Loading
250x250 Free Watch

สมัครสมาชิกเพื่อรับข่าวสารทางอีเมล์:

กรุณาตรวจสอบอีเมล์เพื่อยืนยันหลังจากทำการสมัคร

โพสล่าสุด

แบ่งปัน

ทองขาว กับ ทองคำขาว (White gold vs. Platinum)

ทองขาว ใช่ ทองคำขาว หรือเปล่า? คำตอบคือ ไม่
ทองคำขาว มีชื่อภาษาอังกฤษว่า แพลทินัม (Platinum) ส่วนทองขาว มีชื่อภาษาอังกฤษว่า ไวท์โกลด์ (White gold)ผู้ซื้อส่วนมากมักจะโดนร้านค้าสอนให้เรียกแบบผิดๆ ซึ่งทำให้สินค้าของตัวเองดูมีราคามากขึ้น แต่จริงๆแล้วทองคำขาวมีราคาสูงกว่าทองคำบริสุทธิ์ (Gold) ประมาณ 2 เท่า ซึ่งทองขาวจะถูกว่าทองคำบริสุทธ์ เนื่องจากมีส่วนผสมที่ไม่ครบ 100% นั่นเอง

ภาพจาก Ann jewelry ทองขาว (White gold)

ทองขาว คือโลหะผสม ของทองคำและโลหะสีขาว เช่น เงิน และ แพลเลเดียม ซึ่งเราอาจจะเห็นทองขาวมีตัวเลข 90% , 75% หรือ % อื่นๆ ก็ตาม ดูจากตัวอย่าง เช่น
ทองคำ (Yellow gold) มีตัวเลข 90% หมายถึง ทองคำ 90% + ทองแดงและสังกะสี อีก 10%
ทองขาว (White gold) มีตัวเลข 90% หมายถึง ทองคำ 90% + เงินและแพลเลเดียม อีก 10%
จึงเห็นได้ว่ามีทองคำเป็นโลหะหลักเหมือนกัน แต่มีส่วนผสมอื่นต่างกัน เมื่อก่อนจะใช้ นิกเกิล (Nickel) มาเป็นส่วนผสมในการทำทองขาว แต่ต่อมาก็ไม่ได้นำมาใช้ เพราะว่าเกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับผิวหนังของบางคน โดยมีการระคายเคืองเล็กน้อยและอาจจะเป็นผื่นคัน

แหวนทองขาวระยะหลังจะมีการเคลือบผิวด้วยโลหะสีขาวที่เรียกว่า โรเดียม (Rhodium) ซึ่งดูคล้ายกับทองคำขาวมาก การเคลือบผิว(ชุบ)ด้วยโรเดียม จะทำให้ทองขาวดูขาวมากขึ้นอีก โดยธรรมชาติแล้วสีของทองขาวจะเป็นสีออกขาวอมเทา แต่โรเดียมจะขาวมากและแข็งมากอีกด้วย ในการเก็บรักษาแหวนทองขาวให้ดูดีตลอด จะต้องนำไปชุบด้วยโรเดียมทุกๆ 12-18 เดือน

ทองคำกับทองขาว อย่างไหนแพงกว่ากัน?
ขึ้นอยู่ส่วนผสม หรือเปอร์เซ็นต์ (%) ของทองคำที่นำไปใช้ แต่ถ้ามีส่วนผสมหรือเปอร์เซ็นต์ (%) ที่เท่ากันแล้ว ทองขาว 75% จะแพงกว่าทองคำ 75% เพราะว่าเงินและแพลเลเดียม ที่ใช้เป็นส่วนผสมของทองขาว มีราคาสูงกว่า ทองแดงและสังกะสีที่ใช้เป็นส่วนผสมของทองคำ

ทองคำขาว (Platinum)ภาพจาก Safe Jewelry

ทองคำขาวคือโลหะสีขาวบริสุทธิ์ (อยู่ที่ประมาณ 95%) มาจากรากศัพท์ว่า แพลทินา ซึ่งแปลว่าเงินเล็กๆ ทองคำขาวมักพบเป็นเม็ดเล็กๆ หรือก้อนขนาดเล็กที่อยู่ในตะกอบทับถมของแร่ แหล่งทับถมแหล่งใหญ่คือ รัสเซีย แคนาดา และแอฟริกาใต้ ด้วยความแข็งที่ไม่มาก จึงไม่ค่อยเป็นผลึกที่เป็นเหลี่ยมคมมาก มักถูกใช้เป็นตัวโลหะสำคัญในเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่นเครื่องมือผ่าตัด เพราะไม่เป็นสนิม และที่นิยมมาทำเครื่องประดับ เพราะจะมีความขาวที่ยาวนานมาก (ไม่ลอกไม่ดำ) ดังนั้นจึงไม่ต้องนำไปชุบด้วย โรเดียมเหมือนทองขาว ทองคำขาวจะมีความหนักกว่าทองคำเมื่อเทียบในปริมาณเท่ากัน เมื่อสวมใส่จะสามารถรู้สึกได้ทันที และทองคำขาวจะแพงกว่าทองคำ ราวๆ 2 เท่า แต่เวลาขายราคาจะลดลงอย่างน่าใจหาย อาจต่ำกว่าทองคำด้วยซ้ำไป

สีของทองขาว แตกต่างจาก ทองคำขาว อย่างไร
ถ้าเป็นเครื่องประดับทองขาวแท้ๆ จะมีสีขาวอมเทา แต่ถ้าถูกชุบด้วยโรเดียมมาใหม่ๆ สีจะขาวกว่าซึ่งดูคล้ายทองคำขาวมาก แทบแยกไม่ออก

ข้อมูล นครอัญมณี
ภาพประกอบ Ann Jewelry, Safe Jewelry

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

Why Platinum?
Platinum History
ทำอย่างไร...เมื่อแพ้เครื่องประดับโลหะ

2/18/2552 | Posted in , , , , , | Read More »

Platinum History

แพลตินัมเป็นโลหะที่มาพร้อมกับการพุ่งชนโลกของดาวหางในทวีปอเมริกาเหนือเมื่อประมาณสองพันล้านปีก่อน ชาวแคว้นนูเบียในอียิปต์เป็นชนชาติแรกที่นำทองคำที่มีแพลตินัมปนอยู่มาทำเป็นเครื่องประดับ เมื่อ 1200 ปีก่อนคริสตศักราช

