ฟิวเจอร์สมีความเสี่ยงสูงและไม่ได้ลงทุนจริงในทองคำ
"สมมุติคุณลงทุนไป 1 แสนบาทภายในหนึ่งสัปดาห์แต่คุณขาดทุน 4 หมื่นบาทในทันที คุณยอมรับได้หรือเปล่า ถ้ารับไม่ได้แนะนำว่าคุณอย่าเพิ่งตัดสินใจลงทุน" เป็นคำพูดของโบรกเกอร์รายหนึ่งในงานมันนี่เอ็กซ์โปที่คุยกับนทีอย่างออกรส

นทีเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของนักลงทุนส่วนบุคคลที่แสวงหาโอกาสใหม่ๆ เพื่อลงทุน ในยามเศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้เพราะเชื่อว่าฝากเงินไว้กับธนาคารเพื่อรับดอกเบี้ยเพียงน้อยนิดไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีนัก หรือหากจะลงทุนในหุ้นอาจไม่เหมาะในปีนี้แม้ว่าดัชนีหุ้น จะดีดขึ้นมาอยู่ในระดับ 400-500 จุดจากที่เคยลงไปต่ำสุดถึง 380 จุดเมื่อปีที่แล้ว

Gold Futures หรือสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า เกิดขึ้นจากความต้องการใช้ทองคำของธุรกิจทั่วโลกที่เพิ่มมากขึ้นในหลายภาคส่วน เช่น ภาคเครื่องประดับ ภาคอุตสาหกรรมการแพทย์ และภาคการลงทุน ซึ่งในช่วงแรกทองคำถูกนำไปใช้จริงในอุตสาหกรรมต่างๆ แต่มาภายหลังสมาคมผู้ค้าทองคำโลก (World Gold Council) ร่วมกับผู้ค้าทองคำ และผู้ผลิตทองคำคิดค้นบริการเพื่อให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในทองคำได้ง่ายโดยผ่านสัญญาซื้อขายไม่ต้องครอบครองทองคำจริง โกลด์ฟิวเจอร์สจึงเป็นเครื่องมือให้กับนักลงทุนให้บริการสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าโดยอ้างอิงราคาทองคำจริงที่อยู่ในตลาด

ในตลาดโลกโกลด์ฟิวเจอร์สเริ่มซื้อขายมาประมาณ 30 ปี โดยมีตลาดหลัก COMEX นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาให้บริการซื้อ-ขายสินค้าฟิวเจอร์สทั้งหมด ซึ่งรวมไปถึงสินค้าคอมมอดิตี้ส (commodity) อื่นๆ เช่น สินค้าเกษตร น้ำมัน ข้าว เป็นต้น สินค้าเหล่านี้มีการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง หลายประเทศเริ่มทยอยเปิดให้บริการโกลด์ฟิวเจอร์สมากขึ้น เป็นแนวโน้มที่ไม่สามารถปฏิเสธการลงทุนในรูปแบบสัญญากระดาษที่สร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนโดยที่ไม่ต้องมีการซื้อสินค้าจริง ในภูมิภาคเอเชียประเทศที่เปิดให้บริการโกลด์ฟิวเจอร์ส เช่น จีน อินเดีย ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง และญี่ปุ่น

ประเทศอินเดียเป็นประเทศที่มีการซื้อ-ขายโกลด์ฟิวเจอร์สประมาณ 20 ล้านสัญญาต่อปี ส่วนไต้หวันเปิดให้บริการเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาขายได้ 10,000 สัญญาต่อวัน
"หากนำปริมาณการซื้อ-ขายโกลด์ ฟิวเจอร์สของ 3 ประเทศในภูมิภาคเอเชีย ญี่ปุ่น อินเดีย และไต้หวันมารวมกันมูลค่าการซื้อขายมีมากกว่าตลาดนิวยอร์กเพราะตลาดนี้สามารถซื้อที่ประเทศไหนก็ได้ แต่สำหรับประเทศไทยมีกฎระเบียบนำเงินออกนอกประเทศ จึงทำให้นักลงทุนต้องซื้อ-ขายภายในประเทศ" เกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวกับผู้จัดการ 360 ํ

สถิติตัวเลขการซื้อขายทองคำในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะปี 2542- 2543 ราคาขายประมาณ 280-300 เหรียญสหรัฐต่อทรอยเอานซ์ (ทอง 1 กิโลกรัมเท่ากับ 32.148 ทรอยเอานซ์ ส่วนทองน้ำหนัก 1 กิโลกรัมเท่ากับ 65.6 บาท) แต่ในปี 2551 ราคา ขยับไปถึง 1 พันเหรียญสหรัฐทรอยเอานซ์ หรือโดยเฉลี่ยในรอบ 10 ปี นักลงทุนในโกลด์ ฟิวเจอร์สกำไร 8-9 เปอร์เซ็นต์ต่อปี

แม้ว่าการซื้อ-ขายโกลด์ฟิวเจอร์สจะคึกคักในตลาดนิวยอร์กก็ตาม ทว่ากลุ่มคนที่มีบทบาทกำหนดราคาทองคำโลกอยู่ในตลาดลอนดอน เพราะลอนดอนเป็นศูนย์กลางธนาคาร โลกและธนาคารทองคำแท่งที่ทำหน้าที่รับฝาก ให้ยืม และทำธุรกิจทองคำทั้งหมด จึงทำให้เป็นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก

กลุ่มธุรกิจ 5 กลุ่มที่กำหนดราคาทองคำ คือ N.M Rothschild, Societe General, The Hong Kong Shanghai Bank (HSBC), Scotia Mocatta และ Deutsche Bank กลุ่มนี้จะกำหนดราคาทองคำสองครั้งต่อวัน ครั้งแรกตอน 10.30 น.ตามเวลาลอนดอนซึ่งในวงการธุรกิจเรียกว่า ราคาปิด A.M ส่วนครั้งที่สองราคาปิดจะกำหนดหลังเที่ยงวันในวันเดียวกันเรียกว่า ราคาปิด P.M. แต่ราคาทองคำโลกจะวิ่งตลอด 24 ชั่วโมง วงจรชีวิตในหนึ่งวันของตลาดทองคำ หากเริ่มต้นที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เวลา 6 โมงเช้า ตลาดโตคอมญี่ปุ่นจะเป็นเวลา 7.00 น. ในตอนเช้า สิงคโปร์ 8.00 น. และฮ่องกงจะเป็นเวลา 9.30 น. (เช้า) ประเทศไทยเวลาใกล้เคียงกับฮ่องกงและตลาดก็จะเปิดในอินเดีย ดูไบ สหรัฐอาหรับ อิมิเรตส์ รวมไปถึงตลาดในยุโรป ลอนดอน อังกฤษ และซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ไปสิ้นสุดที่ตลาดนิวยอร์กประมาณ 20.20 น. (กลางคืน)

ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์สสูงขึ้น คือ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อน ความกลัวเงินเฟ้อสูง เกิดสงครามและตลาดทุนขาดความเชื่อมั่น ส่วนน้ำมันส่งผลให้ราคาทองขึ้นหรือลงทั้งสองทาง แม้ว่าราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นแนวโน้ม ส่วนใหญ่ราคาทองจะขึ้นแต่ก็มีโอกาสราคา ทองจะลงได้เช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับค่าเงินดอลลาร์อาจจะแข็งค่า

โกลด์ฟิวเจอร์สในประเทศไทยยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับนักลงทุนแม้ว่าจะเปิดให้บริการมาแล้วครึ่งปีก็ตาม และไม่ได้เป็นเรื่องใหม่เฉพาะในฝั่งของนักลงทุนเท่านั้นแต่ยังใหม่สำหรับโบรกเกอร์ในฝั่งผู้ค้าทองคำ เข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายซื้อ-ขาย

หน่วยงานและบริษัทที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับบริการโกลด์ฟิวเจอร์สมีหลายภาคส่วน คือ
บริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX ทำหน้าที่เป็นศูนย์ซื้อขายสัญญาล่วงหน้าและดูแลการซื้อขายให้เกิดความราบรื่นและน่าเชื่อถือ
บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TCH ทำหน้าที่รับประกันการจ่ายชำระเงินระหว่างคู่สัญญาผู้ซื้อ-ผู้ขาย
ส่วนโบรกเกอร์อนุพันธ์ทำหน้าที่เป็นตัวแทนซื้อขายจำนวน 41 ราย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกโบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตให้บริการซื้อ-ขายหุ้นและสินค้าในตลาดอนุพันธ์ได้ทั้งหมด ซึ่งมีทั้งหมด 36 ราย กลุ่มสองเป็นกลุ่มร้านค้าทองในประเทศไทยจำนวน 5 ราย ได้รับอนุญาตให้บริการได้เฉพาะซื้อ-ขายสัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงทองคำเท่านั้น
ผู้ค้าทองจำนวน 5 ราย ประกอบด้วยบริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ ฟิวเจอร์ จำกัด บริษัท ที.ซี.ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด

อติ อติกุล ผู้อำนวยการฝ่ายตราสารอนุพันธ์ บมจ.หลักทรัพย์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้ให้บริการโกลด์ฟิวเจอร์สเล่าให้ฟังว่า ความได้เปรียบเสียเปรียบของโบรกเกอร์ที่ค้าหุ้น อนุพันธ์และผู้ค้าทองแตกต่างกัน โดยโบรกเกอร์ที่ค้าหุ้นอนุพันธ์จะมีประสบการณ์ในการขายผลิตภัณฑ์ฟิวเจอร์สอื่นๆ เช่น ฟิวเจอร์ส SET 50 หรือ SET 50 ในอินเด็กซ์ ออฟชั่น
ตัวอย่างเช่น บมจ.หลักทรัพย์กิมเอ็งมีงายวิจัยทั้งหุ้นและฟิวเจอร์สรวมไปถึงมีเจ้าหน้าที่ด้านการตลาดประมาณ 500 คน ทำให้ลูกค้าคุ้นชินกับสไตล์บริการให้คำปรึกษา แต่ผู้ค้าทองคลุกคลีอยู่ในวงการซื้อ-ขายทองคำแท่งมีบทวิจัยที่ดีมีโอกาสคาดการณ์ ทิศทางของราคาทองคำได้แม่นยำ แต่ยังขาดประสบการณ์กระบวนการบริการซื้อ-ขายโกลด์ ฟิวเจอร์สและมีสินค้าเพียงตัวเดียว