หีบศพยุคอียิปต์
ต่อมาในยุค 700 ปีก่อนคริสตศักราช มีการประดับหีบศพของเจ้าหญิง Shepenupet แห่งธีบีส เมืองหลวงของอียิปต์โบราณ ด้วยทองคำและแพลตินัมรูปตัวอักษรอิยิปต์โบราณ (Hieroglyphics) ในหัตถ์ของพระองค์มีกล่องเล็กๆที่ทำมาจากแพลตินัม ที่มีลวดลายดังภาพ

 

จิวเวลรี่ชาวอินคา
100 ปีก่อนคริสตศักราช ชาวอินคาในแถบอเมริกาใต้ ได้ใช้แพลตินัมและทองคำทำเป็นห่วงจมูกและเครื่องประดับอื่นๆเพื่อใช้ในพิธีกรรม จากนั้นการใช้แพลตินัมก็สาบสูญไปเป็นเวลาร่วมสองพันปี และปรากฎขึ้นมาใหม่ในยุคของการล่าอนานิคมของชาวยุโรป

 


Little Silver
ปี 1590 หลังจากสิ้นสุดสงครามกับเมกซิโกและเปรู ชาวสเปนผู้มีชัยจากการรบได้ให้ชื่อกับโลหะชนิดนี้ว่า Platina ซึ่งหมายถึง little silver ในขณะนั้นมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณค่าของแพลตินัม เนื่องจากในยุคนั้นผู้คนต่างแสวงหาทองคำ และไม่ปราถนาที่จะได้ครอบครองโลหะชนิดอื่นๆ ทำให้แพลตินัมที่ได้มาจากการสู้รบถูกเททิ้งลงแม่น้ำจนหมด ซึ่งเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เรื่องราวของแพลตินัมสูญหายไปจากประวัติศาสตร์

เปลี่ยนตะกั่วให้กลายเป็นทอง
ปี 1700 ถึงศตวรรษที่ 18 แพลตินัมเริ่มเข้ามามีบทบาทในยุโรป ซึ่งเป็นยุคเฟื่องฟูของวิทยาการ มีการใช้แพลตินัมเป็นส่วนประกอบของการเล่นแร่แปรธาตุ และเนื่องจากมีความต้องการใช้แพลตินัมเป็นส่วนผสมของความพยายามในการเปลี่ยนตะกั่วให้เป็นทอง ทำให้แพลตินัมเริ่มมีราคาสูง

โลหะของพระราชา
ปี 1751 Theophil Scheffer นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน ได้จัดให้แพลตินัมเป็นโลหะมีค่า แต่ก็ยังคงเป็นเพียงโลหะชนิดหนึ่งในขณะนั้น จนกระทั่งพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แห่งฝรั่งเศสทรงโปรดปรานโลหะชนิดนี้มาก ถึงขั้นประกาศว่าแพลตินัมเป็นโลหะของพระราชาเท่านั้น เครื่องประดับแพลตินัมหลายชิ้นของพระองค์ รวมถึงโถใส่น้ำตาล ล้วนออกแบบโดย Marc Etienne Janety

แก้วน้ำแพลตินัม
ปี 1788 แพลตินัมได้กลายเป็นโลหะที่โปรดปรานของพระเจ้าคาร์ลอสที่ 3 แห่งสเปนด้วย พระองค์ทรงให้ Francisco Alonso ทำแก้วน้ำขึ้นมาจากแพลตินัมเพื่อมอบเป็นของขวัญให้กับ Pope Pius ที่ 6 ซึ่งแก้วใบนี้มีความสูง 1 ฟุต และมีมูลค่าราว 75,000 เหรียญสหรัฐในปัจจุบัน

ยุคแห่งการปฏิวัติฝรั่งเศส
ในปี 1795 ฝรั่งเศสได้คิดค้นระบบเมตริกและการชั่ง ตวง วัด ขึ้นมา และ Marc Etienne Janety ที่หลบหนีมาได้ ได้กลับสู่ปารีสและได้ใช้แพลตินัมประดิษฐ์เป็นมาตรฐานน้ำหนักในหน่วยกิโลกรัม แท่งแพลตินัมนี้มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 39.4 มิลลิเมตร สูง 39.7 มิลลิเมตร ได้รับการประกาศให้เป็นแม่แบบของน้ำหนัก 1 กิโลกรัมในปี 1799  ปัจจุบันสิ่งประดิษฐ์นี้ถูกเก็บไว้ที่สำนักงานมาตรวัดนานาชาติ ในปารีส

เหมืองแพลตินัม
ในศตวรรษที่ 19 มีการใช้แพลตินัมในวงการวิทยาศาสตร์และแฟชั่น ปี 1803 WH Wallaston นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ  ได้ค้นพบวิธีการทำให้แพลตินัมอ่อนตัว และสามารถนำมาใช้ทางการค้าได้ ต่อมาในปี 1819 มีการค้นพบเหมืองแพลตินัมในเทือกเขาอูราลของรัสเซีย และในปี 1866 ก็มีการค้นพบเหมืองเพชรคิมเบอร์ลี่ย์ ในแอฟริกาใต้ จึงเป็นยุคที่แพลตินัมได้รับความนิยมในการนำมาทำเป็นตัวเรือนประดับด้วยเพชร

 

Jewellery Egg
ปี 1884 Peter Carl Fabergé รับอาสาทำไข่ประดิษฐ์เพื่อเป็นของขวัญให้กับพระราชินีในพระเจ้าอเลกซานเดอร์ที่ 3 เป็นที่มาของเทศกาลอีสเตอร์ ไข่ประดิษฐ์ของ Fabergé ชิ้นนี้ประดับด้วยอัญมณีที่มีค่าและแพลตินัม โดยในไข่แต่ละใบจะมีสิ่งของอยู่ด้านใน เช่น โมเดลรถไฟที่ทำจากทองและแพลตินัม ในโอกาสฉลองความสำเร็จของการสร้างเส้นทางรถไฟสายไซบีเรีย เป็นต้น หลังจากยุคแห่งการปฏิวัติรัสเซียในปี 1971 ไข่ประดิษฐ์ทั้งหมดก็อยู่อย่างกระจัดกระจาย และหลายชิ้นได้ถูกจำหน่ายออกไป

ห้องแพลตินัม
ปลายศตวรรษที่ 19 ความคลั่งไคล้ในแพลตินัมได้กระจายไปทั่วยุโรปและรัสเซีย กษัตริย์ ราชินี ซาร์ และพระราชา ต่างประดับตกแต่งร่างกายด้วยแพลตินัม กระทั่งใช้แพลตินัมมาทำเป็นฉลองพระองค์  พระเจ้าคาร์ลอสที่ 4 แห่งสเปนได้มีพระบัญชาให้สร้าง "ห้องแพลตินัม" ไว้ในพระราชวัง มีการประดับตกแต่งด้วยไม้เนื้อแข็งที่หุ้มด้วยแพลตินัม ซึ่งนับว่าเป็นสถานที่ที่วิจิตรงดงามแห่งหนึ่งในสมัยนั้น

Louis Cartier
ต้นศตวรรษที่ 20 Louis Cartier เป็นคนแรกที่ประสบความสำเร็จในการสรรค์สร้างเครื่องประดับจากแพลตินัม งานชิ้นแรกของเขาคือ มาลัยสวมศีรษะประดับเพชร ความสามารถของ Cartier เป็นที่ร่ำลือจนได้รับการขนานามจากกษัตริย์เอดเวิร์ดที่ 7 แห่งอังกฤษว่าเป็น "jeweller of kings and the king of jewellers"

Titanic
ในปี 1912 ที่เกิดโศกนาฏกรรมการล่มของเรือไททานิค ที่เดินทางจากเซาท์แทมตัน ประเทศอังกฤษ ไปยังนิวยอร์ค ได้เกิดชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งที่อยู่ห่างจากตอนใต้ของนิวฟาวนด์แลนด์ราว 400 ไมล์ ทำให้ผู้คนมากกว่า 1,500 คนต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก แพลตินัมมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่มของเรือไททานิคอย่างไร??? ในงานศพของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ซึ่งล้วนแต่เป็นคนในสังคมชั้นสูง ผู้ร่วมงานล้วนแต่ใช้จิวเวลรี่ที่ทำจากแพลตินัมมาประดับตกแต่ง ทำให้แพลตินัมกลายเป็นจิวเวลรี่ยอดนิยมที่ถูกเลือกใช้ในงานศพ

การค้นพบที่ยิ่งใหญ่
ปี 1924 มีการค้นพบที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้น โดย Hans Merensky นักธรณีวิทยาชาวเยอรมัน ได้ค้นพบเหมืองแพลตินัมใกล้กับโจฮานเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ และเป็นจุดกำเนิดของอุตสาหกรรมแพลตินัมยุคใหม่

Platinum Blonde
แพลตินัมประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการฮอลีวู้ดในช่วงปี 1930 เมื่อนักแสดงอย่าง Jean Harlow และ Marlene Dietrich เลือกใช้เครื่องประดับแพลตินัม และมีการสร้างภาพยนตร์ของ Frank Capra ในชื่อ "Platinum Blonde" นำแสดงโดย Jean Harlow

 

มงกุฎเพชรชื่อดัง
ปี 1936 กษัตริย์เอดเวิร์ดที่ 8 แห่งอังกฤษ ได้lสละราชสมบัติและอภิเษกสมรสกับ Wallis Simpson โดยใช้แหวนแต่งงานแพลตินัมจาก Cartier  การสละราชสมบัติของกษัตริย์เอดเวิร์ดที่ 8 ทำให้กษัตริย์จอร์จที่ 6 ได้ขึ้นครองราชย์แทนพระองค์ ในพิธีราชาภิเษก พระราชินีอลิซาเบธที่ 1 พระชายา ทรงสวมมงกุฎแพลตินัมที่ประดับด้วยเพชรชื่อดังอย่าง Koh-I-Noor

สงครามโลกครั้งที่ 2
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างปี 1939-1945 มีการใช้แพลตินัมสำหรับผลิตอาวุธทางการทหาร และถูกสั่งห้ามไม่ให้ใช้ในการผลิตจิวเวลรี่ แต่หลังจากยุคสงครามแพลตินัมก็กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหนึ่งในฐานะจิวเวลรี่

แหวนแต่งงานคนดัง
ในปี 1967 Elvis Presley ได้แต่งงานกับ Priscilla Anne โดยจัดพิธีเป็นการส่วนตัวที่โรงแรม Aladdin ในลาสเวกัส แน่นอนว่าแหวนแต่งงานของทั้งคู่เป็นแหวนแพลตินัม ซึ่งได้ทำให้เกิดกระแสของการใช้แหวนแพลตินัมในพิธีแต่งงานของชาวอเมริกัน

 

รองเท้าซินเดอเรลล่า
Tanaka Kikinzoku Kogyo ได้สร้างรองเท้าซินเดอเรลล่าจากแพลตินัมน้ำหนัก 2 กิโลกรัม โดยจัดแสดงผลงานที่ Ideal Home Exibition สหราชอาณาจักร และได้มอบรางวัลให้กับสาวคนใดก็ตามที่สามารถสวมรองเท้าข้างนี้ได้พอดี (แต่เสียดายที่รางวัลไม่ใช่รองเท้า..)


ปัจจุบันแพลตินัมกลายเป็นโลหะมีค่าที่บุคคลที่มีชื่อเสียงต่างเลือกใช้ เช่น Sir Elton John หรือตอนที่ Micheal Duuglas แต่งงานกับ Catherine Zeta Jones ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2000 ทั้งคู่ก็เลือกใช้แหวนแพลตินัม ในขณะที่แพลตินัมเป็นเครื่องประดับยอดฮิตของซุปเปอร์สตาร์หลายคนที่มักจะใช้เวลาออกงาน

Jennifer Lopez wearing a platinum ring and earrings Gwyneth Paltrow wearing a platinum bracelet and ring  

อ้างอิง : Platinum Guild International, Size.com, Wikipedia

10/03/2551 | Posted in , , , | Read More »

ครั้งแรกของการทำเครื่องประดับจาก Iridium

Iridium Ring American Elements บริษัทผู้ผลิตโลหะหายากเพื่อใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงต่างๆ อาทิเช่น ชิ้นส่วนของยานอวกาศ ได้ทำการจดสิทธิบัตรในการผลิตเครื่องประดับจาก Iridium ซึ่งเป็นผลงานจากการร่วมมือของบริษัทฯและผู้ผลิตเครื่องประดับในนิวยอร์คและลอสแองเจลิส โดยเครื่องประดับทั้งหมดที่ผลิตขึ้นจาก iridium บริสุทธิ์ ได้แก่ แหวน สร้อยข้อมือ ต่างหู สายนาฬิกา และสร้อยคอ