การซื้อ-ขายโกลด์ฟิวเจอร์สในประเทศไทยจะอ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลกทุกวัน โดยบริษัทตลาดอนุพันธ์ฯ จะใช้ราคา London Gold AM Fixing เป็นราคาอ้างอิงในการคำนวณ กำหนด 2 ครั้งใน 1 วัน เวลา 10.30 น. ในตอนเช้าส่วนในตอนบ่าย เวลา 16.30 น. ส่วนเวลาการซื้อขายในตลาด TFEX แบ่งเป็นช่วงเวลาดังนี้
ช่วงก่อนเปิดตลาด (เช้า) 9.15 - 9.45 น.
ช่วงเช้า 9.45 - 12.30 น.
ช่วงก่อนเปิดตลาด (บ่าย) 14.00 - 14.30 น.
ช่วงบ่าย 14.30 - 16.55 น.

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าในไทยจะอ้างอิงทองคำที่มีความบริสุทธิ์ 96.5% เป็นมาตรฐาน ทองคำบริสุทธิ์ในประเทศไทย ในขณะที่ตลาดในต่างประเทศใช้ทองบริสุทธิ์ 99.99% ดังนั้นจึงต้องมีสูตรคำนวณโดยนำราคาทองตลาดโลกหรือ World Gold Spot มาแปลงจากความบริสุทธิ์ 99.99% X 96.5% ทองคำบริสุทธิ์ของเมืองไทย แปลงน้ำหนักทรอยเอานซ์ให้เป็นบาท และคูณด้วยค่าเงินบาทกับค่าเงินยูเอสดอลลาร์

ขนาดสัญญาซื้อ-ขาย เริ่มต้น 1 สัญญามีมูลค่าทองคำหนัก 50 บาท หรือ 762.2 กรัม (ทองคำน้ำหนัก 1 บาท = 15.244 กรัม) คิดค่าธรรมเนียมฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย 50 บาท ต่อสัญญา
การซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สจะต่างจากการซื้อ-ขายหุ้นและซื้อขายทองคำ เพราะโกลด์ฟิวเจอร์สเป็นสัญญาซื้อ-ขายล่วงหน้าผู้ลงทุนไม่ต้องจ่ายเงินทั้งจำนวนหรือผู้ลงทุนใช้เงินจำนวน 1 ใน 10 ของมูลค่าทั้งจำนวน
ตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนเลือกลงทุน 1 สัญญา (ราคาทองคำหนัก 50 บาท บาทละ 16,000) หากซื้อทองคำจริงต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 8 แสนบาท แต่ลงทุนโกลด์ฟิวเจอร์ส ใช้เงินลงทุน 66,500 บาทประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของการลงทุน

การลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยเป็นสิ่งที่โบรกเกอร์และบริษัทตลาดอนุพันธ์พยายามที่จะชึ้ให้เห็นและจูงใจนักลงทุน ซึ่งในความเป็นจริงเงินลงทุนจำนวน 66,500 บาทคือเงินมัดจำที่ใช้เป็นหลักประกันขั้นต้นที่ต้องวางไว้ที่โบรกเกอร์อนุพันธ์และสำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด
ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ลงทุนเปิดบัญชีอนุพันธ์ (Derivative Account) และวางหลักประกันเป็นเงินสดในบัญชีอนุพันธ์ 66,500 บาท หรือเงินลงทุน 10 เปอร์เซ็นต์ ต่อ 1 สัญญา หากผู้ลงทุนได้กำไร โบรกเกอร์จะนำเงินเข้าไปในบัญชีอนุพันธ์ทุกวัน ในตอนเย็น แต่กรณีผู้ลงทุนขาดทุน ผู้ลงทุน จะต้องนำเงินมาเติมให้ครบเต็มจำนวนของเงินหลักประกัน 66,500 บาท หากนักลงทุนปล่อยเงินในบัญชีลดต่ำลงไปจนถึง 19,950 บาท โบรกเกอร์มีสิทธิปิดสถานะเพื่อหยุดการซื้อ-ขายทันทีหรือโบรกเกอร์ให้เวลาลูกค้าเติมเงินเข้ามาภายใน 1 ชั่วโมง

การลงทุนที่แท้จริงผู้ลงทุนจะต้องมีเงินสำรองส่วนหนึ่ง กรณีเกิดการขาดทุนจะต้องมีเงินสดมาเติม ซึ่งหากผู้ลงทุนจับสังเกตหรือวิเคราะห์คำแนะนำของบริษัท ตลาดอนุพันธ์ หรือโบรกเกอร์จะพบว่าแม้ ผู้ลงทุนจะลงทุนเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ แต่สัญญาที่ลงทุน 1 สัญญามีมูลค่าทองคำ 50 บาท เทียบเท่ากับเงินลงทุนจริงประมาณ 800,000 บาท ให้คิดเสมอว่าเป็นการลงทุน เต็มจำนวน

สิ่งที่โบรกเกอร์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามอรรถาธิบายให้นักลงทุนเห็นผลกำไรจากการลงทุนในขณะที่ข้อมูลด้านความเสี่ยงยังมีไม่มากนักโดยนักลงทุน จ่ายเงินสดเพียงสัญญาละ 66,500 บาท