Iridium เป็นโลหะใน platinum group ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่มีความวาวมากที่สุดและเกิดความหมองได้น้อยที่สุดในบรรดาโลหะทั้งหมดที่มีการค้นพบในโลกนี้ จึงเป็นไปได้ว่าจะกลายเป็นโลหะที่มีค่ามากที่สุดในอนาคตสำหรับวงการเครื่องประดับก็เป็นได้ แต่เนื่องจาก iridium มีจุดหลอมเหลวที่สูงมากถึง 2,466 องศาเซลเซียส จึงต้องการเทคโนโลยีในการผลิตเครื่องประดับที่เหมาะสม

 

ข้อมูลและภาพประกอบ NationalJeweler

10/08/2552 | Posted in , , | Read More »

Site Map - แผนผังเวบไซต์

ค้นหาเรื่องที่ต้องการโดยพิมพ์คำที่ต้องการค้นลงในกล่องค้นหาใต้เมนูบาร์ หรือจากแผนผังเวบไซต์

citrine emerald  Gems-Moonstone Sapphire  

ห้องสมุด
แฟชั่น
ข่าวสาร

สามารถรับข่าวสารและอัพเดตเรื่องราวดีๆจาก GemClub CMU. ทางอีเมล์ง่ายๆ แค่สมัคร Subscribe to GemClub CMU. by Email

ยินดีรับคำแนะนำเพื่อปรับปรุงและพัฒนาเวบไซต์ให้ดียิ่งๆขึ้นไป แนะนำได้ที่ gemclubcmu@gmail.com หรือ โพส comment

1/17/2552 | Posted in | Read More »

สุดยอดนาฬิกาของนักสะสมระดับเวิลด์คลาส

ในขณะที่ราคาของทองคำพุ่งกระฉูดอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยเป็นหนึ่งในสังหาริมทรัพย์ที่น่าลงทุนที่สุด แต่ก็ไม่ใช่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดของนักลงทุนระดับเวิลด์คลาส เพราะสิ่งที่นักสะสมระดับนี้จะสนใจสะสมกันนั้น ย่อมเป็นของที่หายาก และมีเพียงไม่กี่ชิ้นในโลก หรือยิ่งเป็นเพียงชิ้นเดียวได้ จะเป็นที่ถวิลหาของนักสะสมระดับนี้ เรียกได้ว่าหากมีไว้ในครอบครองแล้ว ย่อมจะนอนหลับฝันดีไปตราบนานเท่านาน

นาฬิกาทั้งข้อมือและนาฬิกาพก ถือเป็นทรัพย์สินมีค่าอีกอย่างหนึ่ง ที่นักสะสมระดับอัครมหาเศรษฐีนิยมสะสมแทนเก็บเงินสด ที่นับวันจะด้อยค่าลงตามกระแสผันผวนของเศรษฐกิจโลก ขณะที่นาฬิกาที่หายากเพราะมีเพียงไม่กี่เรือนในโลก มีแต่จะทวีค่าขึ้นไปทุกวัน ยิ่งเป็นนาฬิกาประเภท “ลิมิเต็ด เอดิชั่น” ผลิตอย่างจำกัดจำนวนให้มีเพียงน้อยนิด ยิ่งป็นที่ต้องการของนักสะสมผู้พิสมัยในงานฝีมือประเภทนี้อย่างมากทีเดียว มาดูกันว่ามีนาฬิการุ่นไหนชื่อใดกันบ้าง

acheron Constantin รุ่น Tour de l’ileนาฬิกาข้อมือเรือนนี้ สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 250 ปีของบริษัทเมื่อปี 2005 ปัจจุบันราคาอยู่ที่ 1.5ล้านดอลลาร์ เป็นนาฬิกาข้อมือที่มีกลไกซับซ้อนที่สุด โดยที่คณะวิศวกรและช่างผู้ชำนาญต้องใช้เวลากว่า 10,000 ชั่วโมง ในการวิเคราะห์และออกแบบ สำหรับชื่อของนาฬิการุ่นนี้ ตั้งชื่อตามถนนที่บริษัทนี้ตั้งอยู่คือ Quai de L’ileเหตุผลของราคาที่พุ่งสูงเพราะนาฬิการุ่นนี้ผลิตขึ้นเพียง 7 เรือนเท่านั้น และที่สำคัญเป็นนาฬิกาที่ต้องใช้เวลาในการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย และต้องใช้เวลาในการประกอบด้วยความประณีตและพิถีพิถันที่สุด ลักษณะพิเศษคือ มีหน้าปัดสองด้านที่สามารถพลิกกลับได้

Patek Philippe นาฬิกายี่ห้อนี้มีชื่อเสียงมาช้านานแล้ว ในเรื่องของการผลิตนาฬิกาข้อมือ นับตั้งแต่บริษัทนี้ได้ทำนาฬิกาเพื่อทูลเกล้าถวายแด่ควีนวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร ในปี 1851 จากนั้นก็ได้ผลิตนาฬิกาที่ได้ชื่อว่าแพงที่สุดในโลกให้กับบุคคลสำคัญของโลก เช่น สมเด็จพระสันตปาปา พิอุสที่ II สมเด็จพระราชาธิบดีและพระราชินีแห่งเดนมาร์กและอิตาลี เป็นต้น สำหรับนักสะสมคนไทยก็นิยมแห่กันสะสมนาฬิกานี้เช่นกัน

ส่วนเรือนที่นับว่าแพงจนเป็นที่กล่าวถึงนั้นคือ Patek Philippe รุ่น Platinum World Timeราคาครั้งสุดท้ายที่มีการประมูลนาฬิกาเรือนนี้เมื่อปี 2002 อยู่ที่ราคา 4 ล้านดอลลาร์ ถือว่าเป็นนาฬิกาข้อมือที่ราคาสูงที่สุดในโลกก็ว่าได้ เป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแพลทินัมที่มีความซับซ้อนที่สุด และเชื่อกันว่ามีเพียงเรือนเดียวเท่านั้น