โกลด์ฟิวเจอร์สเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงเพราะราคาทองในตลาดโลกมีการแกว่งตัวสูงจึงทำให้การลงทุน "เสี่ยงสูง" หากได้กำไรก็จะได้มาก แต่ถ้าขาดทุน ก็จะขาดทุนมากเช่นเดียวกัน เพราะการซื้อ-ขายโกลด์ฟิวเจอร์สเกิดขึ้นทุกวันและมีกำหนดระยะเวลาแตกต่างจากการซื้อขายหุ้นหรือทองคำ

วิธีการซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส ผู้ลงทุนสามารถซื้อ-ขายได้ทั้งราคาทองขึ้นหรือราคาทองลง โดยผู้ลงทุนจะเป็นผู้คาดการณ์ว่าราคาทองจะขึ้นหรือลง ซึ่งการซื้อขายจะจับคู่กันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ระหว่างการซื้อขายจะมีผู้นักลงทุนที่ได้กำไรกรณีคาดการณ์ทิศทางของทองคำถูกต้องแต่นักลงทุนที่ขาดทุนเกิดจากคาดเดาผิด และการซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สจะไม่มีการส่งมอบทองคำจริงระหว่างคู่สัญญาและจะใช้วิธีชำระเงินตามส่วนต่างราคาซื้อขายที่เกิดขึ้น

ปัจจุบันโกลด์ฟิวเจอร์สมีการซื้อขายตั้งแต่ 2 ก.พ.-15 ก.ค.52 มี 67,171 สัญญา มีมูลค่าการซื้อขาย 52,208,921,000 บาท หรือมีการซื้อขาย 628 สัญญาต่อวัน มูลค่า 487,933,841 บาท ฐานลูกค้าที่ซื้อโกลด์ฟิวเจอร์สในปัจจุบันกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นลูกค้าที่มาจากฝั่งของโบรกเกอร์ที่ค้าหุ้นเพราะลูกค้าที่ซื้อ-ขายโกลด์ฟิวเจอร์เป็นลูกค้าที่ซื้อหุ้นอยู่แล้ว

แม้ว่าบริษัท ตลาดอนุพันธ์จะพึงพอใจการซื้อ-ขายโกลด์ฟิวเจอร์สในระดับหนึ่งแต่เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุนเข้ามาเพิ่มบริษัทฯ จึงได้คิดค้นเกม TFEX simulation 2009 คือ การลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์สเพื่อให้นักลงทุนทดลองใช้ และได้เริ่มเปิดให้ทดลองในเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนี้ ส่วนในเดือนกันยายนและเดือนตุลาคมเปิดให้มีการแข่งขันลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์ส เป็นการแข่งขันเสมือนจริงที่ให้เงินลงทุนจำนวน 5 ล้านบาท
เกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการบริษัท ตลาดอนุพันธ์ บอกว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ลงทุนได้มีโอกาสสัมผัสการลงทุนและศึกษาพฤติกรรมตนเองว่า มีวินัยและสติในการลงทุนเพียงใด "การลงทุนโกลด์ ฟิวเจอร์สเป็นการฉกฉวยโอกาสจากราคาเคลื่อนไหว ถ้าเป็นนักลงทุนสถาบันจะได้กำไร การลงทุนเป็นบวกสำหรับทุกคนที่ทำเป็นแต่ต้องรับความเสี่ยงได้ จริงๆ ไม่เสี่ยง เราวางเงิน 7 หมื่นบาท เราซื้อของ 7 แสนห้า ฉะนั้นคำว่าเจ็ดหมื่นหายได้ทั้งหมด เพราะเป็นเงินที่วาง 10 เปอร์เซ็นต์ รอดูหุ้นถ้าหุ้นตกไป 10 เปอร์เซ็นต์ หายเท่ากัน" เกศราพยายามชี้ให้เห็นโอกาสลงทุนในโกลด์ฟิวเจอร์ส

คำแนะนำ
นักลงทุนต้องศึกษาแนวโน้มราคาทองตลาดโลกและดูความเคลื่อนไหวราคาค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและเงินบาท เพราะโกลด์ฟิวเจอร์สเหมือนลงทุน ใน 2 สิ่ง สิ่งแรกเป็นการลงทุนในตลาดโลก สิ่งที่สองลงทุนในมูลค่าเงินบาทกับเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้การซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส แตกต่างจากซื้อขายหุ้นต้องรู้จักประเมินทิศทางราคา และไม่มีข้อมูลภายในและไม่พึ่งข้อมูลทางด้านมาร์เก็ตติ้งเพราะข้อมูลอาจล้าสมัยทำให้ราคาทองไม่สอด คล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

การลงทุนโกลด์ฟิวเจอร์สเป็นการกระจายความเสี่ยงสำหรับนักลงทุนที่ไม่ได้ลงทุนเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งแต่มีการลงทุนในหลายรูปแบบ ลงทุนหุ้น กองทุน ซื้อทองแท่งและฝากเงินในธนาคาร ซึ่งผู้ลงทุนอาจได้คำแนะนำมากมายหลายด้านแต่ข้อสรุปสั้นๆ เป็นคาถาสำหรับนักลงทุนคือ "ทนทาน มีสตางค์และต้องมีสติ"

ข้อมูล ผู้จัดการ 360 องศา

8/29/2552 | Posted in , , | Read More »

รับสมัครงานหลายอัตรา

บริษัท เอ็น ซี เอส กรุ๊ป จำกัด

ประเภทธุรกิจ ผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับอัญมณี

ที่อยู่ : 152  ถ.สาธรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ  10500

โทร. 0-2634-5470-4    Fax. 0-2634-5471

e-mail recruit_hr@gemstv.co.th or pachara.yooburi@gemstv.co.th


ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
(สำนักงานกรุงเทพ)

1. หัวหน้าแผนกคัดเพชร            1   อัตรา

2. พนักงานตรวจสอบคุณภาพ    *5   อัตรา  (*ที่กรุงเทพ และ จันทบุรี)

3. Jewel Cad                            1  อัตรา

4. พนง.คีย์ข้อมูล                       2  อัตรา  (มีความรู้ด้านจิวเวลรี่และใช้ computer ได้)

5. Web Programmer                 1  อัตรา  (มีความสามารถใช้ Web Design / Web Master และใช้ภาษาอังกฤษได้ดี)

6. Finance Manager                 1  อัตรา  (ประสบการณ์ทางด้านบัญชี&การเงิน ไม่น้อยกว่า 5 ปี และใช้ภาษาอังกฤษได้ดี)

7. HR Manager                         1  อัตรา  (ประสบการณ์ทางด้านทรัพยากรบุคคล ไม่น้อยกว่า 7 ปี และใช้ภาษาอังกฤษได้ดี)

 

ติดต่อ : แผนกสรรหาว่าจ้าง  (ติดต่อคุณรังสรรค์ หรือ คุณพัชรา)

บริษัท เอ็น ซี เอส กรุ๊ป จำกัด

โทร.0-2634-5470-4  หรือ 0-3934-4490-2 (จันทบุรี)

*** GemClub CMU. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ประกาศรับสมัครงานแต่อย่างใด กรุณาติดต่อกับบริษัทโดยตรงตามข้อมูลที่ได้ให้ไว้ค่ะ

ขอขอบคุณ พี่เบญ รุ่น 3 ที่ช่วยแจ้งข่าวค่ะ

8/27/2552 | Posted in , | Read More »

ช่างทอง ลมหายใจ...ทองไทย

คงเคยได้ยินคำว่า "คนไทยมีฝีมือ ไม่แพ้ใครในโลก" โดยเฉพาะช่างทองที่ประดิษฐ์เครื่องประดับด้วยความประณีตละเอียดอ่อน แต่ดูเหมือนว่าผลงานของไทยจะอยู่เพียงเบื้องหลังชิ้นงานราคาแพงลิบลิ่วของยี่ห้อดังในโลกเท่านั้น ผู้ค้าทองไทยมีความพยายามหลายครั้งหลายคราที่จะผลักดันให้ผลงานทองไทยและเครื่องประดับอัญมณีได้รับการยอมรับจากตลาดโลก แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สัมฤทธิผล



ภาพจาก บ้านช่างทอง ความเพียรพยายามของผู้ผลิตไทยที่จะสร้างชื่อเสียงยังเกิดขึ้นอยู่หลายๆ แห่ง และซ่อนอยู่ในระดับกลุ่มเล็กๆ ของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทว่าปัญหาอุปสรรคการสร้างแบรนด์ทองไทยไปตลาดโลกยังมีอีกหลายแง่มุมให้ขบคิด การขาดช่างทองที่นับวันจะลดน้อยถอยลงไป ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 3 หมื่นคนจากในอดีตที่มีช่างทองร่วมแสน หรืออีกเหตุผลหนึ่งเป็นเพราะการลดจำนวนร้านค้าทองจาก 1 หมื่นกว่าร้านเหลือประมาณ 6 พันร้านในปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าประชาชนลดการบริโภคทองคำลงจนทำให้เจ้าของร้านทองโดยเฉพาะตู้แดงที่มีกำไรการขายทองไม่มากเริ่มทยอยปิดกิจการ บวกกับราคาทองคำแท่งที่นำเข้าจากตลาดโลกนำไปในลงทุนหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกองทุนหรืออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการแพทย์ โดยเฉพาะการนำทองไปอ้างอิงการซื้อขายสินค้าล่วงหน้า ส่งผลให้ราคาทองขึ้นลงเร็ว ราคาทองจึงไม่นิ่งเหมือนในอดีต

กระแสการบริโภคทองคำแท่งที่มากขึ้นเพราะเห็นช่องโอกาสมีกำไรจึงทำให้ทองคำรูปพรรณได้รับความสนใจเพื่อใช้เป็นเครื่องประดับลดน้อยลง ร้านค้าทองคำหลายแห่งพยายามที่จะดูแลช่างทองให้คงอยู่ แต่ก็ยอมรับว่าไม่สามารถดูแลได้ทั้งหมด ส่วนใหญ่จะส่งงานให้ทำและมีรายได้จากงานแต่ละชิ้นโดยไม่มีรายได้ประจำ

บริษัท บ้านช่างทอง จำกัด (House of Goldsmiths) เป็นสกุลช่างทองที่มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดเพชรบุรี มีความพยายามจะรักษาช่างทองให้คงอยู่ต่อไป เพราะจากประสบ การณ์ที่คลุกคลีกับช่างทองมานานกว่า 20 ปี บุญเลิศ สิริภัทรวณิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้านช่างทอง และในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 เชื่อว่าช่างทองไทยมีฝีมือทักษะดีที่สุดในโลก และยังเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลิตเครื่องประดับยี่ห้อดังของโลก