Chopard ประดับเพชร สำหรับนาฬิกาข้อมือเรือนนี้ น่าจะเรียกว่าเป็นกำไลเพชรมากกว่า เพราะเป็นนาฬิกาข้อมือที่มองเห็นเพชรสามสีมากกว่าหน้าปัดบอกเวลาเสียอีก เพชรลูกที่ใช้ประดับเป็นเพชรรูปหัวใจสามเม็ด สีชมพูหนัก 15 กะรัต สีฟ้าหนัก 12 กะรัต และเพชรสีขาวบริสุทธิ์หนัก 11 กะรัต และยังใช้เพชรเม็ดย่อมสีเหลืองคานารีและสีขาวบริสุทธิ์ตกแต่งรอบทั้งเรือนอีก 163 กะรัต เป็นอันว่านาฬิกาเรือนนี้ใช้เพชรสีต่างๆ ประดับถึง 201 กะรัต จึงทำให้ราคาของนาฬิกาเรือนนี้อยู่ 25 ล้านดอลลาร์ และมีอยู่เพียงเรือนเดียวในโลกจริงๆ

ข้อมูลและภาพ ผู้จัดการออนไลน์

2/16/2553 | Posted in , , | Read More »

Diamond Certificate

ใบรับรองคุณภาพเพชร (Diamond Certificate or Diamond Grading Report)  หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "ใบเซอร์" เป็นเอกสารที่ระบุคุณสมบัติของเพชรเม็ดหนึ่งๆ โดยที่จะไม่มีเม็ดใดเหมือนกันเลย เปรียบเสมือนพิมพ์เขียวของเพชรเม็ดนั้น คุณสมบัติที่ระบุอยู่ในเอกสารนี้ ได้แก่ สัดส่วน น้ำหนักกะรัต การเจียระไน และคุณภาพอื่นๆของเพชร  แต่จะไม่มีการประเมินราคาเพชรไว้ในใบรับรองคุณภาพ เอกสารนี้จะออกโดยสถาบันอัญมณีศาสตร์ (Gemological Institute) ต่างๆ เช่น Gemological Institute of America (GIA) เป็นสถาบันที่ได้รับความน่าเชื่อถือและความนิยมที่สุด Hoge Raad Voor Diamant (HRD) (Diamond High Council, Belgium) เป็นสถาบันที่ก่อตั้งโดยรัฐบาลเบลเยี่ยม มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือมากเช่นกัน กรณีของประเทศไทยก็มีสถาบันที่รับตรวจสอบและออกใบรับรองคุณภาพเพชร เช่น สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) เป็นต้น

CERTIFICATE ต่างกับ WARRANTY
WARRANTY คือใบรับประกันคุณภาพสินค้า จะระบุ วัน / เดือน / ปี ที่มีการซื้อ – ขาย และกำหนดระยะเวลาของการรับประกัน
CERTIFICATE จะไม่ระบุมูลค่าของสินค้า แต่จะระบุ วัน / เดือน / ปี ที่ได้รับการตรวจสอบ ไม่มีวันหมดอายุ เนื่องจากติดมากับเพชรเม็ดนั้นๆ

ทำไมต้องมีใบรับรอง
-ทำให้มั่นใจอย่างสูงสุดว่าจะได้รับคุณภาพเพชรที่ต้องการจริงๆเท่านั้น
-ประหยัดเวลาหาความรู้ไปได้มาก ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเพชรก็สามารถซื้อได้อย่างมั่นใจ
-สามารถเปรียบเทียบราคาจากร้านจิวเวลรี่หลายๆร้านสำหรับราคาที่ดีที่สุด โดยใช้คุณภาพในใบรับรองเป็นการอ้างอิง
-หากมองว่าเพชรคือการลงทุนแล้ว ใบรับรองจะเป็นการปกป้องการลงทุนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถระบุได้ชัดเจนว่าเพชรแต่ละเม็ดมีคุณภาพเป็นอย่างไร สามารถนำไปอ้างอิงกับราคาในตลาดได้
-หากต้องมีการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนตัวเรือน คุณสามารถตรวจดูได้ว่าคุณได้เพชรเม็ดเดิมกลับมาหรือไม่ ไม่มีเพชรเม็ดใดในโลกที่เหมือนกันเนื่องจาก Inclusion ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่ง Inclusion เหล่านี้เป็นสิ่งที่ใช้แยกความแตกต่างเพชรของแต่ละเม็ดออกจากกัน โดยในใบรับรองจะระบุขนาด/ตำแหน่งของ Inclusion ไว้ ทำให้สามารถตรวจสอบเพชรจากใบรับรองได้ทันที

รายละเอียดในใบรับรองคุณภาพ
ใบรับรองคุณภาพของแต่ละสถาบันก็จะมีหน้าตาที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยหลักๆแล้วจะประกอบไปด้วยข้อมูลคล้ายๆกัน จะขอยกตัวอย่างใบรับรองคุณภาพของ GIA ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลดังนี้

GIA Diamond Certificate
Source : GIA

Identification number หมายเลขใบรับรองคุณภาพที่ช่วยให้สามารถย้อนหาข้อมูลของเพชรเม็ดนั้นได้จากสถาบันที่ออกใบรับรอง
Shape and Cutting Style บอกถึงรูปทรงของเพชร เช่น Emerald, Brilliant Cuts (Round, Oval, Pear, Heart, Marquise) สำหรับ Princess Cut ในใบรับรองคุณภาพของ GIA จะใช้คำว่า square modified brilliant
Radiant จะใช้คำว่า rectangular cut-cornered modified brilliant
และ Asscher จะใช้คำว่า square emerald

Princess Cut
Radiant CutAsscher Cut 
 
Source : platinum-wedding-bands-rings-jewelry.com


Measurement ระบุเป็นมิลลิเมตรจนถึงทศนิยมตำแหน่งที่สองซึ่งจะวัดจากเครื่องมือวัดอัญมณีและเครื่องประดับโดยเฉพาะ ประกอบด้วยความยาว ความกว้าง และความสูง ด้วยข้อมูลที่ละเอียดถึงทศนิยมตำแหน่งที่สอง จึงเป็นประโยชน์ในกรณีที่เพชรถูกสับเปลี่ยน เพราะเป็นเรื่องยากที่จะสามารถหาเพชรที่มีขนาดได้เท่ากันพอดี
Weight น้ำหนักของเพชร มีหน่วยเป็นกะรัต (carat)
Proportions ระบุส่วนต่างๆของเพชร ได้แก่
-Depth เปอร์เซนต์ (%) ความสูงเมื่อเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลาง
-Table เปอร์เซนต์ (%) ความกว้างของหน้า table เมื่อเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลาง
-Girdle ระบุตั้งแต่ thin จนถึง extremely thick พร้อมกับลักษณะที่ได้รับการเจียระไร (faceted) หรือไม่ได้เจียระไน (unpolished)
-Culet ระบุตั้งแต่ large ถึง non-existent โดย culet ที่ระบุว่า large จะถือว่าไม่สามารถยอมรับได้ (unacceptable)