ตึกแถว 3 ชั้น ถนนเจริญนครเป็นหนึ่งในโรงงาน มีช่างทองทำงานราว 10 คน บุญเลิศบอกว่าช่างทองชอบอยู่รวมกันเป็นแบบครอบครัวและทำงานร่วมกันแบบพี่น้อง ไม่ชอบกฎเกณฑ์ที่ต้องเข้าทำงานในตอนเช้าเลิกงานในตอนเย็นและกลับบ้าน แต่จะชอบทำงานอยู่ที่บ้าน ช่างทองที่มาร่วมงานกับบุญเลิศมาจากหลายจังหวัด เช่น เพชรบุรี สิงห์บุรี พะเยา แต่ละคนจะมีความถนัดแตกต่างกันไป เช่น ช่างที่มาจากสิงห์บุรีจะได้รับอิทธิพลการผลิต ทองแบบเขมร ช่างภาคเหนือจะเก่งเรื่องถักทอเพราะมีประสบการณ์ผลิตเครื่องเงิน

เปลวสีทองที่ผ่านกระบวนการความร้อนกำลังเทลงไปในแม่พิมพ์ให้ได้ทองแท่งขนาดน้ำหนัก 6 บาทที่มีความยาวเท่ากับดินสอหนึ่งแท่งหลังจากนั้นนำไปรีดให้เล็กลงอีกครั้งหนึ่งจนมีศูนย์กลางเหลือ 2.20 มิลลิเมตร และนำทองไปดึงผ่านแป้นดึงลวดทองให้มีขนาดเล็กที่สุด 0.26 มิลลิเมตร หรือใหญ่กว่าเส้นผมเพียงเล็กน้อย เส้นทองคำถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ที่มีความยาวไม่ถึงครึ่งเซนติเมตรเพื่อเข้าสู่กระบวนการถักทอ โดยช่างทองจะใช้คีมเล็กๆจับเส้นทองมาเชื่อมต่อกันทีละเส้นทีละเส้นเพื่อผลิตเป็นสร้อยคอ

จุดเด่นของช่างทองคือสามารถผลิตสร้อยคอ แหวน ต่างหู หรือกำไลได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ จึงทำให้งานมีคุณค่าในตัวเองเปรียบเหมือนมีงานชิ้นเดียวในโลกเพราะเป็นงานฝีมือ ที่ใช้มือทำงานกว่า 90%

ภาพจาก บ้านช่างทอง การดูแลช่างทองของบุญเลิศไม่เพียงแต่ช่วยช่างทองให้อยู่รอดได้เท่านั้นแต่ยังช่วยพยุงให้ธุรกิจบ้านช่างทองให้คงอยู่และสานความฝันของเขาเพื่อยกระดับทองไทยให้เข้าไปอยู่ในตลาดโลก แผนการปรับปรุงต่อยอดธุรกิจของบุญเลิศมีหลายมิติเพราะการเปลี่ยนแปลงธุรกิจการค้าทองคำแท่ง ทองคำรูปพรรณ หรือแม้แต่โกลด์ฟิวเจอร์สที่เกิดขึ้นในตลาด ประเทศไทยกำลังขับเคลื่อนอยู่ในตอนนี้เร่งให้เขาปรับตัว

บุญเลิศไม่ได้มีเพียงบริษัท บ้านช่างทองเท่านั้นแต่เขามีอุตสาหกรรมทองคำที่ครบวงจรและบริษัทที่ก่อตั้งใหม่ส่วนใหญ่ยังมีอายุไม่ถึง 5 ปี เช่น บริษัท สยาม โกลด์ แกลอรี่ส์ จำกัด ก่อตั้งปี 2548 บริษัท ออสสิริส จำกัด ก่อตั้งปี 2549 และบริษัท ที.ซี.ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด ก่อตั้ง 19 ธันวาคม 2551 ธุรกิจครบวงจรของบริษัทเริ่มตั้งแต่นำเข้า-ส่งออกทองคำแท่ง อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออสสิริส ส่วนผลิตทองคำรูปพรรณดูแลโดยบริษัท บ้านช่างทอง บริษัท สยาม โกลด์ แกลอรี่ส์ ดูแลด้านจิวเวลลี่ และบริษัท ที.ซี.ออสสิริสฯ เป็นตัวแทนโกลด์ฟิวเจอร์สจำหน่ายสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า บริษัทใหม่ที่ก่อตั้งขึ้นมาเกิดจากการต่อยอดธุรกิจดั้งเดิมของครอบครัวบุญเลิศ ที่มา จากสกุลช่างทองเพชรบุรีที่ถ่ายทอดงานศิลปะมากว่า 70 ปี

ความฝันของบุญเลิศที่จะนำพาทองไทยภายใต้แบรนด์ "บ้านช่างทอง" ไป ตลาดสากลได้เริ่มมา 3-4 ปี บุญเลิศเริ่มศึกษาและเดินทางไปอิตาลี หรือเวียนนาพบว่าเครื่องประดับของประเทศเหล่านั้นมีจุดเด่นและลักษณะเฉพาะตัว ในขณะที่ของไทยยังไม่มีอัตลักษณ์ที่ชัดเจนเพราะหากนึกถึงทองรูปพรรณในเอเชีย คนทั่วโลก จะนึกถึงอินเดียที่มีเอกลักษณ์ด้านลงยาหรือ ถ้าเป็นสไตล์ของจีนจะเป็นรูปดอกไม้

ประสบการณ์ที่เดินทางไปโชว์สินค้า ในต่างประเทศและเข้าแข่งขันประกวดทำให้เขาพบว่าการทำงานต้องมีกระบวน การและขั้นตอน เมื่อ 3 ปีก่อนบุญเลิศเปิดจำหน่ายจิวเวลรี่และนำเข้า-ส่งออกทองแท่งเพื่อนำไปตีในตลาดโลก แต่หลังจากที่เขาเดินทางไปโชว์สินค้าในต่างประเทศและแข่งขัน ประกวดสินค้าทางด้านจิวเวลรี่ทำให้เรียนรู้ว่างานสไตล์ไทย คนยังไม่ยอมรับและยังขาดความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับแบรนด์ไทย ทำให้เริ่มต้นใหม่เริ่มจากรับจ้าง ผลิตงานโออีเอ็ม (Original Equipment Manufacturing: OEM) รับจ้างผลิตให้ลูกค้า เพื่อฝึกฝนฝีมือให้มีความเชี่ยวชาญพัฒนาไปสู่งานดีไซน์และผลิตชิ้นงานได้ด้วยตนเอง หรือ (Original Design Manufacturing: ODM) ปัจจุบันอยู่ระหว่างการสร้างแบรนด์ ที่เรียกว่า Original brand name manufacturing: OBM

ภาพจาก บ้านช่างทอง การกลับมาเริ่มต้นใหม่ของบุญเลิศเกิดจากการเรียนรู้ของเขาพบว่าการที่จะสร้างแบรนด์ทองไทยและจิวเวลรี่ไปตลาดโลกได้นั้นต้องรู้จักตลาดอย่างถ่องแท้ว่าชอบสินค้า รูปแบบใด พฤติกรรมของลูกค้าเป็นอย่างไร แต่การที่เขาไปเริ่มทำจิวเวลรี่เมื่อ 3 ปีที่แล้วและนำสินค้าออกไปขายเป็นการทำงานที่ลัดขั้นตอน
"คีย์ของเรื่อง ต้นน้ำไม่ใช่การทำพิมพ์แต่ขึ้นอยู่กับการทำดีไซน์ ดีไซน์ที่ดีคือมีแบบดี ทีมงานดีและต้องคิดเลือกคอลเลกชั่น ทำเพื่ออะไร แบ่งกลุ่มทำงาน ใครเป็นลูกค้า ต้องมี หลายหน่วยออกมาช่วยกันคิด"

ระบบการทำงานของกลุ่มบ้านช่างทองเริ่มมีแบบแผนเน้นทำงานร่วมกัน โดยแบ่งออกเป็นหลายฝ่าย ทีมผู้บริหาร ทีมการตลาด ทีมดีไซน์ ทีมช่าง โดยทีมดีไซน์แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ทีมดีไซน์จิวเวลรี่และทีมดีไซน์เครื่องประดับทอง ผู้ออกแบบจะต้องรู้วิธีการทำงานของช่างและต้องเรียนรู้กระบวนการผลิต เริ่มจากรู้จักวัสดุ องค์ประกอบที่จะต้องไปด้วยกัน ทำงานเพื่อให้ผลิตชิ้นงานได้จริงเพราะบางครั้งงานดีไซน์ที่ออกมามีความสวยงามแต่ไม่สามารถผลิตได้ เป็นปัญหาที่บางครั้งมองไม่เห็น บริษัทเรียนรู้ว่าการแบบออกชิ้นงานต้องดูทิศทางของตลาดสากลเป็นหลักเพราะการแข่งขันระดับโลกจะมีกลุ่มที่เป็นผู้กำหนดเทรนด์เครื่องประดับ และการผลิตจะต้องสอด คล้องกับฤดูกาล เช่น ฤดูร้อน ฤดูหนาว หรือฤดูใบไม้ผลิ แต่เทรนด์ที่ตลาดโลกกำหนดเป็นเพียงช่วยนำทางเพื่อไม่ให้เกิดการฝืนกระแส แต่การสร้างแบรนด์ของบุญเลิศเขากลับไม่คิดที่จะตามกระแสมากไปเขาพยายามสร้างเอกลักษณ์ของงานให้มีรูปแบบความเป็นตะวันออก

สิ่งที่เขาคิด ไม่ได้เกิดจากเขาเพียงคนเดียว เขาเริ่มทำงานกับนักวิชาการอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และทีมงาน เพื่อย้อนกลับไปศึกษารากเหง้าของวัฒนธรรมตะวันตก และความเป็นสุวรรณภูมิในไทย พม่า เวียดนาม หรือแม้แต่ชาวเขาที่เป็นกลุ่มสร้างงานเล็กๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องศึกษาเพื่อสร้างเอกลักษณ์ของสินค้า สิ่งที่กลุ่มบ้านช่างทองใช้เป็นแกนหลักในการทำงานคือ การไม่ลืมรากที่เริ่มต้นมาจากงานฝีมือแม้จะปรับรูปแบบให้ทันสมัยไปไกลเพียงใดก็จะคงอนุรักษ์แบบเก่า โดยใช้เทคนิคเดินลวด ถักทอมาดัดแปลง งานดีไซน์หลายแบบที่ลงด้วยดินสอติดข้างฝาผนังบนชั้น 2 ของสำนักงานวังบูรพา เป็นลวดลายใหม่ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ แต่เรียกว่าเป็นงานของปี 2009 กำลังจะสร้างเป็นชิ้นงานและจะเผยโฉมเร็วๆ นี้