Diamond Anatomy
Source : AM-Diamonds.com

Finish บอกถึงระดับของการขัดเงาและสมมาตรของเพชร โดยสมมาตรจะแสดงให้เห็นถึงการเรียงตัวที่สมดุลกันระหว่างหน้าเจียระไนของ crown กับ pavillion ซึ่งจะระบุเป็นgood, very good หรือ excellent
Clarity เปรียบเทียบจาก GIA grading scale โดยจะระบุเพียงแค่ระดับเดียวเท่านั้น ไม่มีการระบุเป็นช่วง (เช่น VS2-VS1) หรือระบุโดยไม่มีตัวเลขกำกับ (เช่น VS หรือ SI)
Color เปรียบเทียบจาก GIA grading scale โดยระบุระดับของสีเพียงระดับเดียวเท่านั้น ไม่มีการระบุเป็นช่วง (เช่น G-H)

fluorescenceFluorescence เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อเพชรได้รับแสงอัลตราไวโอเลต แสงที่เกิดขึ้นจะมีสีฟ้า แต่ก็พบสีอื่นๆด้วย เช่น เหลือง ส้ม ขาว และเขียว โดยเพชรประมาณ 35% ของเพชรที่มีคุณภาพจะเรืองแสงได้ภายใต้แสงอัลตราไวโอเลต และมีประมาณ 10% ของเพชรที่มีคุณภาพจะสามารถเรืองแสงได้ภายใต้แสงอาทิตย์ และแสงจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ และจำนวนน้อยกว่า 2% ของเพชรจะสามารถเรืองแสงได้มากจนทำให้เพชรมีความขุ่นมัว (foggy or milky) 

Comments รายละเอียดอื่นๆนอกเหนือจากข้อมูลพื้นฐานที่ทางสถาบันต้องการให้ทราบ โดยทั่วไปจะเป็นรายละเอียดเล็กน้อยที่ไม่มีผลต่อคุณค่าของเพชร
Plot รูปวาดที่เห็นด้านล่างจะแสดงมลทินภายใน (internal inclusion) และตำหนิภายนอก (external blemish) ที่สามารถมองเห็นได้ภายใต้กำลังขยาย 10 เท่า มลทินและตำหนิเหล่านี้จะวาดลงไปให้อยู่ในตำแหน่งเดียวกับที่พบในเพชร โดยระบุชนิดและขนาดลงไปด้วย ซึ่งมีประโยชน์ในการระบุความแตกต่างของเพชรแต่ละเม็ด

อ้างอิง : Ananta Jewelry, GIA, Diamond Club

 

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.

หากต้องการใช้บทความนี้เพื่อผลประโยชน์ทางการค้าหรือมีส่วนเกี่ยวข้องใดๆก็ตาม กรุณาติดต่อ gemclubcmu@gmail.com ค่ะ

10/28/2551 | Posted in , , | Read More »

Why Platinum?

จิวเวลรี่ที่ทำจากแพลตินัมจะมีความบริสุทธิ์สูงถึง 90-95% และเป็นโลหะที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบาง เพราะแพลตินัมไม่ทำให้เกิดอาการแพ้เมื่อสวมใส่

หากแหวนแต่งงานของคุณทำจากแพลตินัม ในอีก 50 ปีข้างหน้าก็จะกลายเป็นแหวนครบรอบแต่งงาน...นั่นเพราะคุณสมบัติของแพลตินัมที่มีความหนานแน่นมากกว่าโลหะชนิดอื่น 60% จีงสามารถเกาะยึดกับเพชรได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะสวมใส่ทุกวันก็วางใจได้ว่าเพชรบนแหวนจะไม่หลุดหายไปไหน

แพลตินัมเหมาะที่จะทำเป็นตัวเรือนประดับเพชร เพราะแพลตินัมจะมีความเงางามและไม่มีทางเปลี่ยนสี ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนาน และความแวววาวของแพลตินัมก็จะช่วยส่งเสริมประกายของเพชรให้สวยงามขึ้นด้วย

การดูแลรักษาจิวเวลรี่ที่ทำจากแพลตินัมมีขั้นตอนง่ายๆ ไม่แตกต่างจากการดูแลรักษาจิวเวลรี่ทั่วไป คือ
-เก็บในกล่องหรือถุงโดยไม่ให้จิวเวลรี่แต่ละชิ้นสัมผัสกัน
-การทำความสะอาดให้ใช้น้ำอุ่นผสมกับสบู่เด็ก และเช็ดด้วยผ้านุ่ม
-ระวังอย่าให้จิวเวลรี่สัมผัสกับสารเคมีที่รุนแรงอย่างเช่น น้ำยาทำความสะอาดบ้าน แม้ว่าสารเคมีจะไม่สามารถทำอันตรายแพลตินัมได้ แต่ก็เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายต่ออัญมณีหรือเพชรบนตัวเรือนที่อาจจะเปลี่ยนสีไปได้
-ไม่ควรใส่จิวเวลรี่เมื่อทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากๆ เช่น ทำงานบ้าน ทำสวน เล่นกีฬา หรือยกของหนัก แม้ว่าแพลตินัมจะทนทานกว่าโลหะทั่วไป แต่ก็คือโลหะที่สามารถเกิดรอยได้ แต่ร่องรอยที่เกิดขึ้นจะเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับโลหะชนิดอื่นๆ

Special Promotion
DoDeVar JewelryDoDeVar Jewelry
เสนอโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลวิวาห์กับแพคเกจเครื่องประดับในราคาพิเศษ ลดทันที 15% ฟรีแกะสลักตัวอักษรในแหวนคู่รัก โทร.089-7562445

http://www.dodevar.com

10/07/2551 | Posted in , , , | Read More »

แหวนแต่งงานที่เปลี่ยนไป...