กลุ่มผู้หญิงเป็นเป้าหมายหลักในการสร้างงานจิวเวลรี่และทองรูปพรรณ ดังนั้น งานออกแบบจะเจาะไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างไร เช่น ผู้หญิงโรแมนติก รสนิยม เลือกเสื้อผ้า ทำงานประเภทไหน เลือกรับประทานอาหารอย่างไร กลิ่นน้ำหอมที่ใช้ ขับรถยี่ห้ออะไร การทำงานทั้งหมดบุญเลิศบอกว่าเป็นงานวิจัยเพื่อศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าและจำเป็นต้องทำเอง ไม่ว่าจ้างบริษัทภายนอก

ความพยายามสร้างแบรนด์ของกลุ่มบ้านช่างทองมีขึ้นหลายครั้ง เริ่มจากแบรนด์ไอริส จิวเวอร์รี่ส์ และปี 2551 สร้างแบรนด์ Goldlery ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท สยาม โกลด์ แกลอรี่ส์ จำกัด แต่แบรนด์ที่บุญเลิศตั้งใจนำไปตีตลาดสากลคือแบรนด์ "บ้านช่างทอง" หรือ House of Goldsmiths ซึ่งเป็นแบรนด์ของกรุ๊ปที่ดูแลบริษัทลูกทั้งหมด และเขายังเชื่อมั่นว่างานจิวเวลรี่และงานทองคำรูปพรรณเป็นศิลปะที่ยังได้รับการชื่นชมแม้ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปนานเพียงใดก็ตาม

ข้อมูล นิตยสารผู้จัดการ
ภาพประกอบ บ้านช่างทอง

8/26/2552 | Posted in , , | Read More »

Thai Jewelry Designers : Disaya

ภาพจาก Thaicatwalk.com

ไทยจิวเวลรี่ดีไซน์เนอร์วันนี้ขอเสนอผลงานจิวเวลรี่สุดฮิปที่โด่งดังและได้รับความนิยมจากเหล่าเซเลบในต่างประเทศ ในชื่อแบรนด์ “Disaya” ซึ่งชื่อนี้มาจากชื่อของดีไซน์เนอร์สาวที่เราจะพาไปรู้จัก

ดิษยา ประกอบสันติสุข ตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศอังกฤษในปี 1995 ด้วยความรักและหลงใหลในแฟชั่น ทำให้ดิษยาไล่ตามความฝันด้วยการตัดสินใจคึกษาต่อในสถาบันสอนแฟชั่นชั้นนำและเป็นที่รู้จักอย่าง Central Saint Martins college of Art and design หลังจากจบการศึกษา เธอได้รับโอกาสในการเข้าร่วมฝึกงานกับ John Galliano และชนะเลิศผลงานทางแฟชั่นมากมายหลายรางวัลทั้งในลอนดอนและปารีส โดยผลงานอันโดดเด่นของเธอนั้นได้รับการตีพิมพ์ลงในนิตยสารที่มีชื่อเสียงของอังกฤษ อย่างเช่น Dazed & Confused Tank และ Jalouse อีกด้วย

Giant Bear Necklace by Disayaแรงบันดาลใจของดิษยาในการออกแบบแฟชั่นแต่ละชิ้นนั้น มาจากอิทธิพลของกรุงลอนดอน ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรือเอกลักษณ์ต่างๆ โดยถูกสื่อให้เห็นผ่านผลงานทุกๆ ชิ้นของเธอ ซึ่งแสดงถึงความคิดอันสร้างสรรค์แปลกใหม่ ควบคู่ไปกับความเป็นผู้หญิงและความสวยงาม  ถึงแม้จะได้รับการเสนอให้เข้าร่วมเข้าทำงาน Alberta Ferretti  แต่ดิษยาตัดสินใจที่จะเริ่มหนทางอาชีพทางแฟชั่นของเธอเอง ด้วยการตัดสินใจสร้างแบรนด์ชุดชั้นในแบรนด์แรกของตัวเองภายใต้ชื่อแบรนด์  “Boudoir by Disaya” ซึ่งหลังจากการประสบความสำเร็จของ Boudoir by Disaya ดิษยาได้ตัดสินใจเพิ่ม Product line ของเธอด้วยการผลิตจิวเวลลี่และเสื้อผ้าภายใต้ ชื่อแบรนด์ “Disaya”

 

Zip Bangles by Disaya Eat Me Collection by Disaya   

ชมผลงานจิวเวลรี่จากการออกแบบของดิษยาได้อีกมากมายที่ Disaya

ข้อมูลและภาพประกอบ ThaiCatWalk, nitrolicious.com

8/26/2552 | Posted in , , , , | Read More »

ความคิดเห็นล่าสุด

บทความล่าสุด