  เมื่อ 50 ปีก่อน แหวนหมั้นและแหวนแต่งงานของผู้หญิงเกือบทั้งหมดจะมีรูปแบบคล้ายๆกัน คือ แหวนหมั้นเพชรเม็ดเดี่ยวที่ทำจากทองคำ และแหวนแต่งงานที่เป็นแหวนทองคำเกลี้ยง เนื่องมาจากประเพณีและค่านิยมที่มีมาแต่โบราณ ขนาดของเพชรที่ใช้ก็จะขึ้นอยู่กับฐานะของเจ้าบ่าว บางครั้งถ้าเจ้าบ่าวมีฐานะที่ดี แหวนแต่งงานก็อาจจะประดับเพชรเพิ่มลงไปด้วย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ค่านิยมเหล่านี้ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ในปัจจุบันแม้ว่าปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจจะมีบทบาทสำคัญ แต่การแต่งงานก็ยังคงยึดถือประเพณีการสวมแหวนอยู่ดี แต่ก็มีปัจจัยอื่นๆที่ทำให้รูปแบบของแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานเปลี่ยนไป สาเหตุหนึ่งมาจากการค้นพบโลหะชนิดต่างๆ เช่น แพลตินัม ไทเทเนียม ทังสเตน และ การชุบด้วยโรเดียม ทำให้มีการใช้วัสดุเหล่านี้แทนทองคำ

เมื่อมีการใช้โลหะชนิดอื่นมาทำแหวน อัญมณีที่ใช้ก็ไม่ใช่เพชรเสมอไป เจ้าบ่าวบางคนอาจจะได้รับแหวนซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ซึ่งอาจเป็นพลอยแซฟไฟร์ ทับทิม หรือมุกล้อมเพชร ซึ่งมีความสวยงามและน่าสนใจไม่แพ้เพชรเม็ดเดี่ยวๆเลย แม้แต่เพชรเองก็ยังมีการเลือกใช้เพชรสีแฟนซี เช่น สีชอคโกแลต ชมพู ฟ้า แดง เขียวมะกอก ม่วง และดำ ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้เลือกที่ต้องการเพชรที่หายากและมีความเป็นเอกลักษณ์ บางคู่ถึงขั้นต้องการอัญมณีที่จะไม่สามารถหาได้อีกใน 20 ข้างหน้าเลยก็มี

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ การที่ผู้หญิงในยุคปัจจุบันต้องออกไปทำงานนอกบ้าน จึงต้องการเครื่องประดับที่มีความทนทานต่อการกระแทกหรือขีดข่วนได้ดี รูปแบบที่กำลังเป็นที่นิยมก็คือ แหวนหมั้นและแหวนแต่งงานที่ดีไซน์ให้ใส่ด้วยกันเป็นชิ้นเดียวได้ โดยอาจจะออกแบบให้ตัวเรือนเป็นแบบฝังเพชรล้อมรอบแหวนแทนรูปแบบของแหวนชูเพชรเม็ดเดี่ยว ซึ่งให้ทั้งความสวยงามและป้องกันการขีดข่วนได้ดี ในส่วนของเจ้าบ่าวเองก็มีบทบาทและส่วนร่วมในการเลือกแหวนมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ผู้ชายให้ความสำคัญกับแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานก็คือ ความทนทาน แหวนแต่งงานของผู้ชายเหล่านี้จึงอาจทำด้วยไทเทเนียมหรือทังสเตนซึ่งมีความทนทานมาก เหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ชาย แต่ไม่เหมาะใช้ทำเครื่องประดับสำหรับผู้หญิง สแตนเลสก็เป็นโลหะชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับสำหรับผู้ชาย เช่น แหวน สร้อยข้อมือ หรือสร้อยคอ ถึงแม้ว่าจะได้รับความนิยมน้อยกว่าทองหรือไทเทเนียมก็ตาม แต่ก็สร้างสีสันให้กับวงการเครื่องประดับสำหรับผู้ชายได้ค่อนข้างมาก

สิ่งสำคัญสำหรับการเลือกแหวนหมั้นและแหวนแต่งงานในปัจจุบันอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่หากจะไม่ปฏิบัติตามค่านิยมเดิมๆ หากแต่สิ่งสำคัญที่แท้จริงก็คือ การเลือกแหวนให้เหมาะสมกับรูปแบบชีวิตประจำวันและการใช้งานของผู้สวมใส่นั่นเอง

ข้อมูลจาก Destination Wedding Blog

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

All About Wedding Rings
Why Platinum-
การวัดขนาดแหวน

12/10/2551 | Posted in , , , , , , , , | Read More »

Jewellry gift guide (1)

เข้าสู่ช่วงปลายปี ซึ่งหลายคนก็คงกำลังมองหาของขวัญเพื่อมอบให้แก่กันในช่วงเทศกาลที่กำลังจะมาถึง เครื่องประดับเป็นอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะเป็นของขวัญที่มีคุณค่าและใช้ประโยชน์ได้ยาวนาน แต่การเลือกเครื่องประดับเป็นของขวัญนั้นมีเทคนิคบางประการที่ต้องคำนึงถึง เพื่อให้เหมาะสมและถูกใจผู้รับ

ต่างหู
แบบห่วงใหญ่เป็นแบบที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่มีลำคอยาว ส่วนลำคอสั้น ห่วงเล็กๆหรือแบบ stud จะเหมาะมาก แต่ต่างหูที่ดีที่สุดและเหมาะที่สุดกับทุกๆคนก็คือ แบบ stud  ขอแนะนำต่างหูเพชรเม็ดเดี่ยวซึ่งสามารถใช้ได้ในทุกโอกาส

สร้อยคอ
สำหรับผู้หญิงสูงอายุจะเหมาะกับสร้อยคอเส้นยาว ส่วนสาวๆสามารถใส่สร้อยคอได้ทุกระดับความยาว แต่มีเทคนิคเล็กๆน้อยๆอยู่ที่การเลือกโดยดูจากขนาดของลำตัว ถ้าเป็นคนเล็กสร้อยเส้นเล็กๆใส่แล้วจะดูดี ขณะที่ผู้หญิงตัวใหญ่ก็เหมาะกับสร้อยเส้นใหญ่ๆมากกว่า สำหรับความยาวสร้อยคอที่แนะนำในการเลือกซื้อเป็นของขวัญก็คือ 18 - 24 นิ้ว ซึ่งเป็นความยาวมาตรฐาน

สร้อยข้อมือ
กำไลชิ้นเล็กๆ เป็นของขวัญที่เพอร์เฟค คนที่ข้อมือเล็กใส่เพียงแค่ 1 หรือ 2 อันก็พอแล้ว สำหรับคนที่มีข้อมือใหญ่ควรใส่กำไลหลายๆอัน และเป็นโชคดีของคนกลุ่มนี้ที่เหมาะกับกำไลชิ้นใหญ่ที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้

แหวน
อาจจะเลือกยากตรงที่ต้องให้พอดีกับขนาดนิ้วของผู้รับ ซึ่งปัญหานี้แก้ไขได้โดยการวัดขนาดนิ้วก่อน หรือถ้าไม่สามารถทำได้ก็อาจจะเลือกแหวนชนิดที่สามารถปรับขนาดได้ แหวนที่ประดับพลอยทรงยาว เช่น พลอยรูปไข่ (oval) จะเหมาะกับนิ้วสั้น เพราะจะช่วยทำให้นิ้วดูยาวขึ้นได้

นอกจากดีไซน์แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆที่ควรใช้ตัดสินใจร่วมด้วย

คุณภาพชิ้นงาน
หากราคาของสินค้าใกล้เคียงกัน ควรเลือกชิ้นที่มีคุณภาพดีที่สุด หรือเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพดีกว่า เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า

สี
หมายถึงโทนสีของเครื่องประดับที่ผู้รับชอบใส่ เช่น ทอง หรือ เงิน เพื่อทำให้เลือกซื้อได้เหมาะสมกับรสนิยมของผู้รับ

อาการแพ้โลหะ
เป็นสิ่งสำคัญมากที่ต้องพิจารณา เช่น ผู้รับที่แพ้โลหะนิกเกิล ก็ควรเลือกชิ้นงานที่ปราศจากนิกเกิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกต่างหูเป็นของขวัญจะต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ ข้อแนะนำที่ดีสำหรับผู้แพ้โลหะ ก็คือ การเลือกเครื่องประดับที่ระบุว่า Allergy-free หรือเลือกโลหะแพลตินัมซึ่งไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้เมื่อสวมใส่

ข้อมูลจาก About.com

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
ทำอย่างไร...เมื่อแพ้เครื่องประดับโลหะ
Why Platinum?
Jewelry Do's and Don't

12/19/2551 | Posted in | Read More »

ทำอย่างไร...เมื่อแพ้เครื่องประดับโลหะ

เคยสังเกตบ้างหรือไม่ว่าบางครั้งหลังจากการใส่เครื่องประดับ มักจะทิ้งร่องรอยเป็นคราบสีเขียวหรือดำไว้บนผิว คราบเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเราแพ้โลหะเสมอไป แต่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่างโลหะกับผิวหนัง โดยเฉพาะเมื่อเครื่องประดับสัมผัสกับผิวหนังที่มีเหงื่อ

เครื่องประดับทองแดง
ทองแดงจะเกิดปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดคราบสีเขียว เครื่องประดับที่คุณใส่อาจจะไม่ใช่ทองแดงร้อยเปอร์เซนต์ แต่ก็อาจมีทองแดงมากพอที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยานี้ขึ้น และในบางคนก็อาจเกิดอาการแพ้โลหะทองแดงซึ่งจะแสดงอาการให้เห็นจากผื่นหรือปื้นแดง

เครื่องประดับเงิน

เครื่องประดับเงินหรือ sterling silver จะประกอบด้วยทองแดง 7.5% แต่คราบที่เกิดขึ้นมักจะเป็นสีดำ นอกจากจะเกิดขึ้นเวลาสวมใส่แล้ว ยังพบได้บ่อยเมื่อทิ้งเครื่องประดับเงินไว้ให้สัมผัสอากาศ เครื่องประดับเงินจะเกิดความหมอง ซึ่งโดยทั่วไปสามารถป้องกันได้โดยการเคลือบหรือชุบด้วยสารที่ช่วยป้องกันความหมอง แต่ก็สามารถหลุดลอกได้เมื่อใส่ไปนานๆ

เครื่องประดับทอง

ทองคำเป็นโลหะที่ไม่ทำปฏิกิริยากับผิวหนัง แต่คราบที่เกิดขึ้นนั้นอาจมาจากทองแดง นิกเกิล หรือเงินที่ผสมลงไปเพื่อให้เครื่องประดับทองมีความแข็งแรงและสามารถขึ้นรูปเป็นชิ้นงานได้ง่าย  เครื่องประดับทองจะอยู่ในรูปของทองเค ซึ่งตัวเลขที่อยู่หน้า K (Karat) นั้น มีความหมายถึง สัดส่วนของทองคำ ยิ่งตัวเลขน้อยเท่าใด ก็แสดงว่ามีทองคำผสมอยู่น้อย และมีโลหะอื่นๆอยู่มาก สำหรับบางคนอาจจะไม่เกิดอาการแพ้หรือมีคราบที่เกิดจากปฏิกิริยาของโลหะกับผิวหนัง แม้ว่าจะใส่เครื่องประดับทองแค่ 10K ก็ตาม แต่บางคนแม้จะใส่ 18K ก็ยังคงมีอาการอยู่

เครื่องประดับนิกเกิล

สำหรับผู้ที่แพ้โลหะนิกเกิล จะไม่เกิดคราบสีบนผิว แต่จะมีอาการคันและแดงบริเวณที่เครื่องประดับสัมผัสกับผิว

 

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดคราบสีและอาการแพ้โลหะ
- เปลี่ยนไปใช้เครื่องประดับที่มีส่วนผสมของทองคำมากขึ้น เช่น 18K
- แพลตินัมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะไม่มีทางทำให้เกิดอาการแพ้ แต่ก็มีราคาที่สูงมาก
- แจ้งให้ทางร้านทราบว่าคุณต้องการให้ชุบหรือเคลือบเครื่องประดับเพื่อป้องกันการสัมผัสโดยตรงของโลหะกับผิว
- วิธีการง่ายๆที่สามารถทำได้เองก็คือ ใช้น้ำยาเคลือบเล็บป้ายบริเวณที่เครื่องประดับสัมผัสกับผิว
- หากเลือกซื้อ body jewelry ควรเลือกชนิดที่เป็นสแตนเลส
- ไทเทเนียมเป็นอีกทางหนึ่งสำหรับผู้ทีแพ้โลหะ และไทเทเนียมก็ไม่ทำให้เกิดคราบสีด้วย
- จิวเวลรี่บางประเภทจะระบุว่า hypo-allergenic ซึ่งทำเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่แพ้ง่าย
- พยายามอย่าให้เหงื่อออกเมื่อสวมใส่เครื่องประดับ
- ดูแลรักษาเครื่องประดับให้สะอาดและปราศจากคราบหมอง

อ้างอิง : About.com

 

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง
Why Platinum?

11/19/2551 | Posted in , , , , , , , , | Read More »

ความคิดเห็นล่าสุด

บทความล่าสุด